มติชนมติครู : ข่าว “ภาระงานครู” กับ “หวัง” ลมๆ แล้งๆ
สิบกว่าปีที่ผ่านมา เขียนเรื่องพวกนี้ฟ้องสาธารณชนประจำ อาทิ คุณภาพครู, ภาระงานกับคุณภาพครู, จ้างครูธุรการ ลดงานครูทั้งระบบ กับบางเรื่องที่โรงเรียน..งานนโยบาย? ฯลฯ งานครูที่มีมากมาย เน้นไปที่ทำเอกสารรายงานต่างๆ โดยเฉพาะงานนโยบาย
พอมีข่าวครูท่านหนึ่งบันทึกขอลาออกจากข้าราชการด้วยเหตุผลที่ว่า จึงไม่ได้ประหลาดใจ ชื่นชมด้วยซ้ำ แม้จะเป็นการทิ้งบอมบ์ ระบายความรู้สึก ทั้งที่อาจตัดสินใจเปลี่ยนแปลงวิถีตัวเองมาก่อนแล้วก็ตาม
ไม่กี่วันถัดมาหลังจากเป็นข่าว ผู้บริหารระดับสูงสุดของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ท่านหนึ่ง ชี้เรื่องนี้เป็นแค่เหตุผลส่วนตัว ก็ไม่ได้แปลกใจอีกเช่นเคย เป็นปกติธรรมดาของผู้มีหน้าที่รับผิดชอบอยู่แล้ว ที่มักจะปกป้องฝีมือการบริหารจัดการของตนเองไว้ก่อน เมื่อครั้งที่มีเสียงบ่นถึงการเรียนการสอนออนไลน์ในระยะแรกๆ ก็ลักษณะเดียวกันนี้
แต่แล้วครูอีกท่านจากอีกโรง ก็ออกมาสำทับในประเด็นเดียวกัน โดยระบุ และอ้างอิงคำสั่งไว้เสร็จสรรพว่า ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้ากลุ่มงานของโรงเรียนพร้อมๆ กันถึง 4 กลุ่ม ได้แก่ บริหารทั่วไป วิชาการ บุคคล และงบประมาณ รวมทั้ง พ่วงรักษาการผู้อำนวยการอีกตำแหน่งหนึ่งด้วย เนื่องจากทั้งโรงมีครูคนเดียว กับเจ้าหน้าที่ธุรการอีกคนเท่านั้น
นี้คือสภาพจริงของโรงเรียนขนาดเล็กในปัจจุบันที่น่ากังวลใจ เพราะแค่งานสอนเด็กในชั้นของตนเองก็หนักอึ้งแล้ว หลายๆ โรงครูคนเดียว ต้องสอนควบสองชั้น ไหนจะเอกสารรายงานต่างๆ ที่มากมาย มิหนำซ้ำงานพิเศษอื่นๆ ที่ไม่อาจปฏิเสธ เพราะต่างเข้าใจบริบทตนเองดี ก็โรงเรียนเรามีครูอยู่เท่านี้..
จากกรณีดังกล่าว ผู้บริหารระดับสูงของ สพฐ.อีกท่านเปิดเผย “ปัญหาเกิดกับโรงเรียนขนาดเล็กแทบทุกแห่ง ซึ่งล้วนมีปัญหาขาดแคลนครู ขณะนี้โรงเรียนขนาดเล็กมีอยู่กว่า 15,000 แห่ง ถือเป็นจำนวนครึ่งหนึ่งของโรงเรียนในสังกัด สพฐ.ทั้งหมด” ฉะนั้น ก่อนหน้าที่รีบออกมาแก้ตัวเป็นพัลวันว่า “เหตุผลการลาออกเป็นความเห็นส่วนตัว” คงไม่ใช่แล้ว
ที่สำคัญอีกแล้วครับท่าน..เมื่อไม่กี่วัน กรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา เร่งขับเคลื่อนการผลิตและพัฒนาศักยภาพและสมรรถนะครู แนะกลไกปฏิรูประบบการผลิตครูยุคใหม่ให้มีคุณภาพ หลังพบปัญหาระบบการผลิตครูไทยในหลากมิติ ทั้งเชิงปริมาณ และคุณภาพ
“สถาบันผลิตครูต้องปรับบทบาท และกระบวนการผลิตรับความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก เพื่อผลิตครูยุคใหม่ที่มีความรู้ มีทักษะ พร้อมรองรับความเปลี่ยนแปลง ควบคู่กับจริยธรรมความเป็นครูที่เพียงพอในการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีคุณภาพ”
ถ้าสมมติฐานกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาดังกล่าวเป็นจริง ระบบการผลิตครูที่ผ่านมา ทำให้บ้านเราได้ครูด้อยคุณภาพจริง สถาบันผลิตครูสามารถปรับเปลี่ยนพัฒนาตามแนวคิดทฤษฎี จนสามารถผลิตครูยุคใหม่ที่มีคุณภาพขึ้นมาได้จริงก็เถอะ ทว่าปัญหาการจัดการศึกษาของบ้านเรา จะคลี่คลายได้อย่างไร ในเมื่อภาระงานที่ล้นมือจากการขาดแคลนครูที่โรงเรียนยังคงมีอยู่เช่นทุกวันนี้
พร้อมเกิดคำถามเดิมๆ ขึ้นมาในใจ ตลอดชีวิตครูเห็นอย่างนี้มาตลอด เอะอะอะไรก็คุณภาพครู ส่วนมาก หรือแทบทุกครั้งที่เกิดปัญหา หรือถูกสังคมวิพากษ์ เพราะครูด้อยคุณภาพ..จริงหรือ? น่าสงสัยถ้าจริง และตระหนักกันมานาน รวมถึง ลงมือแก้ไขพัฒนาปรับปรุงคุณภาพครูมาหลายยุคหลายสมัย ด้วยกระบวนการ หรือนวัตกรรมต่างๆ มากมายหลายรูปแบบ ไฉนคุณภาพครูไม่ดีขึ้นสักที?
ไม่ใช่การบริหารจัดการ ปัจจัยต่างๆ ดอกหรือ? โดยเฉพาะเวลาจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนจริงๆ ของครู พิจารณาง่ายๆ จนพุทธศักราชนี้แล้ว การขาดแคลนครู ภาระงานที่ล้นเวลาการทำงานที่ครูมีอยู่ในแต่ละวัน หรือในแต่ละสัปดาห์ ปัญหาพื้นฐานที่สุดของโรงเรียน ซึ่งชัดเจนมาก อีกทั้ง รัฐน่าจะแก้ได้ง่ายๆ เพียงการจัดสรรบุคลากร และงบประมาณให้เพียงพอยังคงมีอยู่ แถมนับวันยิ่งดูรุนแรง
ล่าสุด คณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร มีมติให้เชิญเลขาธิการ สพฐ.และเลขาธิการ ก.ค.ศ. (สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา) มาชี้แจง ปรึกษา หารือ เกี่ยวกับภาระงานที่ล้นเกินความสามารถที่ครูจะปฏิบัติงานได้ดี โดยเฉพาะเวลาในการเรียนการสอน สืบเนื่องจากที่ปรากฎว่าครูต้องรับผิดชอบงานหลายตำแหน่งจำนวนมาก และมีครูบางคนตัดสินใจลาออก เพราะเหตุไม่สามารถทำการสอนได้ดีอย่างคุ้มค่ากับเงินเดือน
แต่เชื่อเถอะ! อย่าไปหวังลมๆ แล้งๆ เห็นมานักต่อนัก มีเกิดมีดับ..สุดท้ายเรื่องนี้จะเลือนหายไปในสายลม เหมือนกับอีกหลายๆ เรื่องที่พวกเราคุ้นเคย

