ผช.อธิการบดี มมร หนุนตั้งสภาพุทธบริษัท 4 ให้คฤหัสถ์ดูแลพระทุกนิกายแทนคณะสงฆ์

2.09.16 | 12:57 น.

นายแหวนทอง บุญคำ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการสังคม มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร) เปิดเผยว่า กรณีหัวหน้าคณะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกคำสั่ง คสช.ที่ 49/2559 เรื่องมาตรการอุปถัมภ์และคุ้มครองศาสนาต่างๆ ในประเทศไทย โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) องค์กรปกครองคณะสงฆ์ กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) ศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นต้น ร่วมกันกําหนดมาตรการและกลไกในการส่งเสริมความเข้าใจอันดี และความสมานฉันท์ของศาสนิกชนของทุกศาสนา เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใน 3 เดือน รวมถึงให้ พศ.และกรมการศาสนา (ศน.) รายงานความก้าวหน้าในการดําเนินการตามคําสั่งนี้ พร้อมทั้งปัญหาและอุปสรรค ตลอดจนแนวทางแก้ไขให้นายกรัฐมนตรีทราบทุก 3 เดือนนั้น มองว่าที่ คสช.ออกคำสั่งนี้ เนื่องจากไทยมีผู้นับถือศาสนา 5 ศาสนา ได้แก่ พุทธ อิสลาม คริสต์ พราหมณ์-ฮินดู และซิกข์ แต่มีบางศาสนาที่ปรากฏเป็นข่าวว่าใช้อิทธิพลความรุนแรงตามประเทศต่างๆ เช่น ประเทศแถบตะวันออกกลางและภาคใต้ของไทย เป็นต้น รวมถึงกรณีที่ศาสนาดังกล่าวขอให้รัฐออกกฎหมายอุปถัมภ์ศาสนาของตนโดยตรง ทำให้ศาสนาอื่นๆ เกิดความกลัว และไม่สบายใจ และมองว่าเรียกร้องสิทธิมากเกินไปหรือไม่ ดังนั้น คสช.จึงหามาตรการที่ทำให้ทุกศาสนาอยู่ร่วมกันได้โดยไม่เกิดความหวาดระแวง พร้อมหามาตราการให้สิทธิเท่าเทียมกันทุกศาสนา

นายแหวนทองกล่าวอีกว่า อีกเหตุผลที่คนส่วนใหญ่มองว่าเป็นเหตุผลหลักที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจตามมาตรา 44 เพราะในมาตรา 67 ในร่างรัฐธรรมนูญ ระบุถึงการอุปถัมภ์คุ้มครองศาสนาพุทธเถรวาท ศาสนาอื่นจึงคิดว่าเป็นการร่างกฎหมายเข้าข้างศาสนาพุทธเถรวาทมากเกินไปหรือไม่ ทั้งที่ทุกศาสนาควรได้รับความคุ้มครองเท่าเทียมกัน

“ผมมองว่ามาตรา 44 ไม่สามารถแก้ไขปัญหาด้านศาสนาได้อย่างยั่งยืน เพราะในไทยคนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ แต่คณะสงฆ์ของไทยยังเห็นต่างเรื่องระหว่างนิกาย จึงควรแก้ปัญหาในส่วนของพุทธก่อน ปัญหานี้จะแก้ได้หากตั้งหน่วยงานที่มีคฤหัสถ์ที่มีความรู้ด้านศาสนาคอยกำกับดูแลองค์กรศาสนา ไม่ใช่ให้คณะสงฆ์ดูแลกันเอง เพราะเมื่อนิกายใดเป็นผู้นำสูงสุดของสงฆ์ จะดูแลเฉพาะในฝ่ายของตน ไม่ก้าวก่ายนิกายอื่น จึงไม่สามารถทำงานเพื่อคณะสงฆ์ทั้งมวลได้ เหตุที่ต้องคัดเลือกคฤหัสถ์มาดูแลพระสงฆ์ เพราะคฤหัสถ์ไม่มีนิกาย และไม่สังกัดหน่วยงานของรัฐเหมือน พศ.ที่ทำงานภายใต้การกำกับดูแลของรัฐ ซึ่งเป็นการทำงานเพื่อให้ได้ใจเจ้านายเท่านั้น ไม่ได้ทำหน้าที่เพื่อชาวพุทธอย่างแท้จริง” นายแหวนทองกล่าว

นายแหวนทองกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ตนยังเห็นด้วยกับแนวคิดของนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่เสนอให้ตั้งสภาพุทธบริษัท 4 โดยตั้งคณะกรรมการกลางที่มาจากการคัดสรรบุคคล ที่มีความรู้ มีความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย มาวินิจฉัยประเด็นที่ พศ.หรือมหาเถรสมาคม (มส.) วินิจฉัยไม่ได้

พระเมธีธรรมาจารย์ (ประสาร จนฺสาโร) เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย (ศพศ.) กล่าวว่า อาตมามีข้อสงสัยว่าตั้งแต่รัฐบาลประกาศใช้มาตรา 44 แก้ปัญหาด้านศาสนา อาตมายังไม่เคยเห็นรัฐบาลชี้แจงการใช้คำสั่งดังกล่าว ดังนั้น จึงอยากให้รัฐบาลออกมาชี้แจงถึงเหตุผลที่ใช้คำสั่งนี้ เพื่ออะไร หรือรัฐบาลมีข้อมูล สมมุติฐานอย่างไร เพราะคณะสงฆ์ต่างสงสัยในประเด็นนี้

Advertisement