ทปอ.ยันป่วยโควิดเข้าสอบ GAT-PAT ไม่ได้ เล็งหาวิธีช่วยคนกักตัวสอบทีแคส คาดได้ข้อสรุปก่อน 31 ม.ค. เผยเด็กมีทางเลือกเยอะ-ที่นั่งพอ หากพลาดสอบรอบแอดมิสชั่นส์ เหตุยื่นคัดเลือกได้หลายรอบ ‘พอร์ตโฟลิโอ-โควต้า-รับตรงอิสระ-ม.เอกชน’
จากกรณีแอดมินเพจ Mytcas ของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ตอบคำถามกรณีที่มีนักเรียนสอบถามว่า ถ้าติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 และรักษาหายไม่ทันสอบในระบบกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา หรือทีแคส จะต้องทำอย่างไร ซึ่งแอดมินเพจตอบว่าให้เข้าสอบในปีถัดไป หรือไม่ก็เลือกสาขาวิชาที่ไม่ต้องใช้คะแนนสอบ ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างดุเดือดในโซเชียล โดยผู้บริหาร ทปอ.ระบุว่า เป็นการตอบตามความจริง และ ทปอ.ไม่มีมาตรการพิเศษสำหรับผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 ทั้งนี้ คณะกรรมการดำเนินงานทีแคส 65 เตรียมนำเรื่องเข้าหารือในคณะกรรมการ เพื่อเตรียมหาแนวทางแก้ไขปัญหา ขณะที่ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มอบหมายให้นายสุภัทร จำปาทอง ปลัด ศธ. ไปหารือ ทปอ.เพื่อหาทางออกนั้น
เมื่อวันที่ 24 มกราคม นายสุภัทรเปิดเผยว่า ที่ น.ส.ตรีนุชมอบหมายให้ไปหารือกับ ทปอ.กรณีมีนักเรียนสอบถามทางเพจ Mytcas ว่าถ้าติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 และรักษาหายไม่ทันสอบในระบบทีแคสจะต้องทำอย่างไรนั้น ตนได้หารือกับนางเพ็ญรัตน์ หงษ์วิทยากร รองเลขาธิการ ทปอ.ในฐานะผู้ดูแลระบบทีแคสแล้ว เบื้องต้นได้ข้อมูลว่า ทปอ.มีมาตรการรองรับหากเด็กที่เข้าสอบมีอุณหภูมิสูงกว่า 37.5 องศา หรือมีอาการเข้าข่ายต้องสงสัย ทางสนามสอบได้จัดเตรียมห้องสอบพิเศษสำหรับเด็กเหล่านี้ โดยจะต้องเป็นห้องที่มีสภาพเปิดโล่ง อากาศถ่ายเทได้ดี และจัดโต๊ะให้มีระยะห่างกันไม่น้อยกว่า 1.5 เมตร นอกจากนี้ยังมีห้องแยกสอบสำหรับผู้ที่มีอาการป่วยทั่วไป หรือได้รับบาดเจ็บ รวมถึงรองรับระหว่างสอบหากมีผู้เข้าสอบรายอื่นๆ ที่มีอาการป่วยด้วย
“ระบบทีแคสไม่สามารถจัดห้องสอบให้เฉพาะบุคคลใดบุคคลหนึ่งได้ จึงขอให้ผู้สอบระมัดระวัง ก่อนสอบไม่ไปอยู่ในพื้นที่เสี่ยงเพื่อป้องกันตัวเอง” นายสุภัทรกล่าว
นายเผชิญชัยภัต ไชยสิทธิ์ เลขาธิการ ทปอ.กล่าวว่า คณะกรรมการทีแคสได้หารือร่วมกันว่าจะต้องทำอย่างไร เบื้องต้นมีมติว่าผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 ทาง ทปอ.ยังไม่อนุญาตให้เข้าสอบ ส่วนผู้ที่ถูกกักตัวนั้น คณะกรรมการอยู่ระหว่างหาข้อมูลจากจังหวัดต่างๆ เพื่อที่จะวางมาตรการดูแลและจัดการต่อไป เช่น เป็นไปได้หรือไม่ถ้าผู้กักตัวกักตัวที่ไหนจะมีบุคลากรไปดูแล และจัดสอบเพื่อสร้างความเท่าเทียม เป็นต้น
“การจัดสอบต่างๆ ทปอ.มีเป้าหมายว่าทุกการจัดสอบต้องมีความยุติธรรมมากที่สุด คาดว่าจะได้ข้อสรุปก่อนวันที่ 31 มกราคมนี้ เพราะจากเดิมที่ ทปอ.กำหนดไว้ว่าจะเปิดรับสมัครทดสอบวิชาความถนัดทั่วไป หรือ GAT และวิชาความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ หรือ PAT ในวันที่ 21 มกราคม-9 กุมภาพันธ์นี้ แต่ ทปอ.ต้องการข้อสรุปที่ชัดเจน จึงยังไม่เปิดระบบให้เด็กเข้าสมัครในขณะนี้ เมื่อได้ข้อสรุปที่ทุกฝ่ายยอมรับแล้วจะเร่งดำเนินการเปิดรับสมัครสอบ GAT และ PAT ทันที” นายเผชิญชัยภัตกล่าว
ด้านนางเพ็ญรัตน์กล่าวว่า ขณะนี้การคัดเลือกผ่านระบบทีแคสได้ดำเนินการสมัครรอบที่ 1 รอบแฟ้มสะสมผลงาน หรือพอร์ตโฟลิโอ และ 2 รอบโควต้า ซึ่งทั้ง 2 รอบไม่ต้องใช้คะแนนสอบ GAT และ PAT มาเป็นองค์ประกอบในการคัดเลือก และใกล้สิ้นสุดแล้ว เมื่อดูจากข้อมูลในปีที่ผ่านมา มีเด็กที่สมัครรอบที่ 1 และรอบที่ 2 เกือบ 200,000 คน ผ่านการคัดเลือกกว่า 100,000 คน จะเห็นว่าเด็กได้รับการคัดเลือกจากรอบที่ 1 และรอบที่ 2 จำนวนมาก ทั้งนี้ จากสถิติจะพบว่าสัดส่วนเด็กที่เลือกรอบที่ 1 และรอบที่ 2 เพิ่มมากขึ้นทุกปี
นางเพ็ญรัตน์กล่าวต่อว่า จากข้อมูลในปีที่ผ่านมามีเด็กเข้ารับคัดเลือกในรอบที่ 3 แอดมิสชั่นส์ที่จะต้องใช้คะแนนสอบ GAT และ PAT และ 9 วิชาสามัญ มาเป็นองค์ประกอบในการคัดเลือกประมาณ 100,000 คน จะเห็นว่าจำนวนผู้เข้าเลือกรอบ 3 ไม่เยอะมาก แต่จะมีสนามสอบกระจายอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังมีรอบที่ 4 รับตรงอิสระ ที่มหาวิทยาลัยเป็นผู้ประกาศรับสมัคร และประกาศหลักเกณฑ์การสมัครเอง ซึ่งคาดว่ามหาวิทยาลัยจะประกาศรับคนในรอบนี้จำนวนมาก ดังนั้น เด็กสบายใจได้ว่าการคัดเลือกทั้ง 4 รอบ จะมีที่นั่งเพียงพอ
“ที่ผ่านมาคนจะสนใจเฉพาะการสอบ เพราะทุกคนคิดว่าชีวิตเด็ก 500,000 คน ขึ้นอยู่กับการสอบเท่านั้น แต่ความเป็นจริงในการคัดเลือกรอบที่ 1 และรอบที่ 2 เด็กได้รับการคัดเลือกไปแล้วเกือบ 200,000 คน นอกจากนี้ยังมีมหาวิทยาลัยเอกชนที่ไม่เข้าร่วมทีแคส ซึ่งมหาวิทยาลัยเหล่านี้รับสมัครอิสระ คาดว่าเปิดรับสมัครนักศึกษาเข้าเรียนมากกว่า 200,000 คน ซึ่งมีเด็กหลายคนสนใจ และชอบเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนจำนวนมาก เพราะมหาวิทยาลัยเอกชนมีหลักสูตรที่น่าสนใจและทันสมัย ดังนั้น จะเห็นว่าทางเลือกในการเข้ามหาวิทยาลัยของเด็กมีเยอะ และไม่ได้หมายความว่าเด็กจะพลาดโอกาสชีวิตไปทั้งหมด” นางเพ็ญรัตน์กล่าว
นางเพ็ญรัตน์กล่าวต่อว่า ทปอ.คำนึงถึงประโยชน์ของเด็กตลอด เช่น ที่ผ่านมา ทปอ.เปิดรับสมัครสอบ GAT และ PAT เร็วมาก โดยไม่รอผลการคัดเลือกรอบที่ 1 และรอบที่ 2 ออกก่อน ทำให้เด็กที่สมัครทั้ง 2 รอบเข้ามาสมัครสอบ เพราะกลัวว่าจะไม่ผ่านการคัดเลือก แต่เมื่อผลการคัดเลือกออกมา ถ้าเด็กเห็นว่าผ่านการคัดเลือก จะทิ้งการสมัครสอบ GAT และ PAT ทันที ทปอ.ไม่อยากจะให้เด็กเสียเงินในส่วนนี้ จึงแก้ปัญหาโดยการเปิดรับสมัครสอบ GAT และ PAT หลังประกาศผลการคัดเลือกรอบที่ 1 และรอบที่ 2 เพื่อให้เด็กที่ตัดสินใจว่าพอใจผลการคัดเลือกหรือไม่ หากไม่พอใจก็สมัครสอบ GAT และ PAT เพื่อยื่นสมัครในรอบที่ 3 แอดมิสชั่นส์ต่อไป

