‘ครูแก้ว’ เผยพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฯ ผ่าน กก.กฤษฏีกาแล้ว ‘ชินวรณ์’ แจงปรับปรุง 4 ประเด็น
เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 25 พฤษภาคม ที่รัฐสภา นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาภาคประชาชน นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงผลการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ว่า เนื่องจากคณะกรรมการภาคประชาชนชุดนี้เกิดจากการรวมตัวกันของส.ส.ที่เป็นครูทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล รวมทั้งตัวแทนครู ซึ่งได้มีการร่างพ.ร.บ.ภาคประชาชนและได้นำเสนอนายชวน หลีกภัย ประธานรัญสภา เพื่อนำเสนอรัฐบาล ต่อมาเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ให้แนวทางการปฏิรูปการศึกษาในการเข้าพบของภาคประชาชนที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพิจารณาร่างพ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. นั้น ซึ่งในขณะนี้ได้ผ่านคณะกรรมการกฤษฏีกาแล้ว
“และมีบางประเด็นที่ทำให้เกิดความไม่เข้าใจต่อกัน เกิดความไม่ยอมรับของคณะครู ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องโครงสร้าง ฉะนั้นเพื่อให้เป็นการแก้ปัญหาให้เป็นที่ยอมของคณะครูทั้งประเทศ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเคลื่อนไหวของคณะครูทุกประเทศแสดงความไม่พอใจของพ.ร.บ.ฉบับนี้ ตนจึงได้ประสานกับนายวิษณุเพื่อเสนอประเด็นปัญหาที่ยังไม่เป็นที่ยอมรับของคณะครู” นายศุภชัย กล่าว

ด้าน นายชินวรณ์ กล่าวว่า เมื่อวานนี้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี, น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฏีกา ได้รับข้อเสนอของคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาภาคประชาชนเพื่อแก้ไขพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ที่คณะครูทั่วประเทศยังมีความติดใจอยู่ไปปรับปรุงก่อนจะนำเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งมีทั้งหมด 4 ประเด็นได้แก่ 1.ปรับปรุงและแก้ไขบทบัญญัติที่เกี่ยวกับคุณภาพทางการศึกษา ซึ่งเราเห็นว่าพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับที่ผ่านมาใช้มา 22 ปีแล้ว ฉะนั้นฉบับใหม่ต้องมุ่งเน้นในเรื่องคุณภาพการศึกษาในยุคอนาคตให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น 2.ขอให้มุ่งเน้นในเรื่องการกระจายอำนาจการศึกษาและธรรมาภิบาล โดยเฉพาะเรื่องการจัดการศึกษาทั่วประเทศ ในเขตพื้นที่โดยมุ่งเน้นการกระจายอำนาจไปยังสู่สถานศึกษาอย่างแท้จริง 3.ให้มีแก้ไขปรับปรุงให้วิชาครูเป็นอาชีพชั้นสูงและมีบทบัญญัติให้ชัดเจนว่าคนจะเป็นครูต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู เพื่อให้ได้คนเก่ง คนดีมาเป็นครูอย่างแท้จริง และ 4.แก้ไขปรับปรุงคำที่เคยเรียกว่าครูใหญ่หรือหัวหน้าสถานศึกษามาเป็นผู้บริหารสถานศึกษา

