‘ตรีนุช’ ชง ครม.ของบ 1.2 พันล้าน เก็บเด็กตกหล่นเรียนอาชีวะ

15.11.21 | 14:01 น.
‘ตรีนุช’ ชง ครม.ของบ 1.2 พันล้าน เก็บเด็กตกหล่นเรียนอาชีวะ

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ที่ วิทยาลัยเทคนิคกระบี่ จังหวัดกระบี่ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังประชุมหัวหน้าส่วนราชการทางการศึกษา เพื่อติดตามนโยบายรัฐบาลและนโยบาย ศธ. เพื่อรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ว่า ได้กำชับให้ 4 องค์กรหลักของ ศธ. ดูแลเด็กตกหล่น ซึ่งภาพรวมทั่วประเทศมีค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ก็อาจจะมีเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษา พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีนโยบายต้องการให้เด็กเหล่านี้กลับเข้าระบบการศึกษาให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ปัญหาที่พบมากแม้จะมีโครงการเรียนฟรี 15 ปีแต่พบว่ามีเด็กไม่ได้เรียนต่อหลังจบมัธยมศึกษาปีที่ 3 เพราะขาดค่าครองชีพ และเข้าสู่ตลาดแรงงานไม่ได้ เพราะอายุไม่ถึง 18 ปี ดังนั้นจึงได้กำหนดนโยบายให้ผู้จบชั้น ม.3 ได้เรียนต่อ 100% ทั้งสายสามัญศึกษา และสายอาชีพ ซึ่งในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ในวันที่ 16 พฤศจิกายนนี้ ศธ.จะเสนอโครงการ “อาชีวะสร้างโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชน เพื่อผลิตกำลังคนของประเทศ” หรือ “อาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ” ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ให้ครม.พิจารณา

“โครงการของ สอศ.เป็นการช่วยเหลือนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล ยากจน ขาดโอกาสทางการศึกษา ให้ได้รับโอกาสทางการศึกษามากขึ้น ในลักษณะโรงเรียนประจำ ผู้เรียนได้เรียนฟรี มีที่พัก พร้อมอาหาร โดยไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ซึ่งในปีการศึกษา 2565 จะนำร่อง 16 พื้นใน 6 จังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ได้แก่ จังหวัดกระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต ระนอง และสตูล ก่อนจากนั้นจะขยายโครงการไปในวิทยาลัยสังกัด สอศ.ทั่วประเทศ รวมถึงฝึกอบรม Upskill และ Reskill ให้เยาวชนด้วย มีระยะเวลาดำเนินโครงการ 10 ปี ตั้งแต่ปีงบ 2566-2575 ทั้งนี้ ตั้งเป้าหมายว่าจะเพิ่มปริมาณผู้เรียนสายวิชาชีพได้ 31,200 คนต่อปี และ Upskill และ Reskill ได้ 65,000 คนต่อปี ใช้งบประมาณเฉลี่ย 1,200 ล้านบาทต่อปี” น.ส.ตรีนุช กล่าว

น.ส.ตรีนุชกล่าวต่อว่า ขณะเดียวกัน มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ช่วงลงไปดูว่าจะทำอย่างไรจะส่งต่อเด็กตกหล่นเหล่านี้ให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษามากที่สุด โดยเบื้องต้นใช้งบประมาณ 100 กว่าล้านบาท ในการก่อนสร้างอาคาร จากนั้นรัฐบาลจะต้องเข้ามาดูแลงบอุดหนุนรายหัวให้เกิดความต่อเนื่อง เพื่อให้เด็กกลุ่มหนึ่งกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาให้มากที่สุด รวมถึงยังมีกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ที่จะสามารถเข้ามาช่วยสนับสนุนตรงนี้ได้ส่วนหนึ่ง

Advertisement

นอกจากนี้ ทาง สอศ.ได้รายงานความก้าวหน้านโยบายการจัดการศึกษาอาชีวศึกษาสู่ความเป็นเลิศ Excellent Center เพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ที่เป็นหนึ่งในโยบายเร่งด่วน(Quick Win) ของ ศธ. ซึ่งทางวิทยาลัยเทคนิค (วท.) กระบี่ ได้ดำเนินการในสาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชน พัฒนาปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการกำลังคนกับสถานประกอบการ และเชื่อมโยงกับสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ใน 4 สาขางาน คือ สาขาชอฟต์แวร์และการประยุกต์ สาขาเครือข่ายคอมพิวเตอร์และความปลอดภัย สาขากราฟิกเกมและแอนิเมชั่น และสาขาสมองกลฝังตัวและไอโอที (Internet of things) เน้นกระบวนการจัดการเรียนการสอน ที่สร้างระบบความคิด การพัฒนาทักษะให้นักเรียน นักศึกษาสามารถปฏิบัติงานได้จริง มีการประยุกต์ใช้รายวิชาในสาขางานสู่อาชีพในอุตสาหกรรมดิจิทัล