แจ้งเอาผิด ร.ร.อินเตอร์เปิดสอนเถื่อน หลังถูกร้องจบ ม.6 ใช้วุฒิต่อ ป.ตรีไม่ได้

25.08.21 | 15:40 น.

แจ้งเอาผิด ร.ร.อินเตอร์เปิดสอนเถื่อน หลังถูกร้องจบ ม.6 ใช้วุฒิต่อ ป.ตรีไม่ได้

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ว่า ที่ประชุมเสนอให้ ศธ. เร่งนำวัคซีนฉีดให้กับนักเรียน และครูเพื่อที่จะให้โรงเรียนกลับมาเปิดเรียนได้เร็วที่สุด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปกครองและนักเรียนด้วย พร้อมกับรับทราบรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา ในช่วงการแพร่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 มาตรการที่ 1 ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา จำนวน 2,000 บาทต่อคน โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ได้ตรวจสอบและยืนยันข้อมูลนักเรียนที่มีอยู่จริง พร้อมประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการเบิกจ่ายฯ และกำหนดแนวปฏิบัติในการดำเนินการเบิกจ่าย/ตรวจสอบเงินเยียวยา 2,000 บาท โดย สช.มีหนังสือแจ้งไปยังศึกษาธิการจังหวัก (ศธจ.) สช.จังหวัด และโรงเรียนเพื่อซักซ้อมแนวทางการดำเนินการต่อไป เมื่อได้รับเงินแล้วโรงเรียนจะต้องมีแบบฟอร์มหลักฐานการจ่ายเงิน และแจ้งผู้ปกครองทราบกรณีที่ประสงค์ให้โอนเงินต่างธนาคาร ซึ่งจะมีค่าธรรมเนียมการโอนเงินด้วย 

ด้านนายอรรถพล ตรีกตรอง เลขาธิการ กช.กล่าวว่า สช.แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่าได้แจ้งความดำเนินคดีโรงเรียนนานาชาติ 2 แห่ง คือ 1.โรงเรียนนานาชาติฟอสเตอร์ แขวงบางยี่เรือ กรุงเทพฯ เนื่องจาก สช.ได้รับการร้องเรียกจากผู้ปกครองว่าโรงเรียนปิดกิจการและติดต่อไม่ได้ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าโรงเรียนแห่งนี้ ยื่นคำร้องขอรับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนนานาชาติเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 แต่อาคารสถานที่ไม่เป็นไปตามกฎกระทรวง จึงไม่อนุญาต แต่โรงเรียนกลับเปิดรับนักเรียน นอกจากนี้ ทางกระทรวงแรงงานไปตรวจสอบ และได้จับกุมครูชาวต่างชาติที่ไม่มีใบอนุญาตทำการสอน 6 ราย ในขณะทำการสอนนักเรียนในที่เหตุ สช.จึงแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ สน.บางยี่เรือ เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ ขอให้ผู้ปกครอง และนักเรียนที่ได้รับความเสียหายมาติดต่อ สช.เพื่อขอรายเอียดดำเนินคดีอาญากับผู้เกี่ยวข้องต่อไป

และ 2.โรงเรียนนานาชาติเซนต์มาร์ค เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ โรงเรียนนี้ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2542 โดย สช.อนุญาตให้เปิดสอนเฉพาะระดับอนุบาล 1-3 ซึ่งทางโรงเรียนทำการเปิดสอนชั้นประถมมัธยมปลายด้วย ซึ่งผู้ปกครองมาร้องเรียนกับ สช.ว่า ลูกจบ ม.6 โรงเรียนดังกล่าว แต่ไม่สามารถไปศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาได้ สช.จึงสั่งโรงเรียนงดรับนักเรียนใหม่ใหม่เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม และส่งพนักงานเจ้าหน้าที่ไปตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาข้อมูลแจ้งความดำเนินคดีอาญาต่อไป หากผู้ปกครองคนใดส่งลูกเรียนระดับชั้น ป.1-.6 ที่โรงเรียนดังกล่าวให้เร่งประสาน สช.เพื่อรวบรวทเอกสารหลักฐานและหาช่วงทางช่วยเหลือนักเรียนต่อไป

สช.ได้รายงานข้อมูลจำนวนโรงเรียนเอกชน ประจำเดือนสิงหาคาม 2564 พบว่าโรงเรียนเอกชนในระบบและนอกระบบได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 อย่างมาก พบว่าขณะนี้โรงเรียนในระบบ มี 3,986 แห่ง เลิกกิจการ 43 แห่ง และโรงเรียนเอกชนนอกระบบ มี 7,789 แห่ง เลิกกิจการไปแล้ว 300 แห่ง นอกจากนี้ ยังมีโรงเรียนเอกชนทั้งในระบบและนอกระบบกว่า 900 แห่ง ที่ดำเนินกิจการต่อไม่ได้ เนื่องจากมีนักเรียนไม่ถึง 10  คน ทำให้โรงเรียนแบกภาระค่าจ้างครูจำนวนมาก หากเป็นเช่นนี้ต่อ โรงเรียนเหล่านี้จะพยุงกิจการไม่ไหว จะเร่งหาทางช่วยเหลือโรงเรียนเหล่านี้ต่อไปนายอรรถพลกล่าว  

เลขาธิการ กช.กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบให้ข้อเสนอแนะรัฐมนตรีว่าการ ศธ.พิจารณาให้โรงเรียนเอกชนนอกระบบสร้างอาชีพให้ประชาในสถานการณ์โควิด-19 เพราะโรงเรียนเอกชนนอกระบบได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 อย่างมาก เนื่องจากผู้เรียนลดลง ขาดรายได้ ยังมีภาระค่าใช้จ่ายอื่น โรงเรียนเอกชนนอกระบบ 4 ประเภท คือ วิชาชีพ สร้างเสริมทักษะชีวิต กวดวิชา และดนตรีและกีฬา  เสนอว่าจะเปิดศูนย์ฝึกอาชีพ ให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณืโควิด-19 เพื่อเป็นทางเลือกสร้างรายได้ให้ประชาชน โดยจะเปิดสอนหลักสูตรระยะสั้น 1 วันไม่เกิน 3 เดือน พร้อมเสนอส่วนลดพิเศษจากค่าเรียนปกติ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยจะขอให้รัฐสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมจากรัฐด้วย ซึ่ง สช.จะเสนอเรื่องดังกล่าวให้ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.พิจารณาต่อไป

Advertisement