‘ก.ค.ศ.’ ร่วมมือ ‘ทปคศ.’ หวังยกระดับครูสู่วิชาชีพชั้นสูง
เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน นายประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่า ก.ค.ศ. ได้ลงนามความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) กับ สภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย (ทปคศ.) ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และยกระดับครูสู่วิชาชีพชั้นสูง สืบเนื่องจากที่สภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานผลิตครูและต้องนำนโยบาย กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ ที่รัฐบาลกำหนดไปปฏิบัติในการผลิตและพัฒนาครูฯ ได้มีหนังสือขอสนับสนุนการกำหนดเกณฑ์การบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามมติที่ประชุมสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ แห่งประเทศไทยมายังสำนักงาน ก.ค.ศ. และสำนักงาน ก.ค.ศ. พิจารณาเห็นว่าการดำเนินการความร่วมมือดังกล่าวจะเป็นประโยชน์กับทางราชการทั้งในปัจจุบันและในอนาคต จึงได้เสนอต่อที่ประชุม ก.ค.ศ. ในคราวประชุมครั้งที่ 5/2564 เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ซึ่งที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบที่ 2 หน่วยงานจะได้ร่วมมือกัน ในการขับเคลื่อนการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและงานด้านวิชาการ โดยเฉพาะนโยบายเร่งด่วนของสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่เรียกว่า 5 คานงัดในการขับเคลื่อนการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
นายประวิต กล่าวต่อว่า เมื่อสำนักงาน ก.ค.ศ. ได้รับการสนับสนุนและคำแนะนำด้านการศึกษาและวิชาการ ด้านการพัฒนางานวิจัยเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จากสถาบันหรือหน่วยงานทางวิชาการที่ได้รับความเชื่อถืออย่างสูงจากสังคม จะทำให้การพัฒนาระบบการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งเป็นวิชาชีพชั้นสูงจะมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งเบื้องต้นได้วางแผนการดำเนินงานร่วมกับสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย ไว้หลายเรื่องแล้ว เช่น การพัฒนาระบบการสรรหาที่ต้องมีการเชื่อมโยงกับระบบการผลิตครู การสนับสนุนในการเป็นกรรมการประเมินวิทยฐานะ การพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนเข้าสู่ตำแหน่งในรูปแบบใหม่ การออกแบบหลักสูตรที่จะนำมาใช้ในแต่ละด้าน รวมทั้งการสนับสนุนงานวิจัยต่าง ๆ เกี่ยวกับการพัฒนาการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งล้วนเป็นเรื่องที่เกิดประโยชน์ต่อวงการวิชาชีพครู และการจัดการศึกษาของประเทศที่จะเกิดเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
“เกี่ยวข้องจากสำนักงานราชบัณฑิตยสภา โดยการจัดทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันเพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนากลไกการทำงานด้านบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นต่อไปในอนาคตด้วย” นายประวิต กล่าว
ด้านนายสมบัติ นพรัก ประธานสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า สภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย ได้เห็นชอบการลงนามความร่วมมือทางวิชาการ โดยครั้งนี้ถือเป็นการผนึกกำลังทางวิชาการครั้งสำคัญ ซึ่งจะทำให้เกิดพัฒนางานวิชาการรวมถึงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างจริงจังและเป็นระบบ ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายอันดี และเชื่อว่าในอนาคตการผลิตการพัฒนาครูและการกำหนดกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ก็จะได้รับความร่วมมือจากทั้งสองหน่วยงานเป็นอย่างดี

