เมื่อวันที่ 22 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากเกิดประเด็นดราม่าในสื่อสังคมออนไลน์ กรณีน.ส.ลัดดา ตั้งสุภาชัย อดีตศิลปินกองการสังคีต กรมศิลปากร เข้าร้องเรียนต่อสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ว่ามิวสิควีดีโอชุด “เที่ยวไทยมีเฮ” ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งมีฉากทศกัณฐ์หยอดขนมครก เซลฟี่ และขับโกคาร์ทโดยมองว่าไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นราชาแห่งยักษ์ ต้องสง่างาม น่าเกรงขามนั้น
ล่าสุด อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) เปิดเผยว่าศิลปะมีอยู่ 2 อย่าง คือ ศิลปะอนุรักษ์นิยมและศิลปะร่วมสมัย จะต้องอนุรักษ์เอาไว้ทั้ง 2 อย่างให้คู่กันซึ่งประเทศที่พัฒนาแล้วทำกันแบบนี้ ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าพวกเราต่างไม่รู้เรื่องศิลปะแล้วพากันดื้อดึงไปด้วยกัน 2 ฝ่าย โดยคนอนุรักษ์ที่จะเอาแต่อนุรักษ์ ถามว่าอย่างนี้จะพัฒนาไปได้อย่างไร ส่วนคนรุ่นใหม่จะทำสิ่งใดก็ต้องระวังอย่าเกินเลย แต่กรณีของยักษ์ทศกัณฐ์ในเอ็มวีส่วนตัวเห็นว่าไม่ได้เกินเลย โดยถือว่าเป็นการพัฒนาการงานศิลปะของชาติไปสู่ความเป็นศิลปะร่วมสมัย เท่าทันกับคนรุ่นใหม่ถือเป็นสิ่งที่ดี ดังนั้นเอ็มวีนี้จึงถือเป็นของใหม่ที่อาจดูสนุกสนาน แต่อาจไม่ถูกใจคนรุ่นเก่า ทศกัณฐ์ขี่รถ ขูดขนมคลก เล่นต่างๆ ทั้ง ที่ทศกัณฐ์ไม่ใช่ของเล่น แต่มีอุดมคติ ทรงพลังอำนาจ มีความงดงาม อยู่ในโรงละครไม่ใช่เอาออกมาเล่น โดยตนเห็นว่าไม่น่าเป็นไรเพราะทำให้คนรุ่นใหม่ได้รู้จักทศกัณฐ์และไม่ได้ดูถูกเพราะไม่ได้เอาทศกัณฐ์ไปอยู่ในที่อโคจรหรือไปอยู่กับภาพลามกแต่อย่างใด
“ปัญหาเรื่องของเก่าและของใหม่เป็นปัญหาของโลก ไม่เฉพาะประเทศไทย สำหรับประเทศกำลังพัฒนาอย่างประเทศไทยยิ่งต้องเป็นปัญหาใหญ่ โดยเฉพาะการจะไปเปลี่ยนแปลงจากสิ่งโบราณที่ดีไปสู่สิ่งใหม่ที่ไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดีนั้นถือว่ายากยิ่ง เพราะครูบาอาจารย์ที่แสดงโขนนั้น เขาจะถือว่ามีครูบาอาจารย์และมีความขลัง มีอุดมคติ มีจิตนาการที่ยิ่งใหญ่และมีความอลังการ ผมจึงขอยืนยันว่าพวกเรายังรักศิลปะของคนรุ่นเก่าอยู่ โดยยังรักเคารพไม่ได้ดูถูกใดๆ ทั้งสิ้น แต่คนรุ่นเก่าก็ควรยินดีกับของใหม่ด้วยเช่นกัน” อาจารย์เฉลิมชัย กล่าว
อาจารย์เฉลิมชัย กล่าวอีกว่า ขอยกตัวอย่างงานศิลปะที่มีปัญหาคือจิตรกรรมและโขน หรือนาฏกรรมนั้น รู้ไหมว่างานจิตรกรรมในยุคสมัยที่ตนเป็นเด็กหนุ่มไม่สามารถเขียนอะไรที่แหกคอกออกไปจากครูเลย ต้องเขียนรูปภาพไทยแบบโบราณ ใครแหกคอกออกไปจะโดนด่าโดนถล่ม ซึ่งทำให้งานศิลปะไทยของตนจึงเกิดขึ้นที่มหาวิทยาลัยศิลปากร คือการพัฒนาศิลปะไทยของชาติไปสู่ความเป็นสากล ลักษณะเหมือนการต่อต้านนาฏกรรมขณะนี้เลย ตอนนั้นตนโดนต่อต้านตั้งแต่เป็นเด็กหนุ่มจากรุ่นครูบาอาจารย์ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่มาก แต่ในขณะนี้งานศิลปะร่วมสมัยกลับได้รับการยกย่องเชิดชู ดังนั้นขอให้คนไทยที่มีความเห็นทั้ง 2 ฝ่ายอย่าขัดแย้งกันเลยควรหันมาร่วมกันพัฒนาศิลปะของชาติต่อไปด้วย.

