หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา เฟ้นนายกสภาสถ...

เฟ้นนายกสภาสถาบันฯสะดุด เอกชนจวก ‘สอศ.’ ไม่จริงใจปล่อยช้า 

7.05.21 | 10:00 น.
เฟ้นนายกสภาสถาบันฯสะดุด เอกชนจวก ‘สอศ.’ ไม่จริงใจปล่อยช้า 

 นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการ ทำให้ไม่สามารถจัดประชุมคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ที่มีนายรอยล จิตรดอน เป็นประธานได้ ทั้งที่มีหลายเรื่องต้องที่คณะกรรมการกอศ.ต้องเร่งผลักดัน โดยเฉพาะการสรรหานายกสภาสถาบันการอาชีวศึกษา 23 แห่ง ที่ต้องเริ่มดำเนินการภายใน 90 วันหลังจากที่ได้คณะกรรมการ กอศ.ชุดใหม่ ซึ่งในการประชุมคณะกรรมการ กอศ.ครั้งล่าสุุด  สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้เสนอเรื่องดังกล่าวให้ที่ประชุมพิจารณา แต่พบปัญหาติดขัด ในเรื่องข้อมูล และมีบางเรื่องที่ยังไม่ชัดเจน เช่น คณะกรรมการ กอศ.ชุดเดิมเคยมีมติแต่งตั้งนายกสภาสถาบันการอาชีวศึกษาบางแห่งไปแล้วหรือผู้ที่ได้รับคัดเลือกเป็นนายกสภาสถาบันการอาชีวศึกษาบางคนเสียชีวีตไปแล้ว จะต้องเร่งสรรหาใหม่จะดำเนินการอย่างไร ทั้งนี้ประธานคณะกรรมการกอศ. มองว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องศึกษาข้อกฏหมายอย่างรอบคอบ จึงมอบให้ สอศ. ไปศึกษารายละเอียด และหาข้อกฏหมายเพิ่มเติม เพื่อเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาต่อไป คาดว่าถ้าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ดีขึ้น การสรรหานายกสภาสถาบันการอาชีวศึกษาจะเดินหน้าต่อได้แน่นอน

ด้านนายเศรษฐศิษฏ์ ณุวงค์ศรี ประธานเครือข่ายคนรักษ์อาชีวศึกษาแห่งประเทศไทย (ค.ร.อ.ท.) กล่าวว่า ปัญหาการสรรหานายกสภาสถาบันการอาชีวศึกษา ที่ลากระยะเวลามาหลายปี ทำให้การทำงานของสถาบันการอาชีวศึกษาทั้ง 23 แห่ง ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร มองว่าเรื่องนี้เป็นความบกพร่องของ สอศ.ที่ไม่ผลักดันเรื่องนี้มากเท่าที่ควร ปล่อยทิ้งไว้นานเกินไป แม้ว่าจะมีคณะกรรมการ กอศ.ชุดใหม่ ก็ยังไม่กล้าฟันธง หรือกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการสรรหา จึงทำให้การสรรหานายกสภาสถาบันการอาชีวศึกษาล่าช้าออกไปอีก

“การสรรหานายกสภาฯ ล่าช้า จะททำให้เสียความเชื่อมั่นในการบริหารงาน ผมอยากให้สอศ. และคณะกรรมการ กอศ. เร่งดำเนินการเรื่องนี้โดยเร็ว และถ้าติดขัดส่วนไหนควรจะรีบแก้ไข ไม่ควรล่าช้า ถ้าสอศ.และคณะกรรมการกอศ. มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาตรงนี้ นอกจากนี้ยังพบปัญหาในการบริหารจัดสรรเงินของ สอศ. ที่วิทยาลัยขนาดเล็กได้รับเงินอุดหนุนรายหัวน้อยตามจำนวนผู้เรียนที่ลดลง จึงไม่สามารถพัฒนาตนเองได้เหมือนกับวิทยาลัยขนาดใหญ่ที่มีผู้เรียนจำนวนมาก จึงอยากน.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) แก้ไขปัญหาส่วนนี้ โดยจัดสรรงบประมาณที่นอกเหนือจากเงินอุดหนุนรายหัว เช่น อาจจะจัดสรรงบเพิ่มเติมเพื่อให้วิทยาลัยขนาดเล็กจะได้พัฒนาปรับปรุงตนเอง เพื่อให้การศึกษามีความเท่าเทียมกันในทุกด้าน”นายเศรษฐศิษฏ์กล่าว