ว.แพทย์บูรณาการ มธบ.ชี้ความต้องการบุคลากรด้านแพทย์แผนไทยพุ่ง เหตุคนรุ่นใหม่ฮิตใช้สมุนไพรเพิ่ม
แพทย์แผนไทย อภิรัช ประชาสุภาพ หัวหน้าหลักสูตรการแพทย์แผนไทย วิทยาลัยการแพทย์บูรณาการ (CIM) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) เปิดเผยว่า การบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่นิยมใช้พืชสมุนไพรนั้น เพราะมองว่าเป็นการดูแลสุขภาพที่ปลอดภัย และมาจากธรรมชาติ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญอย่างมากในการเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ที่มาจากสมุนไพร อีกทั้ง นโยบายของภาครัฐก็ได้มีการส่งเสริมอุตสาหกรรมสมุนไพรมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นฟ้าทะลายโจร กระชาย ขิง หรือพืชตระกูล ก. ไม่ว่าจะเป็นกัญชา กัญชง กระท่อม ซึ่งได้ปลดล็อคจากสารเสพติด และได้รับการส่งเสริมให้เป็นพืชเศรษฐกิจ สามารถนำมาใช้ทางการแพทย์ได้ ทำให้พืชสมุนไพรตอนนี้มีการเติบโตขึ้นอย่างมาก
“ตลาดสมุนไพรขยายตัวมากขึ้น ซึ่งหมายความว่าความต้องการบุคลากร ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ ต้องมากขึ้นเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะบุคลากรด้านแพทย์แผนไทย เพราะต้องยอมรับว่าพืชสมุนไพร หากนำมาใช้อย่างไม่เหมาะสมอาจจะมีโทษมากกว่ามีคุณ และการเรียนแพทย์แผนไทยในปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงเรียนเพื่อรู้พืชสมุนไพรเท่านั้น แต่ยังต้องทำวินิจฉัยอาการต่างๆ ที่ผิดปกติของร่างการ และเลือกใช้สมุนไพรต่างนั้นมาใช้ให้เหมาะสม รวมถึง กระบวนการสกัดสารภายในพืชนั้นๆ ออกมาใช้ได้ ทั้งนี้ ยังนำสารสกัดต่างๆ ที่ได้จากพืชนั้นไปใช้ในเชิงพาณิชย์ได้อีกด้วย ฉะนั้น ประเทศไทยจำเป็นอย่างมากในการผลิตแพทย์แผนไทย และแพทย์ทางเลือกที่มีความรู้ด้านสุขภาพ และต้องดูแลสุขภาพแบบองค์รวมได้” แพทย์แผนไทย อภิรัช กล่าว
แพทย์แผนไทยอภิรัช กล่าวอีกว่า จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พบว่า มูลค่าของผลิตภัณฑ์สมุนไพรภายในประเทศ มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 10.3% ภายหลังประกาศใช้แผนแม่บทแห่งชาติ ว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย ฉบับที่ 1 พ.ศ.2560-2564 เป็นอัตราการเติบโตมากกว่าจีน ที่เติบโตเฉลี่ย 5.06% ญี่ปุ่น 0.85% และเกาหลีใต้ 5.43% ขณะที่ข้อมูลจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า แนวโน้มการบริโภคสมุนไพร และผลิตภัณฑ์สมุนไพรในไทยตั้งแต่ปี 2560-2563 มีอัตราการเติบโตประมาณ 10% ต่อปีทีเดียว
แพทย์แผนไทย อภิรัช กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีหลายสถาบันการศึกษาที่ได้เปิดเกี่ยวกับการผลิตบุคลากรแพทย์แผนไทย และแพทย์ทางเลือก เพราะต้องยอมรับว่าบุคลากรด้านนี้ของไทยมีจำนวนจำกัด ทั้งนี้ หลักสูตรการแพทย์แผนไทย วิทยาลัยการแพทย์บูรณาการ เปิดรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี และบุคคลทั่วไป โดย 2 กลุ่มนี้ จะได้รับเพียง40 คนต่อปี และการเรียนการสอนเกี่ยวกับแพทย์แผนไทยที่นี่ ไม่ใช่เรียนเกี่ยวกับสมุนไพรเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่จะต้องเรียนรู้การวินิจฉัยอาการต่างๆ เรียนรู้การนำสมุนไพรต่างๆ มาปรุงเป็นตำรับยาสมุนไพร การนำสมุนไพรไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ เช่น การใช้สมุนไพรประกอบอาหารเพื่อสุขภาพ หรือการทำอาหารให้เป็นยา การแปรรูปสมุนไพรเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพในรูปแบบต่างๆ รวมถึง การใช้สมุนไพรเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพในรูปแบบต่างๆ การใช้สมุนไพรในกลุ่มสารเสพติด และเรียนรู้เรื่องศาสตร์แห่งการชะลอวัย เป็นต้น เพื่อให้ผู้เรียนได้บูรณาการศาสตร์ต่างๆ และนำไปใช้ในการดูแลสุขภาพได้จริง ซึ่งในการเรียนนั้น ต้องเรียนพร้อมกับปฏิบัติ เพื่อให้มีองค์ความรู้ และต้องปฏิบัติได้ อีกทั้ง ต้องรู้จักสกัดสมุนไพรมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ เพื่อช่วยเหลือผู้บริโภคได้

