ท่องอาขยาน สูตรคูณ คณิตคิดเร็ว กำลังจะกลับมาอีกครั้ง เมื่อ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)มีนโยบายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไปหาแนวทางเร่งฟื้นฟูการเรียนแบบท่องจำ ทั้งสูตรคูณและอาขยาน ถูกมองเป็นปัญหาในการพัฒนาการศึกษา เมื่อนักวิชาการหัวก้าวหน้ายุคหนึ่งเสนอแนวคิดปรับการเรียนการสอน ยกเลิกการสอนแบบท่องจำเหมือนนกแก้วนกขุนทอง แต่เน้นให้เด็กคิดวิเคราะห์มากขึ้น ส่งผลให้การเรียนการสอนในห้องเรียนถูกปรับเปลี่ยน
เสียงท่องอาขยานและสูตรคูณที่เคยได้ยินทุกเช้าเย็น เลือนหายไปจากห้องเรียน
นางสุกัญญา งามบรรจง ผู้อำนวยการสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สพฐ. บอกว่า แท้จริงแล้วการท่องอาขยานและสูตรคูณไม่ได้หายไปไหน โรงเรียนต่างๆ ยังสอนการท่องอาขยานและสูตรคูณอยู่ตามปกติ เพียงแต่ที่ผ่านมาไม่ได้มีการพูดถึงมากนัก เพราะมีเรื่องอื่นๆ ให้เร่งดำเนินการพัฒนาการเรียนการสอนให้ทันสมัย ซึ่งในส่วนของการท่องสูตรคูณและอาขยานที่จะฟื้นฟูขึ้นมา จะทำในลักษณะของการพัฒนาการเรียนการสอนให้มีความหลากหลาย ทันสมัย และเหมาะสมกับการเรียนรู้ในแต่ละบริบทของพื้นที่มากขึ้น
การท่องบทอาขยานบรรจุอยู่ในตัวชี้วัดหนึ่งในการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยของนักเรียนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 ส่วนใหญ่จะคัดเลือกจากวรรณคดีที่นักเรียนต้องเรียนในวิชาภาษาไทยอยู่แล้ว ซึ่งจะมีทั้งบทเลือกที่ให้เลือกท่องได้ตามความสนใจ มิได้บังคับ และบทหลัก ที่หลักสูตรกำหนด
การฟื้นฟูครั้งนี้นอกจากจะให้โรงเรียนสอนการท่องอาขยานตามปกติแล้ว ยังเพิ่มเติมให้โรงเรียนแต่งบทอาขยานที่เชื่อมโยงกับบริบท สามารถนำเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ สถานที่สำคัญในท้องถิ่นมาแต่งเป็นร้อยกรอง ปลูกฝังให้เด็กรักชาติรักท้องถิ่น ขณะเดียวกันจะมีการจัดประกวดแข่งขันท่องอาขยานด้วย เพราะไม่อยากให้การเรียนท่องอาขยานอยู่ในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว แต่อยากให้เด็กได้จดจำ เพราะอาขยานจะช่วยกระตุ้นให้เด็กมีความอ่อนโยนและยังขัดเกลาจิตใจได้ ส่วนการท่องสูตรคูณและคณิตคิดเร็ว จะช่วยให้เด็กมีทักษะ สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
นางกาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิตสาขาวิชาภาษาไทย บอกว่า รู้สึกดีใจที่ ศธ.จะฟื้นฟูการท่องอาขยานและสูตรคูณขึ้นมา เพราะเท่าที่ทราบในสมัยหลัง เด็กไทยไม่ค่อยได้เรียนท่องจำบทเรียนเหล่านี้ เนื่องจากช่วงหนึ่งมีนักการศึกษาสมัยใหม่ไม่เห็นด้วย เพราะคิดว่าเป็นการให้เด็กท่องจำอย่างนกแก้วนกขุนทอง ทั้งที่ความจริงแล้วการท่องอาขยานมีประโยชน์ ไม่ใช่แค่การท่องจำ แต่ทำให้เด็กได้สัมผัสถึงความไพเราะด้านภาษา รู้จักเสียงสัมผัสคล้องจองที่ถูกต้อง ที่สำคัญ ทำให้เด็กได้เรียนรู้วรรณคดีที่กวีโบราณแต่งขึ้น ซึ่งวรรณคดีเหล่านั้นก็จะสอดแทรกความรู้ เรื่องความมีคุณธรรมจริยธรรมให้ฝังลึกในจิตใจของเด็ก โดยการสอนท่องอาขยานและสูตรคูณควรเริ่มตั้งแต่วัยเด็ก เพื่อให้เกิดการซึมซับ รู้จักจังหวะ และเข้าใจในเนื้อหาอย่างลึกซึ้ง
ด้าน นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ บอกว่า ครั้งหนึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำรัสไว้ว่า การท่องอาขยานไม่ใช่การท่องแบบนกแก้วนกขุนทอง แต่เป็นการอ่านซ้ำๆ ซึ่งทำให้เด็กจำได้เอง และการท่องอาขยาน ไม่ใช่ให้เด็กท่องคนเดียว แต่เป็นการท่องพร้อมกันทั้งห้อง มีอำนาจในการจำ ทำให้เด็กได้สัมผัสสุนทรียภาพทางกวีที่มีจังหวะจะโคน บทกวีที่ดีจะทำให้เด็กได้ประจักษ์และรู้ซึ้งถึงคุณค่าทางภาษาที่สวยงาม
อีกประการหนึ่ง การอ่านอาขยานยังถือเป็นรากร่วมทางวัฒนธรรมของเด็ก ทั้งที่อยู่ในภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคกลาง หากท่องอาขยานและซึมซับบทกวีเดียวกัน จะทำให้เกิดความเข้าใจ
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาเคยเสนอให้ ศธ.สนับสนุนให้เด็กท่องอาขยาน และให้แบ่งเป็นบทหลักที่บังคับให้เด็กต้องท่องทุกคน บทรองที่ให้ท่องตามบริบทของแต่ละท้องถิ่น และบทกวีดีๆ ที่นักเรียนแต่งเอง เพื่อให้เด็กได้สัมผัสถึงคุณค่าทางภาษาที่ไพเราะ
เพราะภาษาที่ไพเราะจะช่วยเจียระไนความคิดและคำพูดให้เป็นคนที่อ่อนโยน

