ค.ร.อ.ท. ออกแถลงการณ์จี้ ‘นายกฯ–ตรีนุช’ ตรวจสอบหลังมีข่าว ขรก.-นายทุน ลงขัน 50 ล.เขี่ยเลขาฯ อาชีวะพ้นเก้าอี้
นายเศรษฐศิษฏ์ ณุวงค์ศรี ประธานเครือข่ายคนรักษ์อาชีวศึกษาแห่งประเทศไทย (ค.ร.อ.ท.) เปิดเผยว่า เครือข่ายคนรักษ์อาชีวศึกษาแห่งประเทศไทย(ค.ร.อ.ท.) ออกแถลงการณ์ โดยระบุว่า จากกรณีที่มีสื่อมวลชนได้เสนอข่าวประเด็นมีการวิ่งเต้นตำแหน่งระดับสูงในกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ระดับซี 11 และมีการชี้เป้าที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กรณีการลงขันเพื่อให้มีการขยับคนปัจจุบันให้พ้นตำแหน่งในราคาที่สูงถึง 50 ล้านบาท และเป็นกระแสที่อยู่ในความสนใจของประชาชนและที่เฝ้าติดตามอยู่ในขณะนี้
นายเศรษฐศิษฏ์ กล่าวต่อว่า ค.ร.อ.ท. ขอเรียนว่าจากกระแสข่าวดังกล่าว สร้างความเสื่อมเสียให้กับสอศ. อย่างมาก ในนามของ ค.ร.อ.ท. ที่เป็นภาคประชาชนที่คอยปกป้องชื่อเสียงและความเป็นธรรมในองค์กรมาอย่างต่อเนื่อง ไม่อาจทนกับกระแสข่าวการซี้อขายตำแหน่งฯ กันได้อีกต่อไป จึงขอเรียกร้องผู้เกี่ยวข้องในกระทรวงศึกษาธิการ หรือนายกรัฐมนตรี และคนในสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้ออกช่วยกันต่อต้านและปกป้ององค์กรนี้ก่อนที่ชื่อเสียงจะเสียหายมากกว่านี้เหมือนครั้งหนึ่งในอดีตที่มีการโกงครั้งมโหฬาร ทุกวันนี้คดียังไม่สิ้นสุด
“พี่น้องชาวอาชีวศึกษาทุกท่านครับ ถึงเวลาแล้วที่พวกเราชาวอาชีวศึกษาจะต้องออกมาช่วยกันปกป้องชื่อเสียงสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาที่พวกเรารักและหวงแหน สร้างกันมาชั่วลูกหลานที่อยู่คู่กับประเทศไทยมายาวนานกว่า 80 ปี และการที่สอศ.จะได้คนมาเป็นผู้บริหารระดับสูง ควรที่จะได้คนดี มีความรู้ความสามารถ มีวิสัยทัศน์ มีคุณธรรมมีหลักธรรมาภิบาล มาเป็นผู้บริหารองค์กร แต่ข่าวการซื้อขายตำแหน่งอาจเป็นจริง หรืออาจมีการตีกันเพื่อปกป้องตนเองกันโดนย้าย แต่ทั้งสองกรณีก็ไม่เป็นผลดีกับองค์กรแต่อย่างใด หากการที่องค์กรได้คนที่จะมาบริหารที่ได้มาด้วยการซื้อขายตำแหน่ง ก็ไม่ควรเกิดขึ้นแต่อย่างใด”นายเศรษฐศิษฏ์ กล่าว
นายเศรษฐศิษฏ์ กล่าวต่อว่า หรือเป็นเพราะเมื่อถึงฤดูการโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงทีไร จึงมีข่าวการซื้อขายตำแหน่งกันทุกครั้ง เป็นเช่นนี้มานาน ซึ่งไม่มีใครตอบได้ว่ากระแสข่าวการซื้อขายตำแหน่งที่ผ่านๆ มารวมถึงข่าวที่กำลังเกิดในขณะนี้ จะเป็นความจริงหรือไม่หรือเกิดจากการแย่งชิงอำนาจกันเอง หรืออาจมีคนเจตนาทำให้องค์กรอาชีวศึกษาเสียหายชื่อเสียงก็เป็นได้ แต่การนำองค์กรมาเป็นตัวประกันเพื่อให้ตัวเองดูดีเพื่อกำจัดคู่แข่งจะด้วยพฤติกรรมใดก็แล้วแต่เป็นการไม่สมควรอย่างยิ่งที่เอาองค์กรอาชีวศึกษา ที่พวกเราคนอาชีวศึกษาทั้งที่เป็นอดีตคนอาชีวศึกษาบุคลากรนักเรียน นักศึกษา ที่รักและหวงแหน มาเป็นเครื่องมือทำลายกัน มีคำถามว่าทำไมถึงจะมีการลงทุนมากมายขนาดนี้ หรือคิดว่าองค์กรอาชีวศึกษาแห่งนี้เป็นขุมทองที่จะมากอบโกยหวังผลผลประโยชน์ ถึงต้องมีการซื้อขายตำแหน่งที่เป็นเงินมหาศาลขนาดนั้น จะต้องมาคดโกงอีกเท่าไหร่ถึงจะได้ทุนคืน และจะโกงประเทศชาติอีกแค่ไหน คิดแล้วน่าตกใจ
“พวกเราคนอาชีวศึกษาทั้งประเทศขอวิงวอนท่านรัฐมนตรีว่าการ ศธ. และนายกรัฐมนตรี ได้โปรดตรวจสอบและป้องกัน หาทางแก้ไขและอย่าให้กระแสข่าวดังกล่าว เกิดขึ้นและเป็นจริง ในสอศ. หรือหน่วยงานใดๆ ในประเทศไทย โดยเด็ดขาด และถ้าปรากฏว่ามีมูลความจริงหรือมีการการทำจริงตามข่าวขอให้ท่านได้ลงโทษบุคคลเหล่านั้นอย่างเด็ดขาด ค.ร.อ.ท. จะคอยติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิด ไม่ให้ข่าวดังกล่าวเป็นจริงและไม่เกิดขึ้นกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างและไม่ให้คนที่เอาองค์กรไปเป็นเครื่องมือสำหรับตนเองและทำลายคนอื่น คนเช่นนี้ไม่ให้มีที่ยืนในสังคมต่อไป” นายเศรษฐศิษฏ์ กล่าว

