เมื่อวันที่ 13 กันยายน ที่โรงแรมเอบิน่าเฮ้าส์ นายเตชาติ์ มีชัย ฝ่ายกฎหมายมูลนิธิเยาวชนพอเพียงเพื่อการพัฒนา กล่าวภายหลังร่วมเวทีเสวนา “รับน้องไม่สร้างสรรค์”และ “กิจรรมเสี่ยง นศ.”ถึงเวลายาแรงหรือยัง จัดโดยเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ มูลนิธิเยาวชนพอเพียงเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและมูลนิธิเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนา โดยมีตัวแทนนักศึกษาจากหลายสถาบันการศึกษา อาทิ มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยหัวเฉียว เข้าร่วมงานกว่า 50 คน ว่า กรณีของนายโชคชัย ทองเนื้อขาว หรือน้องบอส นิสิตชั้นปีที่ 1 คณะพานิชยนาวีนานาชาติ หลักสูตรการขนส่งทางทะเล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(มก.) วิทยาเขตศรีราชา จ.ชลบุรี ที่จมในบ่อน้ำภายในวิทยาเขตในระหว่างทำกิจกรรม “พี่พบน้อง” เพื่อเฉลยสายรหัส ซึ่งเป็นกิจกรรมของคณะที่จัดขึ้น ถือว่าผู้ที่เกี่ยวข้องมีความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 300 และมาตรา 309 เข้าข่ายบังคับข่มขืนให้กระทำการใดๆ ที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย ซึ่งหลังจากนั้น คงต้องรอผลตรวจทางการแพทย์และพยานหลักฐาน พยานแวดล้อมต่างๆ เพื่อแสวงหาข้อเท็จจริง ซึ่งโทษที่จะได้รับอาจจะแตกต่างออกไป อีกทั้งทางมหาวิทยาลัย ผู้บริหาร อาจารย์ถือว่ามีความผิด ตกเป็นจำเลยร่วม มีโทษทางวินัยและอาญาหากข้อเท็จจริงปรากฏว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ซึ่งหากผู้เสียหายต้องการเอาผิด ทางทนายความของมูลนิธิเยาวชนฯยินดีให้คำปรึกษาและดำเนินคดี รวมถึงการรับน้องโหดในรายอื่นๆ ด้วย
“ปัญหารับน้องรุนแรง ไม่ควรซุกไว้ใต้พรม หรือปัดความรับผิดชอบ รุ่นพี่ต้องไม่ใช้อำนาจ หรือความสะใจอยู่เหนือรุ่นน้อง ซึ่งหลายกรณีมีการข่มขู่ห้ามโพสต์ห้ามแชร์ในโซเชียลมีเดีย เพื่อต้องการปิดข่าว เชื่อว่ากิจกรรมรับน้องดีๆ สร้างสรรค์ มีอยู่ไม่น้อย จึงไม่ควรใช้พฤติกรรมขยะเข้ามาอยู่ในประเพณีรับน้อง อยากขอให้สังคม พ่อแม่ผู้ปกครองออกมาปกป้องสิทธิ เรียกร้องความยุติธรรม อย่ามองว่าเป็นเรื่องธรรมดา ปล่อยให้ผ่านไป ซึ่งด้านหนึ่งจะยิ่งทำให้บรรดารุ่นพี่ขาโหดได้ใจ กระทำแบบนี้ซ้ำซาก ข้อสำคัญหากนักศึกษายึดติดในระบบอำนาจนิยม เมื่อโตขึ้นเข้าสู่ระบบการทำงานก็จะติดความคิดและพฤติกรรมบ้าอำนาจไปด้วย ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อตัวเขา และประเทศชาติแต่อย่างใด”นายเตชาติ์ กล่าว

