ก.ค.ศ.ประกาศใช้เกณฑ์ประเมินวิทยฐานะ(ใหม่) 4 สายงาน เน้นสร้างประโยชน์ให้น.ร.-ลดซ้ำซ้อน

20.05.21 | 19:28 น.

ก.ค.ศ. ประกาศใช้เกณฑ์ประเมินวิทยฐานะ (ใหม่) 4 สายงาน เน้นสร้างประโยชน์ให้น.ร.-ลดความซ้ำซ้อน

วันที่ 20 พฤษภาคม นายประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่า ตนได้ลงนามในหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. แจ้งหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ใหม่) หรือเกณฑ์ PA ทั้ง 4 สายงาน ได้แก่ สายงานการสอน (ว 9/2564)  สายงานบริหารสถานศึกษา (ว 10/2564) สายงานนิเทศการศึกษา (ว 11/2564) และสายงานบริหารการศึกษา (ว 12/2564) เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบและถือปฏิบัติ โดยจะเริ่มใช้หลักเกณฑ์ใหม่นี้ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 เป็นต้นไป

นายประวิต กล่าวต่อว่า การจัดทำหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินฯ  ทั้ง 4 สายงานนี้ สืบเนื่องจากที่ ก.ค.ศ. ได้เห็นชอบการกำหนดมาตรฐานตำแหน่งและมาตรฐานวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ทุกสายงาน ทุกตำแหน่ง และทุกวิทยฐานะ ใหม่ ซึ่งเป็นการกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบและลักษณะงานที่ปฏิบัติให้สอดคล้องต่อการเปลี่ยนแปลงกับการจัดการศึกษาในปัจจุบัน และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก จึงเป็นที่มาของการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่ง และวิทยฐานะใหม่ทั้ง 4 สายงานด้วย

โดยที่หลักเกณฑ์ใหม่นี้จะเป็นประโยชน์กับผู้เรียน สถานศึกษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับครู ผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ และผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษา ให้ได้มีการพัฒนาตนเองให้มีศักยภาพสูงขึ้นตามระดับวิทยฐานะ และทำให้กระบวนการพัฒนาผู้เรียน กระบวนการจัดการเรียนรู้ การจัดการศึกษา มีแนวทางในการพัฒนาที่ชัดเจน สามารถนำมากำหนดแผนพัฒนาการนิเทศการศึกษา หรือแผนพัฒนาสถานศึกษาหรือหน่วยงานการศึกษา  ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน และที่สำคัญเป็นการลดกระบวนการและขั้นตอนโดยนำระบบเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ (ระบบ Digital Performance Appraisal : DPA) เพื่อเป็นการลดภาระในการจัดทำเอกสารและงบประมาณการประเมิน รวมถึงเกิดการเชื่อมโยง บูรณาการในระบบการประเมินวิทยฐานะ

“การประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อเลื่อนเงินเดือน และการประเมินเพื่อคงวิทยฐานะ ไปในคราวเดียวกัน  ซึ่งจะทำให้ลดความซ้ำซ้อนในเรื่องต่าง ๆ ดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล และเป็นไปตามนโยบาย   ของกระทรวงศึกษาธิการ และหลังจากนี้จนถึงเดือนตุลาคม 2564 สำนักงาน ก.ค.ศ. จะได้มีการสื่อสาร  และสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินฯ ดังกล่าว ให้กับข้าราชการครู  บุคลากรทางการศึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้อง ในรูปแบบต่าง ๆ ผ่านช่องทางการสื่อสารของสำนักงาน ก.ค.ศ. ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับข้าราชการครู บุคลากรศึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้องได้ใช้เป็นแหล่งข้อมูลกลาง ในการเข้าศึกษารายละเอียดของหลักเกณฑ์ดังกล่าวต่อไป” นายประวิต กล่าว