‘ตรีนุช’ สั่งทุกหน่วยงานหาของขวัญปีใหม่ให้ ‘น.ร.-ครู’ คาดได้ข้อสรุปใน 2 สัปดาห์

17.11.21 | 10:58 น.

‘ตรีนุช’ สั่งทุกหน่วยงานหาของขวัญปีใหม่ให้ ‘น.ร.-ครู’ คาดได้ข้อสรุปใน 2 สัปดาห์

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ทุกหน่วยงานจัดหาของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน ตนจึงมอบหมายให้ทุกหน่วยงานหาของขวัญปีใหม่ให้กับนักเรียนและครู โดยนำโครงการต่างๆที่ได้ทำมาตลอด หรือโครงการที่ต้องการดำเนินการ มาปรับให้เกิดความสำเร็จ สามารถจับต้องได้ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน นักเรียนและครู ขณะนี้แต่ละหน่วยงานก็เสนอโครงการมาบ้างแล้ว ตนขอไปดูรายละเอียดอีกครั้งว่ามีโครงการไหนที่สามารถดำเนินการและจับต้องได้บ้าง คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 2 สัปดาห์นี้

ด้านนายสุภัทร จำปาทอง ปลัด ศธ. กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการ ศธ.มอบหมายให้แต่ละหน่วยงานไปคิดว่าในช่วงปีใหม่นี้ แต่ละหน่วยงานสามารถทำอะไรเป็นของขวัญให้ประชาชน นักเรียน และครูได้บ้าง เบื้องต้นมีโครงการที่น่าสนใจ ดังนี้ ในวันเด็กแห่งชาติ ปี 2565 อาจจะมีคาราวานจัดของขวัญมอบให้กับเด็กด้อยโอกาส เด็กยากจนทั่วประเทศได้ หรือจัดโครงการวิทยาศาสตร์การเรียนรู้ให้กับเด็กที่สนใจ มาร่วมกิจกรรมทดลองวิทยาศาสตร์ เป็นต้น นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. มอบหมายให้ไปผลักดันเรื่องการจ่ายเงินอุดหนุนตามนโยบายเรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ ที่แต่ละปีการศึกษา ศธ.จะจัดสรรงบประมาณสนับสนุนใน 5 หมวด ได้แก่ ค่าเล่าเรียน ค่าหนังสือเรียน ค่าอุปการณ์การเรียน ค่าเครื่องแบบชุดนักเรียน และและค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ว่าจะทำอย่างไรให้เงินค่าใช้จ่ายบางรายการที่ไม่เกี่ยวข้องกับโรงเรียนเข้าถึงผู้ปกครองโดยตรง เช่น ค่าเครื่องแบบชุดนักเรียน และค่าอุปกรณ์การเรียน เป็นต้น

“รัฐมนตรีว่าการ ศธ. มอบหมายให้ไปสร้างแอพพลิเคชั่นรับเงินเรียนฟรี 15 ปีขึ้นมา ซึ่งอาจจะคล้ายกับแอพพลิเคชั่นเป๋าตังในขณะนี้ มองว่าการสร้างแอพพลิเคชั่นนั้นสร้างไม่นาน แต่ผมห่วงปลายทางการรับเงินอาจจะติดขัด เพราะผู้ปกครองบางคนอาจไม่มีบัญชีธนาคาร และบางรายอาจไม่มีมือถือสามารถรับแอพพลิเคชั่นได้ เบื้องต้นมองว่าควรจะจ่ายเงินตามความสะดวกของผู้ปกครอง เช่น หากผู้ปกครองรายใดสะดวกรับเงินผ่านแอพพลิเคชั่นให้มาลงทะเบียนรับเงินได้เลย และหากผู้ปกครองรายใดไม่สะดวกลงทะเบียนรับเงินผ่านแอพพลิเคชั่น ให้มารับเงินสดที่โรงเรียน เป็นต้น” นายสุภัทร กล่าว

นายสุภัทร กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ตนจะประสาน เชื่อมโยงข้อมูลนักเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เพื่อมาจัดทำแอพพลิเคชั่นต่อไป คาดว่าจะจัดทำแอพพลิเคชั่นเสร็จภายในต้นปี 2565 เพื่อให้ทันใช้ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565