เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (234) 成语故事 (二三四)
นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในครั้งนี้คือ 讳疾忌医/諱疾忌醫 huì jí jì yī (ฮุ่ย จี๋ จี้ อี) โดย คำว่า 讳/諱huì (ฮุ่ย) แปลว่า ข้อห้าม 疾jí (จี๋) แปลว่า โรค 忌jì (จี้) แปลว่า หลีกเลี่ยง บ่ายเบี่ยง 医/醫yī (อี) แปลว่า หมอ แพทย์ เมื่อรวมกันแล้วหมายถึงหลีกเลี่ยงคำสั่งของหมอ หรือไม่ทำตามหมอสั่ง หรือปิดบังอาการป่วยของตนไม่ให้หมอรักษา สุภาษิตนี้ใช้อธิบายถึงพฤติกรรมของคนที่ต้องการซ่อนเร้นจุดบกพร่อง หรืออำพรางจุดด้อยของตน มาดูนิทานตัวอย่างกัน
จีนในช่วงยุครัฐศึก 战国/戰國 Zhànɡuó (จ้านกั๋ว) แม้ชื่อฟังดูจะเหมือนกับประเทศที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายจากศึกสงคราม แต่ในความเป็นจริง สิ่งประดิษฐ์ หรือเทคโนโลยีต่างๆ ก็เกิดขึ้นมากมายในยุคนี้เช่นกัน โดยเฉพาะด้านการแพทย์
มีเรื่องเล่าว่า มีหมอคนหนึ่งนามว่า เปี่ยนเชว่ 扁鹊 Biǎn Què ตั้งแต่เด็กเขาก็สนใจศึกษาการรักษาผู้คน จึงตั้งใจศึกษาวิชาการแพทย์ จนมีความมั่นใจในความสามารถของตนเองแล้วระดับหนึ่ง เปี่ยนเชว่จึงออกเดินทางไปยังรัฐต่างๆ และก็ได้รักษาผู้คนที่ล้มป่วยด้วยโรคต่างๆ มากมาย
ชื่อเสียงของเขาโด่งดังไปทั่วทั้งเจ็ดรัฐ มีครั้งหนึ่งเมื่อเขาเดินทางมาถึงรัฐฉี 齐国/齊國 Qí Guó (ฉีกั๋ว) ผ่านหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เขาพบว่ามีบ้านหลังหนึ่งกำลังจัดงานศพอยู่ จึงขอเข้าไปขอดูศพ ก็พบว่าศพนั้นยังมีสีหน้าเหมือนคนที่ยังมีชีวิตอยู่ เขาจึงตรวจสอบร่างนั้น และสอบถามจากคนจนมั่นใจว่าคนนี้ยังไม่ตาย เขาจึงขอรักษา แล้วผลก็เป็นไปตามคาด คนดังกล่าวฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้อย่างอัศจรรย์
ข่าวนี้ได้แพร่สะพัดไปเข้าหูเจ้าผู้ครองรัฐฉี จึงส่งคนมาเชิญเปี่ยนเชว่ให้เข้าวัง เมื่อเปี่ยนเชว่เข้าพบเจ้าเมือง หลังได้พูดคุยสนทนาสักครู่ เปี่ยนเชว่สังเกตเห็นสีหน้าเจ้าเมืองไม่สู้ดี จึงขอตรวจอาการ แล้วแจ้งเจ้าเมืองว่าท่านกำลังป่วยด้วยโรคร้าย แต่ว่าเชื้อยังอยู่แค่ที่ผิวหนัง ยังรักษาได้ เจ้าเมืองฉีฟังก็ไม่เชื่อ และบอกว่าเขาแข็งแรงดี หลังเปี่ยนเชว่ลากลับแล้ว เจ้าเมืองยังพูดกับบริวารว่า หมอไม่ว่าคนไหนก็ตาม มักบอกว่าคนอื่นๆ ป่วยเป็นโรคโน้นโรคนี้ เพื่อจะได้เก็บเงินค่ารักษา
![]()
ที่มาภาพ: https://baike.baidu.com/
เมื่อผ่านไปสิบกว่าวัน เจ้าเมืองก็ยังไม่เป็นอะไร จึงให้คนไปเรียกเปี่ยนเชว่มาหาอีก คราวนี้เปี่ยนชว่กลับบอกว่า อาการของท่านหนักกว่าเดิมแล้ว โรคมันเข้าสู่ลำไส้แล้ว หากไม่รีบรักษา มันจะเข้าสู่ไขกระดูก และตับไต จะรักษาไม่ได้อีกต่อไป แต่เจ้าเมืองก็คงไม่เชื่อ แถมไล่เข้ากลับไป เพราะตัวเองไม่เห็นเป็นอะไรเลย ดังนั้น เมื่อเวลาผ่านไปอีกสิบกว่าวัน ทีนี้โรคร้ายเริ่มกำเริบแล้ว เขาเจ็บปวดด้วยโรคนี้ยิ่งนัก หมอในวังไม่มีใครรักษาได้เลย
เจ้าเมืองจึงให้คนไปตามเปี่ยนเชว่มารักษา แต่ไหนเลยจะหาตัวเปี่ยนเชว่พบ เพราะเขาได้ออกเดินทางไปจากรัฐฉีเสียตั้งนานแล้ว คงพบเพียงจดหมายที่ทิ้งไว้ เนื้อความบอกว่า ไม่ต้องตามหาเขาอีก เพราะอาการของเจ้าเมืองนั้น ไม่มีทางที่จะรักษาได้อีกต่อไปแล้ว
เมื่อเจ้าเมืองรู้เช่นนี้ ก็เสียใจยิ่งนักที่ไม่เชื่อเปี่ยนเชว่ตั้งแต่แรก เจ้าเมืองล้มป่วยอยู่สิบกว่าวันก็เสียชีวิต ต่อมาเรื่องราวของเจ้าเมืองไม่เชื่อหมอจนต้องตาย ก็กลับกลายมาเป็นใช้อธิบายถึงคนที่ซ่อนเร้นข้อบกพร่อง หรือความผิดของตนเองนั่นเอง
ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้
成语比喻:掩饰自己缺点或错误,而不愿改正。
成語比喻:掩飾自己缺點或錯誤,而不願改正。
Chénɡyǔ bǐyù:Yǎnshì zìjǐ quēdiǎn huò cuòwù, ér bú yuàn ɡǎizhènɡ.
เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่ : เหยี่ยนฉื้อ จื้อจี่ เชวเตี่ยน ฮั่ว ชั่วอู้, เอ๋อร์ ปู๋ เยวี่ยน ก่ายเจิ้ง
สุภาษิตเปรียบว่า ปกปิดข้อบกพร่องหรือข้อผิดพลาดของตนเอง โดยไม่ยอมที่จะแก้ไข
ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น
我们都知道,在工作上如果出错误时,讳疾忌医的人,往往会把问题弄得更严重。
我們都知道,在工作上如果出錯誤時,諱疾忌醫的人,往往會把問題弄得更嚴重。
Wǒmen dōu zhīdào, zài ɡōnɡzuò shànɡ rúɡuǒ chū cuòwù shí, huìjíjìyī de rén, wǎnɡwǎnɡ huì bǎ wèntí nònɡ dé ɡènɡ yánzhònɡ.
หวั่วเหมิน โตว จื่อต้าว, ไจ้ กงจั้ว ฉั้ง หรูกั่ว ชู ชั่วอู้ ฉือ, ฮุ่ยจี๋จี้อี เตอะ เหริน, หวางหว่าง ฮุ่ย ป่า เวิ่นถี น่ง เต๋อ เกิ้ง เหยียนโจ้ง
เราทุกคนทราบดีว่าหากมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นในการทำงาน คนที่แอบซ่อนปัญหา มักจะทำให้ปัญหาแย่ลง

