‘ตรีนุช’ ลงพื้นที่ ‘ร.ร.สุรศักดิ์มนตรี’ ตรวจเรียนออนไลน์ ย้ำโรงเรียนไม่ใช่คลัสเตอร์ระบาดใหม่
เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ที่โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี กรุงเทพมหานคร น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานมอบอุปกรณ์สู้ภัยโควิด-19 พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจการเาียนการสอนออนไลน์ของนักเรียนและครูเขตดินแดง-ห้วยขวาง ร่วมกับ น.ส.อรพินทร์ เพชรทัต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการ ศธ. และผู้บริหาร ศธ. ว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโคสิด-19 โดยเฉพาะในพื้นที่สีแดงเข้มที่ยังพบผู้ติดเชื้อจำนวนมาก ตลอดเวลา ศธ. ได้ร่วมกันวางแผนจัดรูปแบบการเรียนการสอน 5 รูปแบบ คือ On-site,On-air, On-demand,Online และ On-hand เพื่อให้สถานศึกษาไปออกแบบและจัดการเรียนการสอนตามบริบทของตน พร้อมกับผลักดันให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับการฉีดวัคซีน ซึ่งเบื้องต้นทราบว่าขณะนี้ครูและบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่สีแดงเข้ม เกือบทุกคนได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว ซึ่งในสถานการณ์โควิด-19 ศธ.ได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือจากภาคเอกชน ที่ได้ให้อุปกรณ์ป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19 ด้วย นอกจากนี้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้ใช้วิกฤตเป็นโอกาส พัฒนานวัตกรรมและสร้างอุปกรณ์ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ซึ่งวันนี้ทาง สอศ. โดยวิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง วิทยาลัยเทคนิคระยอง และวิทยาลัยกาญจนาภิเษก ได้มอบอุปกรณ์ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เช่น เครื่องพ่นหมอกฆ่าเชื้อ เจลแอลกอฮอล์ เป็นต้น ให้กับโรงเรียนสรุศักดิ์มนตรีและชุมชนโดยรอบ
“ดิฉันขอให้กำลังใจครู ผู้บริหารทุกคนที่ทำงานภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นี้ จากการตรวจเยี่ยมโรงเรียนสรุศักดิ์มนตรี พบว่าโรงเรียนสามารถบริหารจัดการได้ดี เนื่องจากโรงเรียนอยู่ในเขตพื้นที่สีแดงเข้ม ไม่สามารถจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนได้ จึงต้องจัดการเรียนการสอนรูปแบบอื่น ซึ่งจากการสำรวจของโรงเรียน พบนักเรียนบางส่วน ไม่มีความพร้อมด้านอุปกรณ์ โรงเรียนได้แก้ไขปัญหาโดยการให้นักเรียนมาเรียนออนไลน์ในโรงเรียนและแยกห้องกันเรียน ซึ่งดิฉันได้เน้นย้ำ ไปว่า ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรโรงเรียนต้องหาทางช่วยนักเรียนเพื่อไม่ให้นักเรียนขาดการเรียนรู้ ซึ่งภาพรวมทั่วประเทศในการจัดการเรียนการสอนหลังจากเปิดภาคเรียนที่ 1/2564 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย” น.ส.ตรีนุช กล่าว
น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตั้งเป้าไว้ว่าจะเปิดประเทศภายใน 120 วัน สถานศึกษาจะเปิดตามด้วยหรือไม่นั้น ศธ.ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักเรียนเป็นอันดับแรก ซึ่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด จะเป็นผู้พิจารณาสถานการณ์ของพื้นที่ตนเอง โดยจะต้องประเมินความพร้อม ความปลอดภัยของแต่ละพื้นที่ ว่าควรจะให้เปิดสถานศึกษาหรือไม่ ซึ่งเบื้องต้นสถานศึกษาในสังกัด ศธ. เปิดเรียน On-site กว่า 18,000 แห่ง จากสถานศึกษาทั้งหมด 30,000 แห่ง และขณะนี้มีรายงานแจ้งว่าโรงเรียนประมาณ 40 แห่ง ขอปิดการเรียนการสอนแบบ On-Site และเปลี่ยนเป็นการเรียนการสอนรูปแบบอื่น เพราะพบนักเรียนติดเชื้อฏควิด-19 หรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยง ศธ.ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ขอความร่วมมือสาธารณสุขจังหวัด เข้าไปตรวจสอบดูว่าการติดเชื้อของนักเรียนมาจากสาเหตุใด ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเด็กส่วนใหญ่จะติดเชื้อมาจากผู้ปกครอง จึงขอยืนยันว่าขณะนี้โรงเรียนและสถานศึกษาไม่ใช่คลัสเตอร์แพร่ระบาดใหม่


