แจ้งเอาผิด ร.ร.อินเตอร์เปิดสอนเถื่อน หลังถูกร้องจบ ม.6 ใช้วุฒิต่อ ป.ตรีไม่ได้
เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ว่า ที่ประชุมเสนอให้ ศธ. เร่งนำวัคซีนฉีดให้กับนักเรียน และครูเพื่อที่จะให้โรงเรียนกลับมาเปิดเรียนได้เร็วที่สุด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปกครองและนักเรียนด้วย พร้อมกับรับทราบรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา ในช่วงการแพร่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 มาตรการที่ 1 ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา จำนวน 2,000 บาทต่อคน โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ได้ตรวจสอบและยืนยันข้อมูลนักเรียนที่มีอยู่จริง พร้อมประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการเบิกจ่ายฯ และกำหนดแนวปฏิบัติในการดำเนินการเบิกจ่าย/ตรวจสอบเงินเยียวยา 2,000 บาท โดย สช.มีหนังสือแจ้งไปยังศึกษาธิการจังหวัก (ศธจ.) สช.จังหวัด และโรงเรียนเพื่อซักซ้อมแนวทางการดำเนินการต่อไป เมื่อได้รับเงินแล้วโรงเรียนจะต้องมีแบบฟอร์มหลักฐานการจ่ายเงิน และแจ้งผู้ปกครองทราบกรณีที่ประสงค์ให้โอนเงินต่างธนาคาร ซึ่งจะมีค่าธรรมเนียมการโอนเงินด้วย
ด้านนายอรรถพล ตรีกตรอง เลขาธิการ กช.กล่าวว่า สช.แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่าได้แจ้งความดำเนินคดีโรงเรียนนานาชาติ 2 แห่ง คือ 1.โรงเรียนนานาชาติฟอสเตอร์ แขวงบางยี่เรือ กรุงเทพฯ เนื่องจาก สช.ได้รับการร้องเรียกจากผู้ปกครองว่าโรงเรียนปิดกิจการและติดต่อไม่ได้ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าโรงเรียนแห่งนี้ ยื่นคำร้องขอรับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนนานาชาติเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 แต่อาคารสถานที่ไม่เป็นไปตามกฎกระทรวง จึงไม่อนุญาต แต่โรงเรียนกลับเปิดรับนักเรียน นอกจากนี้ ทางกระทรวงแรงงานไปตรวจสอบ และได้จับกุมครูชาวต่างชาติที่ไม่มีใบอนุญาตทำการสอน 6 ราย ในขณะทำการสอนนักเรียนในที่เหตุ สช.จึงแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ สน.บางยี่เรือ เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ ขอให้ผู้ปกครอง และนักเรียนที่ได้รับความเสียหายมาติดต่อ สช.เพื่อขอรายเอียดดำเนินคดีอาญากับผู้เกี่ยวข้องต่อไป
และ 2.โรงเรียนนานาชาติเซนต์มาร์ค เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ โรงเรียนนี้ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2542 โดย สช.อนุญาตให้เปิดสอนเฉพาะระดับอนุบาล 1-3 ซึ่งทางโรงเรียนทำการเปิดสอนชั้นประถม–มัธยมปลายด้วย ซึ่งผู้ปกครองมาร้องเรียนกับ สช.ว่า ลูกจบ ม.6 โรงเรียนดังกล่าว แต่ไม่สามารถไปศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาได้ สช.จึงสั่งโรงเรียนงดรับนักเรียนใหม่ใหม่เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม และส่งพนักงานเจ้าหน้าที่ไปตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาข้อมูลแจ้งความดำเนินคดีอาญาต่อไป หากผู้ปกครองคนใดส่งลูกเรียนระดับชั้น ป.1-ม.6 ที่โรงเรียนดังกล่าวให้เร่งประสาน สช.เพื่อรวบรวทเอกสารหลักฐานและหาช่วงทางช่วยเหลือนักเรียนต่อไป
“สช.ได้รายงานข้อมูลจำนวนโรงเรียนเอกชน ประจำเดือนสิงหาคาม 2564 พบว่าโรงเรียนเอกชนในระบบและนอกระบบได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 อย่างมาก พบว่าขณะนี้โรงเรียนในระบบ มี 3,986 แห่ง เลิกกิจการ 43 แห่ง และโรงเรียนเอกชนนอกระบบ มี 7,789 แห่ง เลิกกิจการไปแล้ว 300 แห่ง นอกจากนี้ ยังมีโรงเรียนเอกชนทั้งในระบบและนอกระบบกว่า 900 แห่ง ที่ดำเนินกิจการต่อไม่ได้ เนื่องจากมีนักเรียนไม่ถึง 10 คน ทำให้โรงเรียนแบกภาระค่าจ้างครูจำนวนมาก หากเป็นเช่นนี้ต่อ โรงเรียนเหล่านี้จะพยุงกิจการไม่ไหว จะเร่งหาทางช่วยเหลือโรงเรียนเหล่านี้ต่อไป” นายอรรถพลกล่าว
เลขาธิการ กช.กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบให้ข้อเสนอแนะรัฐมนตรีว่าการ ศธ.พิจารณาให้โรงเรียนเอกชนนอกระบบสร้างอาชีพให้ประชาในสถานการณ์โควิด-19 เพราะโรงเรียนเอกชนนอกระบบได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 อย่างมาก เนื่องจากผู้เรียนลดลง ขาดรายได้ ยังมีภาระค่าใช้จ่ายอื่น โรงเรียนเอกชนนอกระบบ 4 ประเภท คือ วิชาชีพ สร้างเสริมทักษะชีวิต กวดวิชา และดนตรีและกีฬา เสนอว่าจะเปิดศูนย์ฝึกอาชีพ ให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณืโควิด-19 เพื่อเป็นทางเลือกสร้างรายได้ให้ประชาชน โดยจะเปิดสอนหลักสูตรระยะสั้น 1 วัน–ไม่เกิน 3 เดือน พร้อมเสนอส่วนลดพิเศษจากค่าเรียนปกติ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยจะขอให้รัฐสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมจากรัฐด้วย ซึ่ง สช.จะเสนอเรื่องดังกล่าวให้ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.พิจารณาต่อไป

