ดีเดย์ใช้ ‘สูตรฐานสมรรถนะ’ ธ.ค.นี้ นำร่อง 8 จังหวัด 265 ร.ร.นวัตกรรม เริ่มสอนประถม 1-3 ก่อนขยายเพิ่ม
นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะกรรมการเพื่อพัฒนา (ร่าง) กรอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้เป็นหลักสูตรฐานสมรรถณะ ได้ยกหลักหลักสูตรฐานสมรรถนะ สำหรับจัดการเรียนการสอนในช่วงชั้นที่ 1 หรือชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 เสร็จเรียบร้อยแล้ว และคาดว่าจะสามารถนำร่องใช้ในโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรม 265 แห่ง จาก 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ กาญจนบุรี ศรีสะเกษ ระยอง สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ในช่วงเดือนธันวาคมนี้ ส่วนช่วงชั้นอื่นๆ อยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งคาดว่าช่วงชั้นที่ 2 จะดำเนินการแล้วเสร็จเร็วๆ นี้ โดยขณะนี้ได้แขวนร่างหลักสูตรไว้ที่ เว็บไซต์ https://cbethailand.com ซึ่งมีการเปิดให้แสดงความคิดเห็นในการยกร่างหลักสูตรดังกล่าวด้วย
นางเกศทิพย์กล่าวต่อว่า ขณะนี้หลักสูตรฐานสมรรถนะ ยังถือว่าอยู่ในช่วงวิจัยและพัฒนา ดังนั้น จึงเริ่มนำร่องในโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมก่อน ส่วนโรงเรียนอื่นๆ นั้น จากการลงพื้นที่เพื่อดูการจัดการเรียนการสอน พบว่า หลายแห่งสามารถนำหลักสูตรฐานสมรรถนะไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม โดยกว่าร้อยละ 90 ทำได้ค่อนข้างดี มีการเชื่อมโยงบูรณาการการเรียนการสอน ใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ลดตัวบงชี้จาก 400 กว่าตัวให้เหลือไม่ถึง 70 ตัว โดยใช้แนวทางสตรีมศึกษามาประยุกต์
“หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 ยังคงอยู่ แต่เป็นการปรับปฏิรูปหน่วยการเรียนรู้ในรูปแบบ Professional Learning Community ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ให้เห็นผลลัพธ์ของสมรรถนะที่ชัดเจนขึ้น เน้นการเรียนการสอนที่บูรณาการแต่ละวิชาเข้าด้วยกัน ลดตัวบ่งชี้ ซึ่งจากการลงพื้นที่ดูการเรียนการสอนพบว่า หลายแห่งสามารถทำได้ดี โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ที่ครูต้องปรับการเรียนการสอน เน้นออนไลน์เป็นหลัก ทำให้มีการนำหลักสูตรฐานสมรรถนะและแนวทางสตรีมศึกษามาประยุกต์ใช้ พบว่าหลายแห่งทำได้ค่อนข้างประสบความสำเร็จ ซึ่งถือเป็นด้านดี ที่มีการนำหลักสูตรฐานสมรรถนะไปปรับใช้ได้เร็วขึ้น” รองเลขาธิการ กพฐ.กล่าว
รองเลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า ส่วนจะมีการนำหลักสูตรฐานสมรรถนะไปใช้ในโรงเรียนทั่วประเทศอย่างเป็นทางการหรือไม่นั้น ขณะนี้หลักสูตรฐานสมรรถนะอยู่ในช่วงของการวิจัยและพัฒนา ดังนั้น จึงอยู่ระหว่างนำร่องก่อน ซึ่งบางโรงเรียนมีผู้นำทางวิชาการที่เข้มแข็ง ประสานกับนักวิชาการในมหาวิทยาลัยในพื้นที่ ก็สามารถนำหลักสูตรฐานสมรรถนะมาบูรณาการกับหลักสูตรแกนกลาง เพื่อจัดการเรียนการสอนได้อยู่แล้ว ทั้งนี้ หลังเข้ามารับตำแหน่งรองเลขาธิการ กพฐ. และได้รับมอบหมายให้ดูแลงานด้านวิชาการของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) อย่างเป็นทางการ ล่าสุด ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่โฆษก สพฐ. เพื่อเผยแพร่งานด้านการศึกษาอีกหน้าที่หนึ่ง

