อาจารย์ร้อง มรภ.นครปฐม ไม่ต่อสัญญาจ้าง กล่าวหาทำเอกสารรายวิชาไม่โปร่งใส

23.09.16 | 12:00 น.

นายสิริพงษ์ ปานจันทร์ อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) นครปฐม เปิดเผยว่า มรภ.นครปฐมไม่ต่อสัญญาจ้างให้ตน ซึ่งไม่เป็นธรรม โดยในช่วงเปิดภาคเรียนปีการศึกษา 2558 มหาวิทยาลัยแจ้งว่าจะจัดทำเอกสารประกอบการสอนแจกให้นักศึกษา จากเดิมที่อาจารย์ผู้สอนต้องทำเอง แต่เกิดความล่าช้า จึงได้ตรวจสอบ และส่อว่าจะมีทุจริตในโครงการจ้างทำเอกสารประกอบการสอนในหลายรายวิชา ทั้งนี้ ตนสอนวิชาการคิดและการตัดสินใจ และเป็นผู้ประสานงานในกลุ่มวิชาดังกล่าวด้วย 4,500 ชุด สร้างความเดือดร้อนให้นักศึกษากว่า 5,000 คน ที่ไม่ได้รับหนังสือเรียนในวิชาดังกล่าว เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่ามีบุคคลากรภายในมหาวิทยาลัยหลายฝ่าย ตั้งแต่เจ้าหน้าที่ฝ่ายพัสดุ อาจารย์ผู้สอนในรายวิชา ผู้บริหารระดับคณะ และผู้บริหารมหาวิทยาลัย เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันได้นำชื่อของตนเข้าไปเป็นหนึ่งในคณะกรรมการดำเนินการเรื่องนี้ด้วย เมื่อพบว่ามีความไม่ชอบมาพากล จึงขอถอนชื่อออก

นายสิริพงษ์กล่าวต่อว่า จากที่ตนตรวจสอบ และขอถอนตัวออกจากเรื่องนี้ สร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ต่อมาไม่นานจึงมีคำสั่งปลดตนออกจากผู้ประสานงานกลุ่มวิชา โดยไม่มีเหตุผล และคำอธิบายใดๆ ต่อมาวันที่ 31 มีนาคม 2559 มีคำสั่งไม่ต่อสัญญาจ้างระยะที่ 3 ซึ่งตนเป็นเพียงคนเดียวในมหาวิทยาลัยที่ไม่ได้รับการต่อสัญญาโดยไม่มีเหตุผล ทั้งที่ตนมีนักศึกษาที่อยู่ในความรับผิดชอบกว่า 1,000 คน ทำให้นักศึกษาได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนตัวผู้สอน ที่ผ่านมาได้ร้องเรียนต่อคณะอนุกรรมการการศึกษาและกีฬาสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และจะร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อขอความเป็นธรรม
“ผมอยากขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าไปตรวจสอบการจ้างทำเอกสารประกอบการสอนของ มรภ.นครปฐม การจัดซื้อจัดจ้างภายในมหาวิทยาลัยที่อาจไม่โปร่งใส ถ้าตรวจสอบแล้วพบว่า มีปัญหาจริง และผมไม่ผิด ก็ขอให้ต่อสัญญาจ้างเป็นอาจารย์เหมือนเดิม รวมถึง อยากให้เยียวยานักศึกษาที่อยู่ในความรับผิดชอบของผม เพราะบางคนได้รับผลกระทบจากการได้รับเอกสารประกอบการสอนล่าช้า ถูกยกเลิกคะแนน เปลี่ยนอาจารย์ผู้สอน ทำให้เรียนไม่ทัน อาจทำให้ไม่ผ่านรายวิชานี้” นายสิริพงษ์กล่าว

นายสมเดช นิลพันธุ์ อธิการบดี มรภ.นครปฐม กล่าวว่า ที่มหาวิทยาลัยไม่ต่อสัญญานายสิริพงษ์ ไม่ใช่การกลั่นแกล้ง แต่เป็นไปตามกระบวนการประเมินผลการทำงานของอาจารย์ ซึ่งคณะกรรมการผู้ประเมินประกอบด้วย รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ คณบดีคณะต่างๆ ส่วนสาเหตุที่นายสิริพงษ์ไม่ผ่านการประเมินในระยะที่ 3 เนื่องจากไม่ได้จัดทำแฟ้มสะสมงาน หรือแผนการสอนตลอดทั้งปี ส่งให้คณะกรรมการประเมินพิจารณา ขณะเดียวกันได้รับรายงานว่าระหว่างการสอนที่ผ่านมา นายสิริพงษ์มีพฤติกรรมทิ้งห้องเรียน ขาดการคุมสอบ และไม่ส่งรายงานผลการเรียนของเด็ก เป็นต้น ทั้งหมดนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้คณะกรรมการผู้ประเมินมีมติเสนอไม่ต่อสัญญาจ้างนายสิริพงษ์ ตนในฐานะอธิการบดีจึงลงนามอนุมัติตามที่เสนอ

“ส่วนที่นายสิริพงษ์กล่าวหาว่ามีทุจริตโครงการจ้างทำเอกสารประกอบการสอนนั้น ยืนยันทุกขั้นตอนเป็นไปตามระเบียบพัสดุ โดยมหาวิทยาลัยเห็นว่าการจัดทำเอกสารรายวิชาทั่วไปเพื่อแจกนักศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ จึงรับมาดำเนินการเอง โดยมอบหมายให้คณบดีแต่ละคณะเป็นตัวกลางรวบรวมรายวิชา และจำนวนนักศึกษที่เรียนในแต่ละสาขา เพื่อสั่งพิมพ์ หากคณะใดได้รับหนังสือล่าช้า คณบดีต้องมาชี้แจง ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน เชื่อว่าไม่มีทุจริตแน่นอน ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการที่มหาวิทยาลัยไม่ต่อสัญญานายสิริพงษ์ ไม่ใช่การกลั่นแกล้ง แต่นายสิริพงษ์  กลับนำไปโยง และร้องเรียนเป็นเรื่องเดียวกัน อย่างไรก็ตาม หากมีข้อสงสัยมหาวิทยาลัยก็พร้อมชี้แจง” นายสมเดชกล่าว