‘สุพัฒนพงษ์’ หนุน 4 แนวทางแก้หนี้ เครือข่ายครูซัดมาตรการเดิม-แค่ขายฝัน จี้ออกเกณฑ์กลางปล่อยสินเชื่อ-เพิ่มเงินเดือนแม่พิมพ์บรรจุใหม่
นายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้ครู 4 แนวทาง คือ 1.หามาตรการลดเงินต้นให้ครู 2.หามาตรการลดดอกเบี้ยให้ครู 3.ทำอย่างไรให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา เสียดอกเบี้ยทำประกันชีวิตที่ผูกกับเงินกู้น้อยลง และ 4.การวางแผนป้องกันระยะยาวให้ครูที่กู้เงิน โดยสร้างหลักสูตรให้ความรู้ สร้างทักษะชีวิตให้ครูที่บรรจุใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้มีปัญหาหนี้สินในอนาคต ต่อที่ประชุมคณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย ที่มีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน พิจารณาแล้ว พร้อมรายงานถึงการดำเนินการที่ผ่านมาของ ศธ.ว่าได้ทำอะไร เพื่อช่วยเหลือครูแก้ไขปัญหาหนี้สินบ้าง
นายสุทธิชัยกล่าวต่อว่า เบื้องต้นนายสุพัฒนพงษ์เห็นด้วยกับ 4 แนวทางที่ ศธ.เสนอ และมอบหมายให้ตนไปเตรียมแผน และจัดทำแนวทางที่ชัดเจน ว่าจะแก้ไขปัญหาหนี้ครูอย่างไรให้เห็นผลเป็นรูปธรรม โดยจะนำแนวทางที่วางไว้มาศึกษาว่าควรปรับเปลี่ยน หรือเพิ่มเติมในส่วนไหนบ้าง ตน และคณะทำงานจะเร่งจัดทำแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สิ้นครูให้เสร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อเสนอให้คณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อยพิจารณาต่อไป
“เมื่อเร็วๆนี้ ได้ประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อรับทราบปัญหา และข้อเสนอแนะของตัวแทนกลุ่มสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 6 แห่ง โดยข้อมูลที่ได้จากการหารือ จะนำมาประกอบการตัดสินใจว่าจะนำแนวทางแก้ไขปัญหาของสหกรณ์ฯ มาเป็นโมเดล หรือมาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาหนี้ครูได้มากน้อยแค่ไหน” นายสุทธิชัย กล่าว
นายสุทธิชัยกล่าวต่อว่า ทางสหกรณ์ฯ ชี้แจงมาว่า ที่ผ่านมาได้ลดดอกเบี้ยให้ครูอยู่แล้ว เพื่อช่วยเหลือครูในช่วงที่เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ระบาด โดยลดดอกเบี้ยเงินฝาก และลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้ครู นอกจากนี้ สหกรณ์ฯ ได้สะท้อนปัญหา ว่าขณะนี้เจอปัญหาเรื่องการส่งเงินของผู้กู้ โดยเฉพาะสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างมาก ทั้งนี้ จะรวบรวมรายละเอียดข้อมูลหนี้สิ้นครูทั้งหมด หารือ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการ ศธ.อีกครั้ง และจะเร่งวางแผนแก้ไขปัญหาหนี้ครูให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว
ด้านนายไพศาล ปันแดน ประธานเครือข่ายองค์กรครูไทย (ค.อ.ท.) และนายกนักบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งประเทศไทย กล่าวว่า มองว่า 4 แนวทางที่ ศธ.วางไว้ เป็นมาตรการเดิมๆ ที่ทำกันทุกยุคทุกสมัย ไม่ว่าจะเป็นการลดเงินต้น ลดดอกเบี้ย เพราะธนาคารทุกแห่งก็ลดดอกเบี้ย ลดเงินต้นให้ครูอยู่ตลอด แต่ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาหนี้สินของครูได้ มองว่าเป็นมาตรการที่วางไว้ เป็นมาตรการขายฝัน
นายไพศาลกล่าวอีกว่า ส่วนแผนระยะยาว เพื่อป้องกันให้ครูรุ่นใหม่ไม่สร้างหนี้ ถือเป็นเรื่องใหม่ แต่ที่ผ่านมา ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) แทบทุกเขตพื้นที่ฯ เน้นย้ำครูบรรจุใหม่เรื่องการวางแผนการเงินมาตลอด จึงไม่แน่ใจว่าจะสามารถป้องกันได้จริงหรือไม่
“ผมมองว่าฐานเงินเดือนครูบรรจุใหม่ควรได้เพิ่มมากขึ้นจากเดิม เพื่อให้ครูมีเงินพอที่จะเลี้ยงตนเอง และจ่ายหนี้สินของตนได้ เพราะรายรับของครูบรรจุใหม่ในปัจจุบัน ไม่สอดคล้องกับรายจ่ายที่ต้องจ่าย โดยครูจะต้องจ่ายในชีวิตประจำวัน ค่ารถ ค่าบ้าน และส่วนใหญ่ต้องออกเงินซื้ออุปกรณ์การเรียนให้เด็กด้วย จึงอยากให้ ศธ.พิจารณาเพิ่มเงินเดือนให้ครูบรรจุใหม่ด้วย เพื่อให้ครูมีรายได้ที่สอดคล้องกันรายจ่าย ผมเห็นด้วยกันแนวทางที่ ศธ.วางไว้ แต่ก็เกิดคำถามว่าจะช่วยแก้ปัญหาได้มากน้อยแค่ไหน เพราะรัฐมนตรีว่าการ ศธ.ทุกยุค ต่างมีแผนแก้ปัญหาหนี้ให้ครู แต่ยังไม่เห็นใครประสบความสำเร็จ” นายไพศาลกล่าว
นายไพศาลกล่าวอีกว่า มองว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น ศธ. ธนาคารต่างๆ และสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ที่เดิมแต่ละแห่งต่างออกมาตรการช่วยเหลือครูแตกต่างกัน ควรหารือร่วมกัน และออกมาตรากลางในการควบคุมการปล่อยสินเชื่อเงินกู้ให้ครูเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด

