‘ตรีนุช’ ลงพื้นที่สมุทรสาคร ตรวจร.ร.รับเปิดเทอม 2 ย้ำ ผอ.-ครู เข้มมาตรการ ชี้เราต้องอยู่กับโควิด-19ให้ได้
เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ที่โรงเรียนสมุทรสาครวิทยาลัย น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พร้อมด้วย นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) พร้อมด้วยผู้บริหาระดับสูง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 เป็นวันแรก

น.ส.ตรีนุช เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมว่า ศธ.เชื่อมั่นว่าการเรียนที่ดี ที่สุด คือการที่นักเรียนได้มาเรียน On Site และเราต้องเผชิญสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ต่อไป วันนี้ตนลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม จ.สุมทรสาคร ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ ที่มีการแพร่ระบาดอย่างรุนแรง ซึ่งโรงเรียนสุมทรสาครวิทยาลัย เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ มีนักเรียน 3,034 คน ทางโรงเรียนให้นักเรียนแบ่งกลุ่มมาเรียน ซึ่งการเรียนลักษณะนี้ เป็นรูปแบบหนึ่งที่ ศธ.ออกมาตรการเพื่อให้เด็กรักษาระยะห่าง ทั้งนี้ทราบว่านักเรียนทุกคนได้รับวัคซีนไฟเซอร์ครบ 2 เข็มแล้ว ส่วนครูได้รับวัคซีนมากกว่า 90% แล้ว

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ศธ.มุ่งเน้นว่า แม้ครู นักเรียน บุคลากรทางการศึกษาจะได้รับวัคซีนแล้ว แต่วัคซีนเป็นเพียงตัวช่วยที่ทำให้เมื่อรับเชื้อแล้วลดอัตราการเสียชีวิต และทำให้ไม่ป่วยหนัก แต่ที่สำคัญคือโรงเรียนต้องปฏิบัติตาม ปฏิบัติตาม 6 มาตรการหลัก 6 มาตรการเสริม และ 7 มาตราเข้มงวด และต้องใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ ใช้เจลแอลกอฮอล์ ซึ่งตนได้เน้นย้ำผู้อำนวยการโรงเรียน และครูปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ ต้องเข้มงวดเรื่องแผนเผชิญเหตุหากพบเด็ก หรือบุคลากรในโรงเรียนมีอาการ หรือติดเชื้อ ต้องมีกระบวนการ มีแผนรองรับ เช่น การสุ่มตรวจหาเชื้อด้วย ATK เป็นต้น ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดสุมทรสาคร ยืนยันว่าพร้อมจะช่วยเหลือโรงเรียนในพื้นที่โดยจะร่วมมือกับสาธารณสุขจังหวัด เพื่อให้โรงเรียนในจ.สุมทรสาคร เปิดเรียนอย่างปลอดภัย

“อย่างไรก็ตาม การใช้ ATK สุ่มตรวจหาเชื้อ ไม่ใช่มาตรการหลักที่จะนำมาพิจารณาเปิดเรียน แต่นำมาใช้พร้อมกับแผนเผชิญเหตุที่ ศธ. เตรียมไว้คือ เมื่อมีความเสี่ยงของการติดเชื้อ หรือเป็นพื้นที่เสี่ยง ให้นำ ATK เข้ามาสุ่มตรวจ การใช้ ATK นั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน เพราะสภาพโรงเรียนแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะระดับจังหวัด ระดับชุนชน ระดับหมู่บ้าน การแพร่ระบาดของเชื้อมีความแตกต่างกันมาก ดังนั้น ศธ.ให้อำนาจคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ในการดูรายละเอียดแต่ละพื้นที่ โดยพิจารณาการเปิดเรียนร่วมกับผู้อำนวยโรงเรียน ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ” น.ส.ตรีนุช กล่าว
รัฐมนตรีว่าการ ศธ. กล่าวต่อว่า แม้นักเรียนไม่ได้รับวัคซีนก็สามารถมาเรียนได้ และขณะนี้มีผู้ปกครองยื่นความประสงค์ให้ลูกฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้น คาดว่าเพราะผู้ปกครองมั่นใจมากขึ้น ทั้งนี้ ศธ.ไม่เร่งให้โรงเรียนเปิด On Site ทั้งหมด แต่ศธ.เน้นเรื่องความปลอดภัยของเด็กเป็นหลัก ถ้าโรงเรียนมีความพร้อมก็สามารถเปิดเรียน On Site ได้ ซี่งทราบว่า ขณะนี้มีโรงเรียนที่สอนระดับชั้นประถมศึกษาบางแห่งได้รับอนุญาตจากจังหวัดให้เรียน On Site วันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ และในวันที่ 15 พฤศจิกายน จะเปิด On Site เพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้โรงเรียนเปิดเรียนรูปแบบ On Site แล้วก็ตาม ศธ.จะมีคณะกรรมการติดตาม ว่าเปิดเรียนแล้วมีประเด็นปัญหาอะไรบ้างเพื่อเข้าช่วยเหลือโรงเรียน โดยในภาคเรียนที่ 1/2564 ที่ผ่านมา ศธ.ได้ตั้งคณะทำงานคอยติดตามว่าการเรียน 5 รูปแบบที่ศธ.กำหนดไว้ มีปัญหาอุปสรรคอะไรบ้าง เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาให้โรงเรียนด้วย นอกจากนี้ ศธ.มีคณะทำงานร่วมกับ สธ. เพื่อติดตามมาตรการป้องกันโรค และร่วมกันทำแผนเผชิญเหตุให้โรงเรียนเตรียมรับมือด้วย
“ศธ. แจกคู่มือให้โรงเรียนทุกแห่งรับมือ ถ้าพบนักเรียน และบุคลากรติดเชื้อ เช่น หากพบคนติดเชื้อ ให้ปิดแค่ห้องเรียน เป็นเวลา 3 วัน และทำความห้องเรียนนั้น แต่จะไม่ปิดทั้งโรงเรียน เป็นต้น ขอให้ผู้ปกครองมั่นใจว่า ศธ.มีแผนเผชิญเหตุรองรับอยู่ ส่วนแผนฟื้นฟูความรู้ให้นักเรียนนั้น ดิฉันเน้นย้ำให้ครูทำความเข้าใจกับเด็ก เพื่อให้เด็กมีความสุขกับการเรียนก่อน พร้อมกับปรับพฤติกรรมให้เด็กด้วย เมื่อเด็กมีความพร้อม ก็ให้ครูค่อยๆเพิ่มวิชาความรู้เข้าไป ซึ่ง ขอผู้ปกครอง และนักเรียนมีความมั่นใจ เพราะ ศธ.และสธ. มีมาตราการ และมีแผนเผชิญเหตุรองรับอยู่ และขอเน้นย้ำให้ครู ผู้อำนวยการโรงเรียนผู้อำนวยการปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดอย่างเคร่งครัด” น.ส.ตรีนุช กล่าว

