หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา รายงานการศึกษ...

รายงานการศึกษา : เยาวชนไทยทรงดำ สร้างสรรค์ ‘พิพิธภัณฑ์ดิจิทัล’

14.11.21 | 10:29 น.

รายงานการศึกษา : เยาวชนไทยทรงดำ สร้างสรรค์ ‘พิพิธภัณฑ์ดิจิทัล’

หนึ่งในกลุ่มเป้าหมายของยุทธศาสตร์ความมั่นคงของมนุษย์ พ.ศ.2556-2566 โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ คือ การขับเคลื่อน และผลักดันให้เกิดความมั่นคงของกลุ่ม “ชาติพันธุ์” ซึ่งถือเป็นประชากรที่มีศักดิ์ และสิทธิ เทียบเท่าประชาชนชาวไทยทุกประการ โดยฝากความหวังไว้ที่เยาวชนคนรุ่นหลัง เพื่อสืบสานมรดกภาษาวัฒนธรรม และประเพณีแห่งชนชาติให้คงอยู่สืบไป

“ชาวไทยทรงดำ” เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ของไทยที่มีอัตลักษณ์อันโดดเด่น ด้วยเครื่องแต่งกายที่มีสีน้ำเงินเข้ม หรือสีดำ ตามชื่อเรียก แต่แฝงไว้ด้วยความหมายทางวัฒนธรรมที่ลุ่มลึก ด้วยอุปนิสัยที่เรียบง่าย ไม่โอ้อวด โดยสังเกตได้จากวิธีการติดดอกไม้แซมผมของหญิงชาวไทยทรงดำ ที่นิยมติดดอกไม้ไว้หลังมวยผม หรือการสวมใส่เสื้อฮี เพื่อเป็นการแสดงคติธรรมที่ให้ความสำคัญต่อความอ่อนน้อมถ่อมตน และความงามที่จิตใจมากกว่าความงามของเครื่องแต่งกาย

ชุมชนไทยทรงดำใน อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี ถือเป็นรกรากที่สำคัญของชาวไทยทรงดำ ที่พบว่ามีจำนวนประชากรหนาแน่นที่สุดในประเทศไทย โดยได้นำการเรียนการสอนทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่น รวมทั้ง ภาษา และวัฒนธรรมไทยทรงดำ มาใช้ในหลักสูตรของ โรงเรียนวัดหนองปรง (บุญมานุสรณ์) ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำท้องถิ่น ตลอดจนได้รวบรวมนำเอาภูมิปัญญาต่างๆ ของชาวไทยทรงดำมาจัดแสดงใน “พิพิธภัณฑ์ปานถนอม” พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นไทยทรงดำ ก่อตั้งโดย ครูถนอม คงยิ้มละมัย ที่ได้รับความสนใจในวงกว้าง โดยได้เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้เด็ก และเยาวชนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม จนได้รับรางวัล Museum Thailand Award 2021 จากสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม) ประเภทพิพิธภัณฑ์ด้านชุมชนและท้องถิ่น รางวัลดีเด่นด้านการอนุรักษ์ และสืบสาน และด้านความสัมพันธ์กับชุมชน เมื่อวันที่ 2 กันยายน ที่ผ่านมา

ปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันให้พิพิธภัณฑ์ปานถนอม คว้ารางวัลระดับประเทศนี้มาได้ คือความร่วมมือร่วมใจของกลุ่มเด็กเยาวชน และชาวไทยทรงดำ ที่อยู่ในชุมชนหนองปรง อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี โดยมี สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชียมหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) ร่วมกับ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) และ กองส่งเสริมศิลปวัฒนกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) สนับสนุนการนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลมาทำให้เกิดการต่อยอดทางภูมิปัญญาที่ยั่งยืน จากการทำหน้าที่เสมือนเป็น “พี่เลี้ยง” ที่คอยส่งเสริม และสนับสนุนเยาวชน ซึ่งเป็นลูกหลานไทยทรงดำในชุมชน ให้เป็นกำลังสำคัญในการสืบสานองค์ความรู้มรดกภูมิปัญญาภาษาวัฒนธรรม เป็นอัตลักษณ์ทางเชื้อชาติที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ และสืบทอด

Advertisement

ผศ.ดร.สุมิตรา สุรรัตน์เดชา อาจารย์ประจำสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มม.ถือเป็นเรี่ยวแรงสำคัญในการต่อเติมชีวิตให้กับพิพิธภัณฑ์ปานถนอมสู่โลกดิจิทัล ไปพร้อมๆ กับการสร้างเยาวชนไทยทรงดำในชุมชน ให้ก้าวขึ้นเป็นผู้ดูแล และสืบสานวัฒนธรรมของชุมชนได้ด้วยตัวเอง โดย ผศ.ดร.สุมิตรา เป็นผู้นำเอา “นวนุรักษ์แพลตฟอร์ม” ซึ่งเป็นคลังข้อมูลวัฒนธรรม และความหลากหลายทางชีวภาพ ที่ได้รับการสนับสนุนจาก NECTEC มาต่อยอดพิพิธภัณฑ์ปานถนอมให้เป็น “พิพิธภัณฑ์ดิจิทัล” หรือแหล่งเรียนรู้ออนไลน์

ที่มีเยาวชนไทยทรงดำในชุมชนเป็น Admin หรือผู้ดูแล และบริหารจัดการด้วยตัวเอง โดยได้จัดทำ QR Code ติดกำกับไว้ตามจุดต่างๆ ของพิพิธภัณฑ์ปานถนอม เพื่อให้ผู้เข้าชมสามารถเชื่อมต่อฐานข้อมูลที่สามารถแสดงภาพเคลื่อนไหวได้ถึง 360 องศา เพียงใช้โทรศัพท์มือถือสแกน

นอกจากนี้ ยังได้ฝึกทักษะผู้ประกอบการให้กับเยาวชนไทยทรงดำในชุมชนที่เข้ารับการอบรม เพื่อให้สามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยนอกจากเพื่อการอนุรักษ์แล้ว ยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชน

สิ่งที่ผู้เข้าชมไม่ควรพลาด ได้แก่ การสาธิตการปักลายผ้าไทยทรงดำ และการทอผ้าฝ้าย และผ้าไหมแบบไทยทรงดำ ซึ่งนอกจากจะเป็นการแสดงความงามทางวัฒนธรรมจากการทอผ้าอันเป็นอัตลักษณ์ของชาวไทยทรงดำแล้ว ยังได้มีการนำ “รังไหม” ซึ่งเป็นวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการทอผ้าดังกล่าว มาทำเป็น “สบู่รังไหม” ที่มีสรรพคุณบำรุงผิวพรรณ เพื่อจำหน่ายให้แก่ผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ได้ต่อไปอีกด้วย

พิพิธภัณฑ์ปานถนอม อ.เขาย้อย เปิดให้เข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ผู้สนใจติดตามได้ทางแพลตฟอร์มนวนุรักษ์ของ NECTEC : http://www.navanurak.in.th/paikalau/site/theme/index.php หรือ Facebook ของพิพิธภัณฑ์ปานถนอม เพราะนอกจากจะทำให้คนไทยได้รู้จักวัฒนธรรมของชาวชุมชนไทยทรงดำกันมากขึ้นแล้ว ยังเป็นช่องทางที่สามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้โดยตรงจากปราชญ์ของชุมชนไทยทรงดำอีกด้วย

ในโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน และการบริโภคที่เกินจำเป็น การสร้างเศรษฐกิจจากฐานรากแห่งภูมิปัญญา จะทำให้ชุมชนอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน และด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล จะทำให้เกิดการต่อยอดสู่โลกของการเรียนรู้ได้อย่างไม่มีวันสิ้นสุด