ปธ.สภานิสิตจุฬาฯยื่นทบทวน ‘ศาลเจ้าแม่ทับทิม’ แนะปรับโครงการพัฒนาสอดรับวัตถุประสงค์

17.01.22 | 11:49 น.
ภาพโดย สภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ปธ.สภานิสิตจุฬาฯยื่นทบทวน ‘ศาลเจ้าแม่ทับทิม’ แนะปรับโครงการพัฒนาสอดรับวัตถุประสงค์

เมื่อวันที่ 17 มกราคม นายฐิติ ชิวชรัตน์ ประธานสภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีหนังสือถึงรองอธิการบดี ด้านการจัดการทรัพย์สินและกายภาพ (รศ.ดร.วิศณุ ทรัพย์สมพล) ผ่านรองอธิการบดี ด้านการพัฒนานิสิต เรื่อง ขอให้มหาวิทยาลัยพิจารณาทบทวนกรณีศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง

เนื่องด้วยสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีแผนในการปรับปรุงพื้นที่ศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง เพื่อเตรียมการก่อสร้างที่พักอาศัยและพื้นที่พาณิชย์ตามโครงการพัฒนาหมอน 33 ประธานสภานิสิตจุฬาฯขอให้มหาวิทยาลัยพิจารณาทบทวนกรณีดังกล่าวด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

ศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และวัฒนธรรมของชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีน โดยศาลเจ้าแม่ทับทิมแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 150 ปี นับตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โดยปรากฏหลักฐานคือกระถางธูปพระราชทาน ซึ่งเป็นเครื่องสังเค็ดในพระราชพิธีถายพระเพลิงพระบรมศพรัชกาลที่ 5 (พ.ศ.2454)

แม้ว่าศาลเจ้าหลังปัจจุบันจะไม่ใช่ศาลเจ้าไม้หลังดั้งเดิม เนื่องจากทางจุฬาฯต้องการพัฒนาที่ดินบริเวณศาลเจ้าดั้งเดิมให้เป็นอาคารพาณิชย์ กลุ่มชาวบ้านผู้มีจิตศรัทธาจึงได้ร่วมกันสร้างศาลหลังปัจจุบันในปี พ.ศ.2513 โดยช่างที่ใช้สร้างศาลมีฝีมือ ประสบการณ์และความเข้าใจสถาปัตยกรรมจีนแต้จิ๋วได้อย่างเชี่ยวชาญ ทำให้ศาลเจ้าแห่งนี้มีโครงสร้างแบบจีนตามประเพณีได้เกือบครบถ้วน ซึ่งสามารถก่อสร้างได้ยากมากในปัจจุบัน

แม้ว่าทางจุฬาฯจะดำเนินการสร้างศาลเจ้าแม่ทับทิมแห่งใหม่ทดแทน อย่างไรก็ตาม ศาลเจ้าแม่ทับทิมที่สร้างขึ้นมาใหม่นั้นถูกดัดแปลงลดทอนรายละเอียดและการสื่อความหมายที่สำคัญหลายประการ เช่น ทิศทางลม แสงแดด รายละเอียดโครงสร้าง นอกจากนี้ ในด้านความเชื่อและการประกอบพิธี ศาลเจ้าแห่งใหม่ใช้ซินแสชาวกวางตุ้งแทนที่จะเป็นซินแสแต้จิ๋วซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างมาก การประกอบพิธีต่างๆ ในศาลเจ้าแห่งใหม่ถูกดำเนินการโดยขาดความเข้าใจในวัฒนธรรมแต้จิ๋วเป็นอย่างมาก

Advertisement

จะเห็นได้ว่าการก่อสร้างศาลเจ้าและการประกอบพิธีอย่างขาดความเข้าใจนั้นไม่ตรงกับจุดประสงค์ของโครงการพัฒนาที่ดินหมอน 33 ที่เป็นโครงการที่ “เชื่อมต่อในด้านประวัติศาสตร์อันเปี่ยมด้วยเสน่ห์ที่ยาวนาน ควบคู่ไปกับการพัฒนาความก้าวหน้าด้านนวัตกรรมสมัยใหม่”

ดังนั้น เพื่อเป็นการเคารพต่อประเพณีและวัฒนธรรมที่เป็นรากเหง้าของสังคมไทย ประธานสภานิสิตจุฬาฯจึงขอให้ท่านพิจารณาทบทวนกรณีศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง และเสนอแนะให้มีการปรับเปลี่ยนโครงการพัฒนาหมอน 33 ให้สามารถอยู่ร่วมกันกับศาลเจ้าได้สอดคล้องกับจุดประสงค์ของโครงการ และเป็นการรักษาสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมที่มีมาอย่างยาวนานให้อยู่ร่วมกับการพัฒนาได้อย่างยั่งยืน