กางแผน ‘พัฒนาเด็กปฐมวัย’ ชูเด็กไทย ‘หัวคิด-หัวใจ’ สร้างสรรค์
หมายเหตุ… ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน เห็นชอบ (ร่าง) แผนพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ.2564-2570 ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอ “มติชน” เห็นมีเนื้อหาน่าสนใจ จึงนำเสนอ
หลังจาก พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ.2562 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา โดยในมาตรา 14 (1) กำหนดให้มีคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย มีหน้าที่ และอำนาจจัดทำนโยบายระดับชาติด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัย ซึ่งต้องสอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนการปฏิรูปประเทศ โดยให้ความเห็นชอบแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย เสนอ ครม.เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ เพื่อให้หน่วยงาน และบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัย ได้นำไปปฏิบัติ
โดยที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย ครั้งที่ 1/2563 มีมติเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจจัดทำแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย และกำหนดองค์ประกอบคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการจัดทำ (ร่าง) แผนพัฒนาเด็กปฐมวัย เพื่อกำหนดนโยบาย และยุทธศาสตร์ในการพัฒนาเด็กปฐมวัย
(ร่าง) แผนพัฒนาเด็กปฐมวัย จะต้องเชื่อมโยงกับทุกกระทรวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ และเอกชน เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินงานสำหรับหน่วยงานทุกระดับ ทั้งในระดับนโยบายจนถึงระดับปฏิบัติ เพื่อลดความซ้ำซ้อน ซึ่ง (ร่าง) แผนพัฒนาเด็กปฐมวัย จะต้องสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 54 ที่กำหนดให้รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา 12 ปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย รัฐต้องดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแล และพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษา เพื่อพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัย โดยส่งเสริม และสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการด้วย
ต่อมาที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย ครั้งที่ 3/2563 มีมติเห็นชอบในหลักการ (ร่าง) แผนพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ.2563-2570 และมอบหมายสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เสนอร่างดังกล่าวต่อ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ซึ่งเมื่อวันที่ 13 มกราคม ที่ผ่านมา ทาง สศช.ให้ความเห็นชอบ (ร่าง) แผนพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ.2563-2570 แล้ว โดยมีข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาเด็กปฐมวัย เช่น การปรับห้วงเวลาของแผนจาก ปี พ.ศ.2563-2570 เป็น พ.ศ.2564-2570 เพื่อให้สอดคล้องกับระยะเวลาเริ่มต้นในการขับเคลื่อนแผนฯ
(ร่าง) แผนพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ.2564-2570 ดำเนินงานภายใต้ปรัชญา เด็กปฐมวัยทุกคนต้องได้รับการดูแล พัฒนา และเรียนรู้อย่างรอบด้าน ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัย อย่างมีคุณภาพ และเท่าเทียม ตามศักยภาพ ตามวัย และต่อเนื่อง บนพื้นฐานของการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่ดีที่สุด สอดคล้องกับหลักการพัฒนาศักยภาพ และความต้องการจำเป็นพิเศษของแต่ละบุคคล โดยคำนึงถึงความสุข ความเป็นอยู่ที่ดี การคุ้มครองสิทธิ และความต้องการพื้นฐานของเด็กปฐมวัย
รวมทั้ง การปฏิบัติต่อเด็กทุกคนโดยยึดหลักศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ การมีส่วนร่วม การเป็นที่ยอมรับของผู้ที่เกี่ยวข้องกับเด็ก และการกระทำทั้งปวงเพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ
วิสัยทัศน์ของ (ร่าง) แผนพัฒนาเด็กปฐมวัย คือมุ่งเน้นเด็กปฐมวัยทุกคนได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้านเต็มตามศักยภาพเป็นพื้นฐานของความเป็นพลเมืองคุณภาพ
มีเป้าประสงค์คือ เด็กปฐมวัยทุกคน ซึ่งหมายถึงเด็กทุกคนที่อยู่ในประเทศไทย รวมถึง เด็กที่เป็นลูกแรงงานต่างชาติ และเด็กที่ไม่ได้มาจากครอบครัวไทย ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ต้องได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้าน อย่างมีคุณภาพ ตามศักยภาพ ตามวัย และต่อเนื่อง และสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพ การศึกษา และสวัสดิการสังคมได้อย่างเท่าเทียมกัน
(ร่าง) แผนพัฒนาเด็กปฐมวัย จะดำเนินการ ภายใต้ 7 ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อน ดังนี้ 1.การจัดและการให้บริการแก่เด็กปฐมวัย 2.การพัฒนา และสร้างความเข้มแข็งให้กับสถาบันครอบครัวในการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย 3.การพัฒนาคุณภาพ และมาตรฐานการให้บริการพัฒนาเด็กปฐมวัย 4.การพัฒนาระบบและกลไกการบูรณาการสารสนเทศเด็กปฐมวัย และการนำไปใช้ประโยชน์ 5.การจัดทำ และปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวกับเด็กปฐมวัย และการดำเนินการตามกฎหมาย 6.การวิจัยพัฒนา และเผยแพร่องค์ความรู้ และ 7.การบริหารจัดการ การสร้างกลไก การประสานการดำเนินงาน และการติดตามประเมินผล
น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการ ศธ.แจกแจงถึงความจำเป็นที่จะต้องเสนอให้ที่ประชุม ครม.ให้ความเห็นชอบว่า การพัฒนาเด็กปฐมวัยเป็นการดำเนินงานที่มีความเชื่อมโยงหน่วยงานหลายกระทรวง เช่น ศธ. กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกกระทรวง/ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการบูรณาการดำเนินงานร่วมกัน เพื่อเป็นแนวทางสำหรับหน่วยงานทุกระดับ ทุกสังกัด ทั้งในระดับนโยบายจนถึงระดับปฏิบัติ เกิดการขับเคลื่อนในทางปฏิบัติอย่างมีเอกภาพ เป็นรูปธรรม และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้เด็กปฐมวัยทุกคนได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้าน มีคุณภาพ ตามศักยภาพ ตามวัยและต่อเนื่อง และสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพ การศึกษา และสวัสดิการสังคมได้อย่างเท่าเทียมกัน
“ครม.เห็นชอบในหลักการ ในการดำเนินงานขั้นต่อไปนั้น ศธ.มอบให้ สกศ.เป็นเจ้าภาพหลักในการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาจัดทำแผนงบประมาณ และแผนการดำเนินงานประจำปีแบบบูรณาการให้สอดคล้องกับ (ร่าง) แผนพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ.2564-2570 ต่อไป เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำ (ร่าง) แผนพัฒนาเด็กปฐมวัย ไปใช้เป็นกรอบแนวทาง และเป้าหมายร่วมกัน ในการพัฒนาคุณภาพการบริการ ดูแล พัฒนา และจัดการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัย เพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน” น.ส.ตรีนุช ระบุ
รัฐมนตรีว่าการ ศธ.กล่าวต่อว่า เด็กปฐมวัยมีความสำคัญอย่างมาก เพราะวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่า เด็กปฐมวัยจะมีความสามารถพัฒนาจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญในอนาคต แต่ที่ผ่านมา การเรียนการสอนเด็กปฐมวัยจะเน้นตีกรอบทางความคิด และสอนเนื้อหาวิชาการ เพราะผู้ปกครองคาดหวังให้เด็กต้องอ่านออกเขียนได้ ซึ่งจะทำให้ความคิดสร้างสรรค์ของเด็กจะหายไป ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องพัฒนากระบวนการเรียนในรูปแบบใหม่ เพื่อให้เหมาะสมกับพัฒนาการตามช่วงวัยของเด็ก พร้อมกับทำความเข้าใจผู้ปกครองไปพร้อมกันว่า การเรียนของเด็กปฐมวัย ต้องเรียนรู้โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์มากกว่าเน้นสอนเนื้อหาวิชาการ
ต้องจับตาดูต่อไปว่า (ร่าง) แผนพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ.2564-2570 จะเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอบ และพัฒนาเด็กปฐมวัยได้มากน้อยแค่ไหน
หากทำได้จริง จะเป็นอีกหนึ่งความหวังที่ในการพัฒนา และปฏิรูปการศึกษาเด็กปฐมวัยในอนาคต…

