นักวิชาการ ไม่เห็นด้วย ‘ตรีนุช’ จัดติวเตอร์อบรมครู พร้อมเสนอ 3 ข้อ ให้ศธ.รับมือเปิดเทอม

10.05.21 | 10:34 น.

นักวิชาการ ไม่เห็นด้วยตรีนุชจัดติวเตอร์อบรมครู พร้อมเสนอ 3 ข้อ ให้ศธ.รับมือเปิดเทอม

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอรรถพลอนันตวรสกุล อาจารย์คณะคณะครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Athapol Anunthavorasakul ระบุว่า ​”เรียนรมว.ศธ.​(คุณตรีนุชเทียนทอง)​

ผมได้เห็นโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์และเห็นกำหนดการในโปรแกรมอบรมครูทั่วประเทศที่ส่งต่อกันในไลน์อย่างกว้างขวางแล้วเกิดข้อสงสัยอย่างยิ่งเกี่ยวกับคัดเลือกวิทยากรโดยระดมครูจากสถาบันกวดวิชาละเจ้าหน้าที่ฝึกอบรมจากสถาบันเอกชนที่ขายคอร์สพัฒนาครูเป็นหลักมาอบรมครูในระบบนี่เท่าที่ผมศึกษาดูจากนโยบายพัฒนาครูในหลายประเทศตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมายังไม่พบว่ามีประเทศใดในโลกดำเนินการด้วยแนวทางนี้นะครับ

ธรรมชาติของงานที่ติวเตอร์ทำกับครูเต็มเวลาใน รร.ทำต่างกันมากการดึงพวกเขามาไม่ใช่ความผิดพวกเขาเลยแต่มันสะท้อนว่าพวกท่านที่กำหนดนโยบายนี่ยังขาดความข้าใจเรื่องการศึกษาไม่ได้กำหนดนโยบายบนฐานปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยมอันเป็นหัวใจของการศึกษากระแสหลักทั่วโลกรวมทั้งพรบ.การศึกษาฉบับปัจจุบัน ยังติดอยู่ในโลกของการศึกษา​ 100 ปีที่แล้วที่คิดว่าต้องหาวิธีถ่ายทอดอธิบายวิเคราะห์ให้ฟังมองงานสอนเป็นงานเชิงเทคนิควิธีการมากกว่าการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน

ความรู้ว่าด้วยการพัฒนาครูประจำการ  (In-service Teacher Development)​ ในระดับนานาชาติ.เน้นการสร้างความแข็งแกร่งชองชุมชนเรียนรู้ของครู ​(TLC : Teacher​ Learning​ Community)​ ใช้การสืบสอบ​ (Inquiry)​ การวิจัยชั้นเรียน​ (Classroom​Research)​ การศึกษาบทเรียน (Lesson​ Study)​  ทำให้ครูเป็นนักปฏิบัติที่ชำนาญขึ้นจากการไตร่ตรองสะท้อนคิด​ (Reflective Practitioner) และทำให้โรงเรียนเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้​ (SLC​: School​ as Leaning Community​)​ ที่มีชีวิตชีวาสำหรับทุกคน

การอบรมแบบฟังอย่างเดียวให้ได้​ Input แบบนี้หลายประเทศยกเลิกไปนานแล้วใช้เฉพาะวาระรับฟังนโยบายบางอย่างที่สำคัญมากหรือเชิญผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องระดับนานาชาติมาคุย

Advertisement

ในลิสต์รายชื่อวิทยากรที่มีผมเชื่อว่าสำหรับครูไทยที่เก่งใฝ่รู้รักดี ก้าวข้ามกำแพงภาษาพอได้เห็นเข้าคงส่ายหัวพวกเขาหาฟังประชุมออนไลน์นานาชาติที่มีวิทยากรดังระดับเอเซียแปซิฟิคระดับโลกได้ด้วย​ Free Webinar​ หรือเรียนผ่าน​ Mooc และ Coursera ได้มากมายทั้งในและต่างประเทศมาสักพักใหญ่แล้วนะครับ

ยิ่งไปกว่านั้นครูเก่งของเราหลายคนเป็นวิทยากรอบรมระดับประเทศกันหลายคนพวกเขามาทำหน้าที่นี้ยังจะสื่อสารสร้างแรงบันดาลใจพูดภาษาเดียวกับเพื่อนครูได้มากกว่า

ในอีกมุมหนึ่งปรากฎการณ์สะท้อนเรื่องใหญ่ที่สำคัญในการพัฒนาครูนั่นคือการขาดการเชื่อมต่อยึดโยง​ (Alignment)​ กับสถาบันเตรียมครูอย่างคณะครุศาสตร์ศึกษาศาสตร์เป็นปัญหาทั้ง​ 2 ฝั่ง

กล่าวคือศธ.ก็มองไม่เห็นคุณค่าไม่ศรัทธาเชื่อมั่นมองไม่เห็นทั้งความพร้อมที่มีอยู่​ (Availability)​ และการเปิดให้สาธารณะเข้าถึงได้​ (Accessibility)  จากสถาบันครุศึกษา ในระดับสถาบันนะครับ ไม่ใช่การเชื้อเชิญเจาะจงตัวเป็นรายไป

ในอีกมุมหนึ่งสถาบันครุศึกษาเหล่านี้ก็ทำตัวห่างเหินไม่แสดงภาวะผู้นำทางการศึกษาไม่กระตือรือร้นมากพอที่จะร่วมรับผิดรับชอบกับสถานการณ์ปัญหาทางการศึกษา ลอยตัวจากความล้มเหลวของระบบมาอย่างยืดเยื้อเรื้อรังยาวนาน

พูดภาษาชาวบ้านคือเขามองไม่้เห็นหัวพวกท่านเพราะพวกท่านไม่เคยอยู่ให้เห็นหัว

พอจะเห็นบางคนบางกลุ่มในบางสถาบันที่พยายามจัดกิจกรรมโปรแกรมพัฒนาครูอยู่พอสมควรแต่ก็เป็นการดิ้นรนพยายามด้วยความมีแก่ใจจะร่วมรับผิดชอบระดับบุคคลและกลุ่ม โดยขาดแรงส่งจากกลไกเชิงสถาบันที่เป็นกลุ่มเป็นก้อน​ (เรายังมีสภาคณบดีครุศาสตร์ศึกษาศาสตร์ฯและที่ประชุมคณบดีครุศาสตร์ฯกลุ่ม​16+1 และกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏอยู่นะครับ)​

แม้ศธ.จะไม่ได้มีอำนาจโดยตรงในการสั่งการและรีบูตบทบาทหน้าที่ให้คณะครุศาสตร์ศึกษาศาสตร์แต่เป็นหลักการพื้นฐานที่ศธ.​หรือ​ MOE.ทั่วโลกต้องทำคือทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับสถาบันเตรียมครูพัฒนาครูอย่างคณะครุศาสตร์ศึกษาศาสตร์

ถ้าพวกเขามองไม่เห็นบทบาทหน้าที่นี้ท่านก็ต้องหารือกับกระทรวงอว.​ ให้จัดแพลตฟอร์มหารือกัน

เปรียบเทียบโดยง่ายกำลังเจอโจทย์ยากทางการแพทย์เช่น​ ​โรคระบาดไม่มีประเทศเขากะเกณฑ์หมอพยาบาลมานั่งฟังบรรยายนักเทคนิคการแพทย์หรือตัวแทนจำหน่ายยา อธิบายแนะนำ​ ‘เครื่องมือ‘​แต่เขาจะสนับสนุนให้ระบบผู้ให้คำปรึกษา (Consultation )​ระหว่างหมอและพยาบาลด้วนกันเข้มแข็งฟีดข้อมูลจากงานวิจัยและข้อมูลที่อัพเดตที่สุด

ผมหาได้กล่าวโทษหรือดูแคลนวิทยากรทุกท่านในลิสต์พวกเขาแค่ถูกเชิญและเป็นการเลือกกำหนดโจทย์ที่ผิดจากผู้กำหนดนโยบาย

ผมเข้าใจว่าท่านรมว.ในฐานะผู้มาใหม่ของวงการย่อมถูกห้อมล้อมและมีึคนพยายามขอเข้าพบจำนวนมากจากสารพัดบริษัทเอกชนที่ประกอบธุรกิจการศึกษา

น่าสนใจว่าเราเปลี่ยนรัฐมนตรีมาไม่รู้กี่คนแต่ปัญหาเหล่านี้ยังคงอยู่เครือข่ายระหว่างเทคโนแครต  ข้าราชการระดับสูงและหน่วนธุรกิจเหล่านี้น่าจะแข็งแกร่งเป็นกำแพงเหล็กที่ท่านคงต้องพยายามหาทางเจาะช่องรับฟังสื่อสารกับครูที่เป็นคนทำงานที่หน้างานให้มากขึ้น

ฟังเสียงครูเสียงเด็กที่เป็นผู้เรียนให้มากที่สุดทำความเข้าใจกลไกเชิงระบบ  จัดทีมศึกษาข้อมูลแนวปฏิบัติที่ดีจากต่างประเทศแล้วกำหนดแผนการทำงานที่เป็นประโยชน์บนหลักวิชา  ความรู้และงานวิจัย

ผมมีข้อเสนอ 3 ข้อสำหรับช่วงเลื่อนเปิดเทอม​ 11​ วัน

1. สนับสนุนให้ทุก รร.มีการจัดการประชุมออนไลน์ถอดบทเรียนการทำงานในรอบปีที่ผ่านมาครูทุกคนได้มีประสบการณ์ตรงและลงมือแก้ปัญหามาหมดแล้วทั้ง​ Online​ (เลื่อมเวลา/ประสานเวลา)​ -​ On​ Air – On Screen – On Hand – On Site. รวมทั้ง​ Hybrid

ไม่มีติวเตอร์หรือนักวิชาการเจอบริบทการสอนการทำงานแบบเดียวกับคุณครูในช่วง..-..​63​ ​และ..63​ -​..64​ ที่ต้องจัดกิจกรรมการเรียนทั้ง​ 5 ช่องทางนี้ผสมกัน

คุณครูเท่านั้นที่เคยล้มเหลวเรียนรู้หลายคนปรับตัวจนเกิดแนวปฏิบัติที่ดีสามารถแลกเปลี่ยนให้คำแนะนำเพื่อนครูร่วมรร.ได้

การรับมือสถานการณ์นี้  เราเรียนรู้จากประสบการณ์ของเพื่อนครูรร.อื่นผู้สอนในบริบทอื่นได้แต่เรื่องสำคัญคือการแลกเปลี่ยนกันเองกับครูที่ดูแลนักเรียนในบริบทเดียวกันวิธีที่ใช้ได้กับรร.ขนาดกลางระดับชุมชนเมืองไม่อาจใช้ได้กับรร.ในพื้นที้ห่างไกลหรือกระทั่งรร.ใหญ่ในเมือง

และต่อให้ขนาดใกล้เคียงกันรร.ในบริบทเด็กหลากชาติพันธุ์เด็กในบริบทวัฒนธรรมเฉพาะและเด็กที่มีพท้นเพสถานะความพร้อมสนับสนุนของครอบครัวก็ไม่อาจเหมือนกัน

ให้เวลาคุณครูได้คุยหารือได้พักได้เตรียมตัวสอนเถิดครับ  ดีกว่าบังคับให้เปิดหน้าจอเช็คชื่ออบรมออนไลน์กับใครก็ไม่รู้ที่ไม่ได้เข้าใจปัญหาเฉพาะหน้าที่ครูกำลังต้องเผชิญแล้วก็ต้องแอบปิดกล้องนั่งประชุมเตรียมสอนกันไป

และฝากโจทย์ให้คุณครูขบคิดวิธีการทำความรู้จักสร้างความสัมพันธ์เชิงบวกกับนร.​ ในการสอนทางไกลตั้งแต่สัปดาห์แรกของเทอม

2. ให้เด็กได้พักได้เล่นสนุกตามใจบ้างเถิดครับในช่วง​ 11​ วันที่เลื่อนเปิดเทอมเด็กล้ามาเต็มทีกับการเรียนปนไปปนมาระหว่างออนไลร์/ออฟไลน์หลายคนเครียด เบื่อเหนื่อยล้าหมดแรงจูงใยไปแล้วรวมทั้งอีกไม่น้อยที่ซึมชับรับรู้ความเครียดทางเศรษฐกิจและความหวั่นกลัวการติดเชื้อร่วมกับผู้ใหญ่

ให้เขาได้เล่ ได้มีเวลาว่างสั้นสัก​ 11​ วันถ้าท่านเกรงว่าจะสูญเปล่าแนะนำว่าให้ รร.ประสานงานกับเด็กล่วงหน้าว่าไม่มีงานไม่มีการบ้านให้เล่นเต็มที่ แต่ฝากให้เขียนหรือวาดอะไรสั้นเตรียมมาเล่าให้เพื่อนและครูฟังในวันแรกที่ได้เปิดเทอมว่า​ ’11 วันที่ได้มีเวลาว่างฉันทำอะไร

3. หารือด่วนกับอว.​ และเครือข่ายสถาบันครุศึกษาเชิญชวนผู้นำองค์กรของกลุ่มมหาวิทยาลัยทึ่มีคณะครุศาสตร์ศึกษาศาสตร์หารือร่วมกันแบ่งพื้นที่ดูแลสนับสนุนงานคุณครูในช่วงภาคการศึกษาต้นไม่มีงบประมาณก็น่าจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่ทุกสถาบันภายใต้มหาวิทาลัยถูกกำกับด้วยตัวชี้วัดต้องให้บีิการวิชาการอยู่แล้วทำเป็นออนไลน์แพลตฟอร์มให้เรียนรู้สนับสนุนยึดโยงกันระหว่างโรงเรียนและมหาวิทยาลัย

เริ่มมหาวิทยาลัยไหนที่ส่งนิสิตนักศึกษาลงฝึกสอนต้องร่วมสนับสนุนฃานรร.นั้นแบะรร.ใดทึ่ไม่ใช่พื้ยที่ฝึกงานของนิาิตนีกศึกษาก็ควรจัดโซนพื้นที่ระดมพลังช่วยสนับสนุนกัน

ทั้งหมดนี้คือข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่อยากนำเรียนฝากไว้เพื่อพิจารณาใคร่ครวญอย่างถ้วนถี่รอบคอบ

ด้วยความเคารพ

อรรถพลอนันตวรสกุล

คณะครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

……

หากข้อความนี้เป็นประโยชน์ฝากคุณครูนิสิตนักศึกาครูนักการศึกษานักวิชาการ  สื่อมวลชน และทุกท่านช่วยแชร์เพื่อส่งไปให้ถึงท่านรัฐมนตรีและคณะทำงานด้วยครับ