“26 ภารกิจ”..เร่งด่วน รับน้อง..”ปลัด ศธ.” “ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์”

3.10.16 | 13:44 น.

หมายเหตุ – ในโอกาสที่ นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เข้ารับตำแหน่งปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในวันที่ 1 ตุลาคม 2559 ต่อจาก นพ.กำจร ตติยกวี อดีตปลัด ศธ.ที่เกษียณอายุราชการ “มติชน” จึงถือโอกาสสัมภาษณ์พิเศษเกี่ยวกับทิศทาง นโยบาย และเป้าหมายในการขับเคลื่อนงานด้านการศึกษา

๐ก่อน ครม.มีมติแต่งตั้งเป็นปลัด ศธ.มีใครมาทาบทามหรือไม่

“ทราบล่วงหน้าไม่นานนักว่าถูกเสนอชื่อให้มาเป็นปลัด ศธ.เนื่องจาก พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.เองไม่ได้บอก หรือถามผมว่าอยากจะมาหรือไม่ พล.อ.ดาว์พงษ์ท่านพิจารณาด้วยเอง ตอนนั้นผมคิดไว้แล้วว่าให้ทำอะไรก็ได้ หากให้อยู่ที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ก็พร้อมที่จะสานงานต่อ เพราะมีหลายเรื่องที่อยากจะทำ แต่เมื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้งให้มาเป็นปลัด ศธ.ซึ่งรัฐมนตรีว่าการ ศธ.ก็มอบหมายให้มาเป็นตัวช่วยขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของ ศธ. 26 เรื่อง ที่ผ่านมาผมก็ได้ลงรายละเอียดศึกษางาน และรัฐมนตรีว่าการ ศธ.ได้มอบหมายบางเรื่องเป็นพิเศษ อาทิ การแก้ปัญหายาเสพติด การเตรียมการเมื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้ การทำแผนการศึกษาแห่งชาติฉบับที่ 12 การขับเคลื่อนงานบริหารราชการในส่วนภูมิภาค ศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) และศึกษาธิการภาค (ศธภ.) รวมถึงงานอื่นๆ

แต่สิ่งที่รัฐมนตรีว่าการ ศธ.เน้นย้ำคือ การทำงานทุกอย่างจะต้องมีกระบวนการสื่อสารที่ดี เพื่อให้สาระข้อมูลสำคัญของงานถูกถ่ายทอดลงไปถึงผู้ปฏิบัติในพื้นที่ได้อย่างถูกต้องตรงกัน การทำงานทุกอย่างต้องมีตัวชี้วัดที่ชัดเจน โดยย้ำให้ทำแบบบูรณาการ ประสานกับทุกองค์กรหลัก ซึ่ง พล.อ.ดาว์พงษ์บอกว่าให้ผมทำงานเต็มที่ พร้อมเป็นแบล๊กให้”

๐รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ให้เวลาพิสูจน์ผลงานกี่เดือน

Advertisement

“เรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ไม่ได้พูดกับผมส่วนตัว แต่เป็นธรรมชาติของคนบริหารที่ต้องวางเป้าหมายในการทำงาน ซึ่งผมเองก็วางเป้าหมายการทำงานเป็นระยะ 3 เดือน 6 เดือน โดยจะมีกลไกในการติดตามงานทุกระยะ จะตั้งทีมในการติดตามประเมินผลการทำงาน ทั้งของสำนักงานปลัด (สป.) และทีมติดตามผลการทำงานทุกนโยบายของ ศธ.เพื่อจะได้ช่วยขับเคลื่อนการทำงานให้เป็นไปตามเป้าหมาย โดยเน้นการทำงานแบบให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน อาทิ ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ โดย สอศ.จะมาช่วยเสริมในเรื่องของการฝึกอาชีพ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) จะเข้ามาเสริมเรื่อง ศูนย์วิทยาศาสตร์การศึกษา การจัดทำห้องสมุด เป็นต้น”

๐นพ.กำจร ฝากให้สานต่องานอะไรบ้าง

“ได้คุยมอบหมายงานกันเป็นระยะๆ นพ.กำจรห่วงเรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู อยากให้เร่งหามาตรการแก้ไขในระยะยาว และขอให้ช่วยสานต่อนโยบายที่ทำไปในทุกเรื่อง เพราะงานส่วนใหญ่เดินหน้าไปมาก และค่อนข้างประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ การปรับโครงสร้างให้เกิดเป็น กศจ.ซึ่งอยู่ระหว่างการสรรหาผู้แทนภาคประชาชน 2 คน ผู้แทนข้าราชการครูในท้องถิ่น 2 คน และผู้ทรงคุณวุฒิไม่เกิน 3 คน คาดว่าจะได้รายชื่อคณะกรรมการ กศจ.ภายในเดือนตุลาคมนี้”

ส่วนงานเร่งด่วนที่ต้องเร่งดำเนินการใน 3 เดือน 6 เดือนแรก มีทั้งหมด 26 เรื่อง อาทิ กศน.ต้องเร่งประเมิน หรือตรวจเลือดครู กศน.ว่ามีจุดอ่อนจุดแข็งในด้านใดเพื่อพัฒนาให้ กศน.ออกช่วยเหลือประชาชน เสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ สามารถคิดตัดสินใจบนฐานข้อมูลที่ถูกต้อง ส่วนสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ต้องปรับปรุง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ปรับปรุงหลักเกณฑ์และแนวทางการเลื่อนไหลตำแหน่งของข้าราชการครูฯ และกำหนดหลักเกณฑ์และเกลี่ยอัตรากำลังครูและผู้บริหารสถานศึกษา หรือสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) จะเป็นเรื่องการปรับปรุงอัตราเงินอุดหนุน เงินเดือนครูโรงเรียนเอกชน การลดหย่อนผ่อนปรนภาษีโรงเรือน หรือภาษีที่ดิน เป็นต้น

ทั้งนี้ งานบางเรื่องอาจจะไม่แล้วเสร็จใน 3 เดือน หรือ 6 เดือน แต่จะต้องเป็นการปูพื้นฐานให้ประสบความสำเร็จให้ได้ในอนาคต โดยการทำงานทุกเรื่องจะตั้งคณะทำงานชุดเล็ก เพื่อดูแล ติดตาม และประเมินผลเป็นระยะ”

๐มีงานไหนที่หนักใจเป็นพิเศษ

“ไม่เชิงว่าหนักใจ แต่บางเรื่องต้องใช้เวลาดำเนินการ เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่ตัวผู้เรียน อาทิ การคิดวิเคราะห์ ภาษาอังกฤษ หรือการพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต กับอีกส่วนคือการทำเรื่องที่ต้องมีความเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่น อาทิ การปรับแก้ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูฯ การลดหย่อนภาษีที่ดินโรงเรียนเอกชน ปรับปรุงอัตราเงินอุดหนุนรายหัวระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นต้น ส่วนการแก้ปัญหาทุจริตที่เกิดขึ้นใน ศธ.ก็ไม่หนักใจ เพราะ พล.อ.ดาว์พงษ์ ลงมาดูด้วยตัวเอง และทุกอย่างเริ่มเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายบ้างแล้ว”

๐จะประสานอย่างไรให้แต่ละองค์กรทำงานสอดคล้องกัน

“ความสอดคล้องของงานไม่เกี่ยวกับตัวบุคคล แต่เกี่ยวกับแผนการดำเนินงาน อีกทั้งการทำงานของ ศธ.ในขณะนี้ใช้แผนบูรณาการที่ยึดกรอบเดียวกัน มีทิศทางในการขับเคลื่อนที่ชัดเจน และในปีงบประมาณ 2560 จะมีงบประมาณเป็นตัวกำกับให้ผู้บริหารทุกองค์กรขับเคลื่อนงานนโยบายให้เป็นไปตามแผนอีกชั้นหนึ่ง ตรงนี้จะเป็นเหมือนระบบที่ทำให้การทำงานสอดคล้องกันโดยอัตโนมัติ”

๐ยังห่วงงานอะไรที่ สอศ.

“งานของ สอศ.ผมเชื่อมือนายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา คนใหม่ อย่างที่เรียกว่าขึ้นบ้านแล้วไม่ยกบันไดหนี ถึงผมจะย้ายไปทำงานในตำแหน่งอื่น นายสุเทพก็สามารถทำงานต่อเนื่องได้ไม่ขาดช่วง ที่ผ่านมานายสุเทพเองได้เข้ามาศึกษางานจากคนใน สอศ.อย่างต่อเนื่อง สิ่งที่อยากฝากคือสานต่อความร่วมมือกับภาคเอกชนทุกรูปแบบ รวมถึงการเดินหน้านโยบายเพิ่มจำนวนผู้เรียนสายอาชีพ ซึ่งมีตัวเลขที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ฯลฯ ความแตกต่างของการทำงานที่ สอศ.กับ สป.คือ สอศ.ทำแล้วสามารถลงไปในระดับห้องเรียนได้ทันที แต่ สป.จะดูงานต่อเนื่องประสานระดับนโยบายที่ต้องเกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่นด้วย”

๐งานแรกที่จะไปทำในฐานะปลัด ศธ.

“เฝ้ารับเสด็จฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในพิธีเปิดห้องสมุด “เฉลิมราชกุมารี” จ.เลย วันที่ 2 ตุลาคม 2559 ถือเป็นบุญที่ได้เข้าเฝ้าฯสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นงานแรกในฐานะปลัด ศธ.”

๐การทำงานของปลัด ศธ.ยุคนี้ต่างกับยุคอื่นหรือไม่

“ผมคิดว่าแต่ละยุคการทำงานไม่เหมือนกัน แต่ในทุกยุคทุกสมัยหน้าที่หลักของปลัด ศธ.คือนำนโยบายของ ศธ.และรัฐบาล ไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผล ธรรมชาติของ ศธ.เป็นองค์กรที่ใหญ่มี 5 องค์กรหลัก ดังนั้น การทำงานของปลัด ศธ.จะต้องเชื่อมโยงการทำงานของทุกหน่วยงานให้ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน ที่สำคัญต้องเกิดผลโดยเร็ว ตรงนี้ต้องอาศัยการวางแผนบูรณาการที่ชัดเจน และต้องพูดคุยกันอย่างต่อเนื่อง เพราะปัจจัยสำคัญของการทำงานอยู่ที่ตัวคน โครงสร้างเป็นส่วนหนึ่ง หากแผนยุทธศาสตร์ชัด นโยบายชัด งบประมาณชัด คนทำงานมีคุณภาพ เรื่องโครงสร้างก็ไม่ใช่ปัญหา ที่สำคัญหัวใจการทำงานของ ศธ.อยู่ที่ห้องเรียน ดังนั้น การจะปรับอะไรก็ตามควรให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่ห้องเรียน โดยยึดตัวเด็กเป็นหลัก”

๐ใจหายหรือไม่เพราะอยู่ที่ สอศ.มาถึง 6 ปี

“ตอนนี้พยายามบอกทั้งตัวเอง คน สอศ.และ สป.ให้ทุกคนทำงานใช้ชีวิตตามปกติ ผมเองก็จะทำงานปกติ เพียงแต่ย้ายห้องทำงาน จะยังไม่มีการประชุมมอบนโยบายใหม่ และจะขอให้ทุกคนงดการเดินทางมาแสดงความยินดี เพราะอยากให้ทุกคนทำงานไม่ต้องเสียเวลา หากเดินทางมาแสดงความยินดี ผมเองก็ไม่มีเวลาทำงานด้วย”