เคาะ4 มาตรการแก้หนี้ครู โละประกัน-ดึงเงินช.พ.ค.-กบข. ลดต้น ตั้งกรรมการเช็กเครดิตบูโร

8.11.21 | 12:52 น.

เคาะ4 มาตรการแก้หนี้ครู โละประกัน-ดึงเงินช.พ.ค.-กบข. ลดต้น ตั้งกรรมการเช็กเครดิตบูโร

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน นายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่ากระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะประธานประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูฯ ที่มีน.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการศธ. เป็นประธาน โดยมีผู้แทนธนาคารออมสิน ธนาคารแห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้แทนจากกระทรวงการคลัง เข้าร่วม ว่า ที่ประชุมได้หารือมาตรการแก้ปัญหาหนี้สินครู เรื่องที่คิดว่าสามารถดำเนินการได้ทันทีมี 4 เรื่อง 1.การลดดอกเบี้ย ซึ่งสถาบันการเงินยินดีให้ความร่วมมือ 2. การหาแนวทางช่วยเหลือ ผู้ที่มียอดหนี้จำนวนสูง โดยจะไปดูแนวทางว่าหุ้นต่างๆ หรือเงิน กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ที่สมาชิกมีอยู่สามารถนำมาลดยอดหนี้ได้หรือไม่ดีกว่าให้แช่อยู่ รวมถึงอาจจะไปหารือกบข.ผลักดันโครงการปล่อยกู้เงินกบข. นำวงเงินที่มีอยู่เป็นประกัน รวมถึงดูว่าเงินจาก โครงการสวัสดิการเงินกู้การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) และสมาชิกการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษาในกรณีคู่สมรสถึงแก่กรรม (ช.พ.ส.) ซึ่งอยู่ที่สำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ที่ต้องไปดูว่าจะทำอย่างไร ที่จะมาช่วยลดยอดหนี้ให้เหลือน้อยลง โดยเร็ว ๆ นี้จะเชิญสกสค.มาหารือ เพื่อหาแนวทางต่อไป

นายสุทธิชัย กล่าวต่อว่า 3. ค่าธรรมเนียมที่ผู้กู้ไม่จำเป็นต้องจ่าย โดยเฉพาะเงินประกันเงินกู้ที่แต่ละปีผู้กู้ต้องจ่ายจำนวนมาก ซึ่งอาจไม่จำเป็น เพระหากผู้กู้มีหุ้น หรือมีเงินช.พ.ค. -ช.พ.ส. และเงินกบข.ก็สามารถใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันได้ โดยไม่ต้องทำประกันยอดหนี้อีก และ4.ปัจจุบันครูเป็นหนี้ค่อนข้างมาก การควบคุมการกู้เงินยังไม่มีระบบที่ชัดเจน ที่ผ่านมาจะมีเพียงใบรับรองเงินเดือน ซึ่งบางรายใช้วงเงินดังกล่าวในการกู้หลายที่ ดังนั้นต่อไปการปล่อยกู้จะต้องมีคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาเครดิตบูโร ที่จะต้องรวบรวมข้อมูลทางการเงิน ว่า แต่ละรายมีการไปกู้เงินไว้ที่สถาบันการเงินใดบ้าง และมีเงินเหลือติดบัญชีเงินเดือนจำนวนเท่าไร สามารถกู้ได้อีกเท่าไร

“การดำเนินการตรงนี้จะมีโปรแกรมเฉพาะ เพื่อคำนวนเพื่อให้ผู้กู้มีเงินเหลือไม่น้อยกว่า ร้อยละ 30 ต่อเดือนเพื่อการดำรงชีวิต ตามที่กฎหมายกำหนด ตรงนี้เป็นการควบคุมการกู้เงิน ขณะเดียวกันจะมีการหักเงินเดือน ณ ที่จ่ายเพื่อชำระหนี้เงินกู้เป็นลำดับแรก กรณีผู้กู้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ จะมีการตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหา โดยมีตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตัวแทนสหกรณ์ออมทรัพย์ ตัวแทนจากสถาบันการเงิน มาร่วมเป็นกรรมการเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหา ปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งตรงนี้สามารถดำเนินการได้ทันที โดยกำลังพิจารณารายชื่อคณะกรรมการ เพื่อดำเนินการต่อไป ทั้งนี้น.ส.ตรีนุช เทียนทอง ย้ำให้เร่งดำเนินการ โดยเรื่องใดที่ทำได้ก่อนให้เร่งทำให้เร็วที่สุด อาทิ กรณีลดดอกเบี้ย หากกทำแล้วเห็นผล ก็ให้ทำได้ทันที เพราะแต่ละเรื่องไม่เหมือนกัน หากเรื่องใดที่ต้องปรับแก้ระเบียบ อาจต้องใช้เวลา”นายสุทธิชัย กล่าว