หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา เรียนไทยได้จี...

เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (241) 成语故事 (二四一)

14.11.21 | 14:32 น.

เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (241) 成语故事 (二四一)

นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ 九牛一毛 jiǔ niú yī máo (จิ่ว หนิว ยี เหมา) โดย คำว่า 九 jiǔ (จิ่ว) แปลว่าหนึ่ง เก้า แต่ในที่นี้จะหมายถึงจำนวนมาก เยอะมาก 牛 niú (หนิว) แปลว่า วัว 一 yī (อี) แปลว่าหนึ่ง จำนวนนับคือหนึ่ง 毛 máo (เหมา) แปลว่า เส้นขน เมื่อรวมกันแล้วหมายถึง ขนหนึ่งเส้นจากวัวเก้าตัว การถอนขนวัวจำนวนหนึ่งเส้นจากตัววัวตัวใดตัวหนึ่งในจำนวนเก้าตัว ซึ่งมันไม่อาจทำอันตรายต่อวัว หรือไม่กระเทือนต่อวัวเลย ใช้เปรียบเทียบว่า มันน้อยนิดมากจนไม่กระทบต่อส่วนรวม หรือไม่มีค่าเลยสักนิดนั่นเอง มาดูนิทานตัวอย่างกันครับ

ในช่วงจักรพรรดิ์ ฮั่นอู่ตี้ 汉武帝/漢武帝 Hàn wǔdì (141 ก่อน ค.ศ.ถึง ค.ศ.87) แห่งราชวงศ์ฮั่น 汉朝/漢朝 Hàn cháo (ฮั่นเฉา) ปกครองจีนนั้น พระองค์ปฏิรูปการปกครองประเทศขนานใหญ่ จนสามารถพัฒนาประเทศจีนในยุคนั้นให้เข้มแข็ง และยิ่งใหญ่ในทุกด้าน เมื่อประเทศเข้มแข็งดีแล้ว ก็ถึงเวลาที่ต้องปราบปรามเหล่าชนเลี้ยงสัตว์เร่ร่อน ซฺยงหนู 匈奴 Xiōnɡnú ที่ชอบหาโอกาสบุกข้ามกำแพงเมืองมาปล้นชิงทรัพย์สิน และผู้หญิง ตามแถบเมืองชายแดนทิศเหนืออยู่เป็นประจำ

จักรพรรดิ์ฮั่นอู่ตี้ทรงตั้งกองทัพบุกออกนอกด่านเป็นหลายสายหลายกอง โดยหนึ่งในขุนศึกที่ออกรบครั้งนี้ประกอบด้วยขุนศึกหนุ่ม หลี่หลิง 李陵 Lǐlínɡ การออกรบในช่วงต้น กองทัพของหลี่หลิงรบไปได้อย่างราบรื่น กองทัพของเขาบุกฝ่าเข้าไปยังดินแดนของซฺยงหนูได้อย่างรวดเร็ว แต่เนื่องจากกองทัพของเขาบุกรุดหน้าได้เร็วเกินไป ทำให้กองทัพหลวงตามมาเสริมไม่ทัน เมื่อกองทัพเขาหลงลึกเข้าไปยังดินแดนอันกว้างใหญ่ของศัตรูมากขึ้น เหล่าทหารทั้งหลายก็เริ่มอ่อนล้า ถึงตอนนี้เองกองทัพซฺยงหนูก็โอบล้อม และทำลายกองทัพของหลี่หลิงได้อย่างราบคาบ ตัวหลี่หลิงเองก็ถูกจับเป็นเฉลยศึก

Advertisement

ที่มาภาพ : https://image.baidu.com/search/

ข่าวนี้เมื่อแพร่เข้ามาถึงเมืองหลวง จักรพรรดิ์ฮั่นอู่ตี้ทรงกริ้วเป็นยิ่งนัก จึงสั่งให้ประหารชีวิตครอบครัวของหลี่หลิง แต่มีขุนนางคนหนึ่งนามว่า ซือหม่าเชียน 司马迁/司馬遷 Sīmǎqiān ผู้ทำหน้าที่บันทึกพระกรณียกิจของฮ่องเต้ ได้เสนอความเห็นว่า ขุนพลหลี่หลิงเป็นคนที่กล้าหาญชาญชัย มีความจงรักภักดี เขาถูกจับย่อมต้องมีเหตุจำเป็น พร้อมรับประกันตัวขุนพลคนนี้ แต่ผลการสืบสวนในภายหลัง ซึ่งรู้มาจากเฉลยศึกคนหนึ่งของซฺยงหนูว่า การรบที่พัฒนาขึ้นของพวกตน เพราะมีคนชื่อหลี่หลิงช่วยฝึกสอนให้ ซึ่งในความจริงเป็นคนละหลี่หลิงกัน แต่จักรพรรดิ์ฮั่นอู่ตี้รู้เข้าแค่นี้ ก็ทรงกริ้วหนัก และทรงไม่รับฟังความเห็นใดๆ อีก ทรงสั่งประหารครอบครัวหลี่หลิงเสียสิ้น พร้อมกับสั่งประหารซือหม่าเชียนในฐานะผู้ค้ำประกัน

อันโทษประหารนั้น ในสมัยนั้นมีกฎอยู่ว่า หากไม่อยากถูกประหารมีสองวิธีคือ เอาเงินห้าแสนมาไถ่ชีวิต หรือยอมรับการลงโทษอันสุดแสนทรมาน ถ้าหากยังรอดชีวิตได้ ก็จะได้รับอภัยโทษ ซึ่งซือหม่าเชียนไม่มีทั้งเงิน และไม่มีความกล้าพอที่จะรับการลงโทษได้ ตอนอยู่ในคุกเขาจึงคิดที่จะฆ่าตัวตายเสียให้จบเรื่องไป แต่เมื่อเขาฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า หากเขาตายเสียตอนนี้ เขาก็คงมีค่าเหมือนดังขนวัวเส้นหนึ่งที่ร่วงจากตัววัวเก้าตัว ซึ่งมันเล็กน้อยมากจนไม่มีค่าใดๆ เลย เขาจึงคิดต่อไปว่า อย่ากระนั้นเลย ก่อนตายก็ต้องทำการสิ่งหนึ่งที่มีคุณค่าต่อชนรุ่นหลังต่อไปนับร้อยนับพันปี เช่นนี้แล้วแม้นตายก็ไม่เสียดาย

เมื่อคิดได้ดังนี้ เขาจึงแสดงเจตจำนงรับการทรมาน ด้วยจิตใจอั่นแน่วแน่ เขาจึงผ่านกระบวนการทรมานอันสุดแสนโหดร้ายนั้นไปได้ เมื่อออกจากคุกแล้ว เขาก็ตั้งหน้าตั้งตาเขียนประวัติศาสตร์จีนตั้งแต่ยุคบรรพกาล มาจนถึงยุคของจักรพรรดิ์ฮั่นอู่ตี้จนสำเร็จ ชื่อว่า ฉือจี้《史记》Shǐjì หนังสือประวัติศาสตร์เล่มนี้นี่เอง จึงทำให้เราได้รู้ประวัติศาสตร์จีนอย่างละเอียด

ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้

成语比喻:大数量中的微不足道的数量。

成語比喻:大數量中的微不足道的數量。

Chénɡyǔ bǐyù:dà shùliànɡ zhōnɡ de wéi bù zú dào de shùliànɡ.

เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่ :  ต้า ฉู้เลี่ยง จง เตอะ เหวย ปู้ จู๋ ต้าว เตอะ ฉู้เลี่ยง

สุภาษิตเปรียบว่า จำนวนที่เล็กน้อยมากจนมิอาจหาค่าได้

ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น

他是大老板,钱多得很,拿出这么一点钱也就是九牛一毛罢了。

他是大老板,錢多得很,拿出這麽一點錢也就是九牛一毛罷了。

Tā shì dà lǎobǎn,qián duō dé hěn, ná chū zhème yīdiǎn qián yě jiùshì jiǔniúyīmáo bàle.

ทา ฉื้อ ต้า เหล่าป่าน, เฉียน ตัว เต๋อ เหิ่น, หนา ฉู เจ้อเมอะ อี้เตี่ยน เฉียน จิ้วฉื้อ จิ่ว หนิว อี เหมา ป้าเลอะ

เป็นเถ้าแก่ใหญ่ มีเงินมากมาย ควักเงินออกมาแค่นี้ มันเรื่องเล็กน้อยมาก