‘บอร์ด กช.’ เร่งตั้ง ปส.กช.โรงเรียนนอกระบบ หวังแก้ปัญหาโรงเรียนเถื่อน

28.05.21 | 14:39 น.

‘บอร์ด กช.’ เร่งตั้ง ปส.กช.โรงเรียนนอกระบบ หวังแก้ปัญหาโรงเรียนเถื่อน

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ว่า ที่ประชุมพิจารณาข้อเสนอการกำหนดค่าใช้จ่ายรายบุคคลที่เหมาะสมสำหรับนักเรียนพิการในโรงเรียนเอกชน ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบในหลักการ แต่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ต้องปรับตัวเลขค่าใช้จ่ายให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันอีกครั้ง เพื่อนำเสนอรัฐมนตรีว่าการศธ. พิจารณาเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบต่อไป เพื่อที่จะทำให้เด็กพิการในโรงเรียนเอกชนได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมต่อไป ทั้งนี้ตนได้นำเรื่องที่โรงเรียนเอกชนขอให้รัฐช่วยดูแลตั้งแต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ระลอกแรก แต่ไม่สามารถทำได้เนื่องจากติดขัดเรื่องข้อกฎหมายและระเบียบบางอย่าง ไปหารือกับน.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ซึ่ง รัฐมนตรีว่าการ ศธ.รับเรื่องนี้ไปหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อหาทางช่วยโรงเรียนเอกชนกู้ต่อไป เช่น อาจจะให้กู้แบบซอฟท์โลน เป็นต้น ขณะเดียวกันนายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ไปสำรวจรวบรวมข้อมูล จำนวนเงินที่โรงเรียนต้องการกู้ต่อไป ทั้งนี้ตนได้ขอให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ติดตามความคืบหน้าการยกเว้นหรือการลดหย่อนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสำหรับโรงเรียนอกระบบ นอกจากนี้ที่ประชุมได้หารือถึงการจัดการโรงเรียนเถื่อน ที่เป็นปัญหาของ สช.มานาน ว่าจะทำอย่างไรที่จะไม่ให้เกิดโรงเรียนเถื่อนอีกซึ่งที่ประชุมเห็นว่าควรจะขับเคลื่อนให้เกิด สมาคมคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน (ปส.กช.) ของโรงเรียนนอกระบบ

ด้านนายอรรถพล กล่าวว่า สช.ได้รายงานที่ประชุมทราบความก้าวหน้าการดำเนินงานจัดเก็บข้อมูล เอกสารหลักฐานทางการศึกษาเอกชน จากประเด็นที่ สช.ได้แจ้งความดำเนินคดีกับโรงเรียนนอกระบบเถื่อน 39 แห่ง ใน 31 จังหวัด สช.คิดว่าต้องจัดการข้อมูลเพื่อให้ประชาชนเข้าถึง สามารถตรวจสอบโรงเรียน และสามารถให้ประชาชนร้องเรียนได้ ซึ่งขณะนี้สช.ได้เปิดใช้เว็บไซต์และแอพพิเคชั่น ให้ประชาชนเข้ามาตรวจสอบและร้องเรียนได้โดยตรง ซึ่งสช.ได้ตั้งแต่พนักงานเข้าหน้าที่เพื่อรับเรื่องร้องเรียนโดยเฉพาะ นอกจากนี้ สช.สั่งให้โรงเรียนเอกชนในระบบ ประเภทนานาชาติ และโรงเรียนเอกชนนอกระบบ รายงานข้อมูล หลักฐานใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียน ตราสารจัดตั้ง และรายละเอียดเกี่ยวกับกิจการของโรงเรียน ในระบบบริหารจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ พบว่ามีโรงเรียนหลายแห่งเพิกเฉย ไม่รายงานเรื่องดังกล่าว สช.จึงสั่งชะลอจ่ายเงินอุดหนุดรายหัวไป 53 แห่ง ตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป จนกว่าโรงเรียนจะส่งเอกสารครบถ้วน

“ในส่วนของโรงเรียนนอกระบบ พบโรงเรียนหลายแห่งไม่ส่งรายละเอียดหลักฐานใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียน ตราสารจัดตั้ง และรายละเอียดเกี่ยวกับกิจการของโรงเรียน อย่างเช่น สถานศึกษาปอเนาะ และศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด สช.ไม่สามารถหาสำเนาใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนได้ ที่ประชุมจึงมีมติว่าให้โรงเรียนที่ไม่สามารถหาสำเนาใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนได้ ให้ยื่นคำขอเพื่อให้ สช.อำเภอ หรือ สช.จังหวัด เพื่อให้สช.ส่วนกลางออกหนังสือรับรองให้ นอกจากนี้ สช.ได้รายงานการควบคุมโรงเรียนเอกชนในระบบที่ไม่ได้ดำเนินการให้เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาต แบ่งเป็น โรงเรียนในระบบในกรุงเทพมหานคร 29 แห่ง และโรงเรียนในระบบในส่วนภูมิภาคจำนวน 1 แห่ง ในส่วนของกรุงเทพพบว่าโรงเรียนทั้ง 29 แห่ง เป็นโรงเรียนอนุบาลและไม่ดำเนินกิจการ ปล่อยที่รกร้าง ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการควบคุมโรงเรียนในระบบที่ไม่ดำเนินกิจการให้เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาต รายงานว่ามีโรงเรียน 1 แห่งขอยกเลิกกิจการ เหลือ 28 แห่ง ไม่ติดต่อใดๆ คณะกรรมการควบคุมฯ จึงเสนอให้เพิกถอนใบอนุญาต ดังนั้น สช.จะสั่งเพิกถอนใบอนุญาตเพิกถอนโรงเรียนในระบบในกรุงเทพทั้ง 28 แห่ง ภายในวันนี้”นายอรรถพลกล่าว

นายอรรถพล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ สช.รายงานการลงโทษโรงเรียนนอกระบบในกรุงเทพฯ ที่กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ.2550 โดยแบ่งการกระทำผิด ดังนั้น โรงเรียนย้ายสถานที่ตั้ง/เพิ่มหลักสูตรโดยไม่ได้รับอนุญาต 7 แห่ง โรงเรียนเปิดสอนโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือโรงเรียนเถือน 5 แห่ง และโรงเรียนที่มีความผิดตามมาตรอื่นๆ 1 แห่ง รวมทั้งสิ้น 13 แห่ง ทั้งนี้ที่ประชุมเห็นชอบ ร่าง ระเบียบคณะกรรมการการศึกษาเอกชน ว่าด้วยการจัดทำหลักฐานเกี่ยวกับการวัดและประเมินผลการศึกษาของโรงเรียนในระบบ (ฉบับที่ …) พ.ศ. … โดยกำหนดนหลักฐานเกี่ยวกับการวัดและประเมินผลการศึกษาของโรงเรียนในระบบ ประเภทสามัญการศึกษา เฉพาะแบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา (ปพ.3) ที่ต้องจัดสั่งไปยังสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) และแต่กรณี ให้จัดทำและส่งในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ตามสำนักงานกำหนด