เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (246) 成语故事 (二四六)
นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ 螳臂当车/螳臂當車 tánɡ bì dānɡ chē (ถาง ปี้ ตัง เชอ) โดย คำว่า 螳 tánɡ (ถาง) มาจากคำว่า 螳螂 tánɡlánɡ (ถาง หลาง) แปลว่า ตั๊กแตนตำข้าว 臂 bì (ปี้) แปลว่า แขน (ก้ามแขนคู่หน้าที่ใช้จับอาหารของตั๊กแตนตำข้าว) 当/當 dānɡ (ตัง) ในบทความนี้จะแปลว่ากีดขวาง 车/車 chē (เชอ) แปลว่า รถ (รถในอดีตคือเกวียน) ดังนั้น เมื่อรวมกันแล้วจะหมายถึง ตั๊กแตนตำข้าวใช้ก้ามแขนไปขวางทางรถ หรือตั๊กแตนตำข้าวหยุดรถ ตั๊กแตนตำข้าวขวางทางเกวียน ใช้เปรียบเปรยว่าการทำเรื่องใหญ่โตเกินความสามารถของตน โดยไม่พึงสำรวจความสามารถของตนเอง การทำเกินตัว ย่อมจะประสบความสำเร็จได้ยาก หรือเอาไข่ปาหิน มาดูนิทานตัวอย่างกันครับ
จีนในสมัยชุนชิว 春秋 Chūnqiū (ยุคสมัยในราชวงศ์โจวตะวันออก 东周/東周 Dōnɡzhōu ตงโจว) ช่วงที่บ้านเมืองแตกแยกออกเป็นหลายก๊กเหล่า ต่างฝ่ายแย่งชิงความเป็นใหญ่ ซึ่งถ้าเปรียบในนวนิยายกำลังภายของจีน ก็คือการแย่งชิงความเป็นจ้าวยุทธภพ ดังนั้น ในยุคนี้รัฐต่างๆ จะยิ่งใหญ่ได้ ก็ต้องอาศัยผู้นำ ถ้าได้ผู้นำที่มีคุณธรรม มีความสามารถในการบริหารจัดการบ้านเมือง รัฐนั้นก็จะเข้มแข็ง และยิ่งใหญ่ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าสิ้นผู้นำที่เก่งกล้าสามารถไปแล้ว คนสืบทอดต่อไร้ความสามารถ ก็จะทำให้รัฐนั้นเสื่อมอิทธิพลไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน จึงเป็นยุคที่รัฐใหม่ต่างๆ ก่อเกิด และดับสูญอย่างมากมาย คงมีเพียงไม่กี่รัฐที่ยืนยงคงอยู่ได้หลายร้อยปี จนกระทั่งจิ๋นซีฮ่องเต้ปราบปรามรัฐทั้งหมดลง จบสิ้นยุคแห่งความแตกแยกได้
รัฐหนึ่งในยุคชุนชิวที่อยู่ยงคงกระพันได้หลายร้อยปีนั้น คือรัฐฉี 齐国/齊國 Qí Guó (ฉีกั๋ว) รัฐฉีในช่วงที่อยู่ภายใต้การปกครองของ ฉี จวงกง 齐庄公/齊莊公 Qí zhuānɡ ɡōnɡ (อยู่ในตำแหน่งช่วงปี 553-548 ปี ก่อน ค.ศ.) นั้นเจริญรุ่งเรือง และเข้มแข็ง แต่เพราะพระองค์ได้อำนาจมาอย่างไม่ขาวสะอาด ที่เกิดจากส้มหล่นใส่ในเหตุการณ์รัฐประหารภายในวัง เมื่อผู้ที่จะสืบทอดตำแหน่งตัวจริงถูกลอบสังหาร ฉีจวงกงจึงได้รับเชิญดำรงตำแหน่งผู้สืบทอดอำนาจรัฐ เพื่อที่จะทำให้ได้ใจเหล่าข้าราชการ และประชาชน รวมถึง ผู้รู้ผู้มีความสามารถทั่วแผ่นดิน ให้มาช่วยงานบริหารราชการแผ่นดิน ฉีจวงกงจึงประกาศรับสมัครคนไปทั่ว และตัวท่านเองก็พยายายามทำตัวให้เป็นที่ยอมรับ จึงมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับพระองค์มากมาย
![]()
ที่มาภาพ : https://image.baidu.com/search/
โดยหนึ่งเรื่องนั้นมีว่า ครั้งหนึ่งระหว่างที่ฉีจวงกงเสด็จออกนอกเมืองหลวงโดยขบวนรถเทียมม้านั้น ระหว่างทาง พระองค์ทอดพระเนตรเห็นแมลงตัวน้อยๆ ตัวหนึ่งกระโดดลงไปที่ร่องล้อเกวียน ทำท่าทางขวางทางไว้ โดยยกก้ามแขนสองคู่หน้าขึ้นตั้งการ์ดแล้วโยกตัวไปมาเหมือนนักมวยที่พร้อมสู้ตาย ฉีจวงกงจึงทรงสั่งให้หยุดรถ แล้วทรงถามพลขับรถเทียมม้าว่า เจ้าสัตว์ตัวน้อยนี้คือสิ่งใด พลขับจึงทูลตอบว่าเป็นแมลงชนิดหนึ่ง ชื่อว่าตั๊กแตนตำข้าว ฉีจวงกงดูท่าทางอันกล้าหาญของตั๊กแตนตำข้าวแล้วตรัสว่า เจ้าสัตว์นี้มีจิตใจที่ห้าวหาญ แม้นจะรู้ตัวว่าน้อยนิด ยากที่จะต้านทานล้อเกวียนนี้ได้ แต่มันก็ไม่ขลาดเขลาบินหนี กลับตั้งแขนสองข้างขึ้นสู้กับล้อเกวียน ช่างน่าชื่นชมโดยแท้
ว่าแล้วก็ทรงสั่งพลขับว่า อย่าเหยียบทับมันเลย ให้อ้อมไปเสีย หลังจากเรื่องฉีจวงกงสั่งรถเทียมม้าขับอ้อมตั๊กแตนตำข้าวแพร่ออกไป ก็สร้างกระแสไปทั่วว่า ฉีจวงกงเป็นคนดี มีเมตตา และยกย่องคนดีคนเก่ง คนกล้าหาญ ด้วยเหตุนี้จึงมีผู้คนทั้งภายใน และภายนอกรัฐฉี แห่กันไปสมัครทำงานให้รัฐฉี ทำให้รัฐฉีมีทั้งคนดี และคนเก่งมากมาย รัฐฉีจึงเข้มแข็งไปได้อีกหลายร้อยปีนั่นเอง
ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้
成语比喻:做力量做不到的事情,必然失败。
成語比喻:做力量做不到的事情,必然失敗。
Chénɡyǔ bǐyù : Zuò lìliànɡ zuò bú dào de shìqínɡ, bìrán shībài.
เฉิงยหวี่ ปี่ ยวี่: จั้ว ลี่เลี่ยง จั้ว ปู๋ เต้า เตอะ ฉื้อฉิง, ปี้หร่าน ฌือไป้
สุภาษิตเปรียบว่า ทำในสิ่งเกินกำลังของตัวเอง ย่อมล้มเหลว
ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น
一个弱小的国家,想要对抗那个世界霸权国,简直就是螳臂当车。
一個弱小的國家,想要對抗那個世界霸權國,簡直就是螳臂當車。
Yīɡè ruòxiǎo de ɡuójiā, xiǎnɡ yào duìkànɡ nàɡè shìjiè bàquán ɡuó,jiǎnzhí jiùshì tánɡbìdānɡchē.
อีเก้อ รั่วเสี่ยว เตอะ กั๋วเจีย, เสี่ยงเหย้า ตุ้ยคั่ง น่าเกอะ ฉื้อเจี้ย ป้าเฉวียน กั๋ว, เจี่ยนจื๋อ จิ้วฉื้อ ถางปี้ตังเชอ
ประเทศเล็กๆ และอ่อนแอนั้น หากคิดจะไปต่อกรกับประเทศมหาอำนาจโลกนั้น มันก็เป็นแค่ตั้กแตนตำข้าวขวางทางเกวียนเท่านั้น

