รายงาน : The Last Hope ‘วัชรวิทยา’ คว้าถ้วยพระราชทานฯ ออกแบบเกม

25.07.21 | 10:46 น.

รายงาน : The Last Hope ‘วัชรวิทยา’ คว้าถ้วยพระราชทานฯ ออกแบบเกม

ตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ปี ของเส้นทางการบ่มเพาะเยาวชนระดับชั้นมัธยมปลาย ทั้ง 14 ทีม ในโครงการ “ออกแบบเกม ออกแบบสังคม รุ่น 2” ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง คณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) และ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ให้มีทักษะเอื้อต่อการเป็นนวัตกรรุ่นใหม่ จุดประกายการเป็นผู้นำในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคม ผ่านการพัฒนาบอร์ดเกมให้มีความสนุก สร้างสรรค์ และตอบโจทย์ปัญหาสังคมที่ต้องการแก้ไข

จนถึงวันนี้ ได้ดำเนินมาถึงบทสรุปแล้ว โดยทางโครงการได้จัดพิธีประกาศรางวัลถ้วยรางวัลพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รวมถึง รางวัลพิเศษอื่นๆ ผ่านรูปแบบออนไลน์ เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยได้รับเกียรติจาก รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี มธ.และ นายชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ บริษัทบ้านปูฯ เป็นประธานในพิธี

โดยทีมที่คว้าถ้วยพระราชทานฯ ไปครอง ได้แก่ ทีม The Last Hope โรงเรียนวัชรวิทยา จ.กำแพงเพชร กับผลงานบอร์ดเกม Survivors From Black Snow ที่นำเสนอประเด็นเรื่องการขจัดเขม่าควันอ้อย เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ และความตระหนัก ให้แก่เกษตรกร และคนในชุมชน ในเรื่องการดูแลสภาพแวดล้อม และสุขอนามัยของคนในพื้นที่ จ.กำแพงเพชร

นอกจากนี้ ยังมีรางวัลอื่นๆ ประกอบด้วย รางวัล Learning & Growth ได้แก่ บอร์ดเกม Unplugged Coding โรงเรียนโพธาวัฒนาเสนี จ.ราชบุรี, รางวัล High Quality Research ได้แก่ บอร์ดเกม Sugar Addicted โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศิลปากร จ.นครปฐม, รางวัล Creativity ได้แก่ บอร์ดเกม Lost In Eros โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) 2 กรุงเทพฯ, รางวัล Community Engagement ได้แก่ บอร์ดเกม Save Health Save Life โรงเรียนสรรพวิทยาคม จ.ตาก และรางวัล Gamers’ Choice ได้แก่ บอร์ดเกม Mentalism โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต จ.ปทุมธานี

Advertisement

โครงการออกแบบเกม ออกแบบสังคม เริ่มต้นเมื่อปี 2560 เพราะต้องการพัฒนาเยาวชนในระดับมัธยมปลาย ที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาสังคม โดยใช้บอร์ดเกมเป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดประเด็นปัญหาต่างๆ โครงการฯ รุ่น 2 (ปี 2562-2564) ได้รับความสนใจจากเยาวชนสมัครเข้าร่วมออดิชั่นมากถึง 132 ทีม และผ่านกระบวนการคัดเลือกจนได้ 14 ทีมสุดท้าย ที่ได้เข้าร่วมโครงการเพื่อเรียนรู้กระบวนการคิดอย่างสร้างสรรค์ และพัฒนาทักษะการเป็นนวัตกรรุ่นใหม่ โดยอาจารย์ประจำโครงการ และผู้เชี่ยวชาญในวงการบอร์ดเกม เพื่อสร้างเสริมทักษะการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) จุดประกายการเป็นผู้นำในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคม ผ่านการพัฒนาบอร์ดเกม ให้มีความสนุก สร้างสรรค์ และตอบโจทย์ปัญหาสังคมที่ต้องการแก้ไข

ซึ่งบอร์ดเกมของนวัตกรทั้ง 14 ทีม ได้ผ่านการทดลองจริงจากประชาชนทั่วไป และกลุ่มเป้าหมายตามวัตถุประสงค์ เพื่อประเมินผลการใช้งาน และสื่อสารผ่านบอร์ดเกม โดยมีคณะกรรมการจากหลากหลายสาขาวิชาชีพเป็นผู้พิจารณา ให้คะแนนทีมเยาวชนที่สื่อสารประเด็น หรือปัญหาสังคม และถ่ายทอดวิธีแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด โดยมีกลไกเกมที่สร้างการเรียนรู้ไปพร้อมกับสร้างความสนุกสนานให้แก่ผู้เล่น รวมถึง มีกระบวนการนำเกมไปใช้ และเผยแพร่ต่อชุมชน

รศ.เกศินี กล่าวว่า คณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มธ.มีเจตนารมณ์ในการบ่มเพาะเยาวชนให้มีคุณภาพ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในอนาคตที่จะขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเจริญก้าวหน้าต่อไป เราได้รับการสนับสนุนที่ดีอย่างต่อเนื่องจากบริษัทบ้านปูฯ ในการดำเนินโครงการออกแบบเกม ออกแบบสังคม ทำให้สามารถปลูกฝังความคิด และทักษะต่างๆ ที่จำเป็นแก่การเป็นนวัตกรรุ่นใหม่ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการบ่มเพาะเยาวชนให้มีทักษะ กระบวนการทางความคิดแบบนวัตกรรุ่นใหม่ รวมทั้ง ยังได้เห็นถึงมุมมองของเยาวชนที่มีต่อประเด็นปัญหาสังคมไทย ที่ถ่ายทอดออกมาเป็นบอร์ดเกมทั้ง 14 บอร์ดเกมอีกด้วย

“หวังว่าเยาวชนในโครงการ จะนำเอาความรู้ ทักษะต่างๆ ที่ได้ไปจากการเข้าร่วมโครงการ นำไปปรับใช้พัฒนาตนเองต่อไป และเติบโตเป็นนวัตกรที่ดีต่อไปในอนาคต” อธิการบดี มธ.กล่าว

ด้านประธานกรรมการ บริษัทบ้านปูฯ นายชนินท์ กล่าวว่า บริษัทบ้านปูฯ ดำเนินโครงการความรับผิดชอบต่อสังคมหลายโครงการ มุ่งเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยาวชนที่เป็นอนาคตของชาติ เพื่อให้มีทักษะที่พร้อมก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 โดยในโครงการออกแบบเกม ออกแบบสังคม เราได้ส่งเสริมการสร้างนวัตกรผ่านการออกแบบบอร์ดเกม เพื่อสื่อสารประเด็นปัญหาต่างๆ ที่มีในสังคม ให้ได้รับการแก้ไข ซึ่งแนวทางการเรียนรู้เช่นนี้ สอดคล้องกับแนวคิดของบ้านปูที่ว่า พลังความรู้ คือพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง และพัฒนา

“ผลลัพธ์ที่ได้เห็นกันในวันนี้ ที่ทั้ง 14 ทีม ได้สร้างสรรค์ 14 บอร์ดเกมใน 3 ประเด็น ได้แก่ การพัฒนาสังคม การดูแลสุขภาพ และวัยรุ่นศาสตร์ ต่างมีความน่าสนใจในมุมที่แตกต่างกันออกไป ยิ่งไปกว่านั้น โครงการในรุ่นนี้ ยังได้เผชิญกับบททดสอบท้าทายจากการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ทุกทีมก็ปรับตัว คิดหาวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อพัฒนาบอร์ดเกม และสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายของตนเองได้ตามวัตถุประสงค์ รู้สึกประทับใจที่เยาวชนคนรุ่นใหม่เห็นความสำคัญของปัญหาที่เกิดขึ้นรอบตัวในมิติที่หลากหลาย และต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาเหล่านั้น หวังว่าบอร์ดเกมทั้ง 14 เกมนี้ จะถูกนำไปต่อยอด เพื่อก่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมของเราต่อไป” นายชนินท์ กล่าว

ตัวแทนทีม The Last Hope โรงเรียนวัชรวิทยา ทีมชนะเลิศ ที่สามารถถ่ายทอดประเด็นเขม่าควันอ้อยผ่านบอร์ดเกม Survivors From Black Snow ออกมาได้อย่างดี จนคว้ารางวัลถ้วยพระราชทานมาครองได้นั้น กล่าวว่า ดีใจ และเกินความคาดหวังอย่างมาก นอกจากจะได้พัฒนาบอร์ดเกมในประเด็นสังคมที่พวกเราสนใจ อย่างประเด็นเขม่าควันอ้อยซึ่งเกิดขึ้นในรอบๆ บริเวณชุมชน และจังหวัดของเราแล้ว ยังได้เสริมทักษะต่างๆ และพัฒนาตัวเองกันมาไกลมากอีกด้วย แม้จะท้อจนเกือบจะถอดใจไปหลายครั้ง แต่ท้ายที่สุดพวกเราก็ลงมือทำ และผ่านมาถึงตรงนี้ได้

“ต้องขอบคุณทุกๆ ส่วนที่เกี่ยวข้อง ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของประเด็นปัญหาสังคม และเลือกพวกเราเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ รวมถึง ขอบคุณพี่ๆ เกมเมอร์ ที่ให้คำปรึกษาในการพัฒนาเกมทุกขั้นตอน โรงเรียน และคุณครูที่สนับสนุนพวกเรา รวมถึง เพื่อนๆ ในโครงการ ที่ร่วมเดินทางพัฒนาตัวเองมาด้วยกันเกือบ 2 ปี”

พร้อมทิ้งท้ายด้วยความหวัง ว่าเกมที่พวกเราตั้งใจพัฒนากันขึ้นมา จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมต่อไปไม่มากก็น้อย