‘ตรีนุช’ หนุนทำวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อพัฒนาการศึกษาทุกระดับ

26.08.21 | 16:21 น.

ตรีนุชหนุนทำวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อพัฒนาการศึกษาทุกระดับ

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ..ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมผ่านระบบออนไลน์และบรรยายพิเศษตอนหนึ่ง ประชุมวิชาการ การวิจัยทางการศึกษาระดับชาติ ครั้งที่ 16 หัวข้อนวัตกรรมการศึกษา : กล้าเปลี่ยน สร้างสรรค์ ยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยจัดโดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ตอนหนึ่งว่า  การวิจัยและการพัฒนานวัตกรรมถือเป็นกลไกลสำคัญในการกำหนดการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการพัฒนาประเทศไทย 4.0 ผ่านการทำวิจัย เพื่อพัฒนาแนวคิด ทฤษฎี กระบวนการ ทัศนะทางการศึกษาใหม่ๆ ในมิติต่าง

รัฐมนตรีว่าการศธ. กล่าวต่อว่า  สภาการศึกษามีบทบาทสำคัญในการวางกรอบ เป้าหมาย และทิศทางการจัดการศึกษาของประเทศ เพื่อการพัฒนาศักยภาพ และขีดความสามารถของคนไทยในทุกช่วงวัยผ่านการจัดทำนโยบายและแผนการศึกษาแห่งชาติ  มาตรฐานการศึกษาของชาติ  ...การศึกษาแห่งชาติ แผนการปฎิรูปด้านการศึกษารวมถึงการปฎิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่มีความหลากหลาย เพื่อนำไปพัฒนาการศึกษาในทุกระดับและประเภทการศึกษาต่อไป

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการศธ. บรรยายพิเศษ หัวข้อเทคโนโลยีและนวัตกรรม การศึกษาในยุคดิจิทัลว่า เรื่องเทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษาในยุคดิจิทัล เป็นความหวังการศึกษาไทย แม้ว่าจะมีสถานการณ์โควิด 19 หรือไม่มี เราก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อการศึกษาที่ทันสมัย สร้างเด็กในศตวรรษที่ 21 และการสร้างพลเมืองยุค 4.0 แต่เราต้องศึกษาให้ถ่องแท้ว่าจะนำมาใช้อย่างไร ขณะที่ความพร้อมของครู และนักเรียนก็ยังไม่สมบูรณ์ ดังนั้นต้องเร่งให้ความรู้แก่ครู นักเรียนและผู้ปกครอง ซึ่งทุกคนจะต้องปรับตัว เพื่อให้สอดคล้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   ศธ.ไม่นิ่งนอนใจที่จะนำเทคโนโลยี และนวัตกรรมมาใช้กับการศึกษาในยุคดิจิทัล

นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดศธ. กล่าวว่า เราอยู่ในช่วงสถานการณ์โควิด 19 มาปีกว่า ทำให้สถานการณ์จัดการเรียนการสอนต้องเปลี่ยนแปลงไป เป็นการเรียนโดยผ่านเทคโนโลยีมากขึ้น เป็นการเรียนระบบทางไกล ผ่านระบบออนไลน์ออนแอร์ แต่สิ่งที่พบคือการจัดการศึกษาระบบทางไกลมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายและความสามารถในการมีเครื่องมือสื่อสารของผู้เรียนเป็นอย่างมาก ซึ่งถือเป็นข้อจำกัดที่สำคัญ แต่ครูก็สามารถแก้ปัญหาได้ใช้ระบบออนแฮนด์ ที่นำเอกสาร ใบงาน ไปส่งให้เด็กถึงบ้านและยังได้แนะนำพบปะพูดคุยกับเด็กและผู้ปกครองได้ด้วย จะเห็นได้ว่าการจัดการศึกษาบ้านเรามีการเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตค่อนข้างมาก

Advertisement

ปลัดศธ. กล่าวต่อว่า การจัดการศึกษาในระบบของไทย ที่จะไปเพิ่มทางเลือกให้เด็ก คือ หลังจบ .3 จะไปเรียนต่อ ระดับม.ปลาย หรือ สายอาชีพ ประกาศนียบัตร(ปวช.) ได้ แต่ปัจจุบันเด็กที่เรียนอาชีวะสามารถต่อปริญญาตรีได้แล้ว และที่น่าสนใจ คือ วันนี้สายอาชีวะมีความแข็งแกร่งมากขึ้น มีเด็กเรียนมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าพึงพอใจเพราะถือเป็นการสร้างทางเลือกให้ผู้เรียนสายอาชีพ