สมศ.เล็งคลอด 2 แนวทางประเมินสถานศึกษา หลังโควิด-19 คลี่คลาย
ดร.นันทา หงวนตัด รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เปิดเผยว่า การประเมินคุณภาพภายนอกประจำปี 2565 สมศ.ยังคงใช้วิธีการประเมินรูปแบบออนไลน์ เหมือนการประเมินคุณภาพภายนอกประจำปี 2564 การประเมินมีดังนี้ การประเมินระยะที่ 1 การประเมินผล และวิเคราะห์รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา (SAR) และการประเมินระยะที่ 2 การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม หรือการตรวจสอบหลักฐาน และข้อมูลของสถานศึกษาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ สาเหตุที่ใช้การประเมินออนไลน์เป็นหลัก เพราะมีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 อย่างไรก็ตาม สมศ.อยู่ระหว่างหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าในการประเมินประจำปี 2566 หลังสถานการณ์คลี่คลายลง การประเมินสถานศึกษาควรจะเป็นลักษณะไหน ซึ่งคณะกรรมการ สมศ.ได้เสนอแนวทางประเมินไว้ 2 แนวทาง คือ 1.ประเมินเพื่อพัฒนาคุณภาพให้สถานศึกษา และ 2.สมศ.จะร่วมมือกับหน่วยงานนานาชาติ เข้าประเมินสถานศึกษาเพื่อการรับรอง เพื่อให้สถานศึกษาได้รับการรับรองจากนานาชาติเพิ่มเติม
ดร.นันทากล่าวต่อว่า นอกจากนี้ คณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา (กมอ.) ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ออกประกาศรับรองให้ สมศ.เป็นหน่วยงานประเมินคุณภาพภายนอกของอุดมศึกษา เพื่อให้การประเมินคุณภาพภายนอกระดับอุดมศึกษา ซึ่งปี 2564 สมศ.ประเมินมหาวิทยาลัยประมาณ 10 แห่ง แต่ในปี 2565 มีมหาวิทยาลัยสนใจให้ สมศ.ประเมินจำนวนมาก ประมาณ 50 แห่ง ซึ่งเป็นไปตามความสมัครใจ นอกจากนี้ สมศ.จัดทำเกณฑ์การประเมินมหาวิทยาลัยร่วมกับหน่วยงานจากญี่ปุ่น และไต้หวันเสร็จแล้ว เร็วๆ นี้ จะเสนอให้ กมอ.พิจารณา และจะประชาสัมพันธ์ให้มหาวิทยาลัยทราบ
“ดิฉันรับหน้าที่รักษาการผู้อำนวยการ สมศ.มา 1 ปีครึ่ง ตามกฎหมายแล้วการทำงานต่างๆ ไม่เป็นอุปสรรคใดๆ เพราะกฎหมายเขียนชัดเจนว่าผู้ทำหน้าที่รักษาการ สามารถทำงานได้เต็มที่เหมือนผู้อำนวยการ สมศ.แต่อาจยากมากขึ้น เพราะทำงานควบ 2 ตำแหน่ง คือทำงานในตำแหน่งรองผู้อำนวย สมศ.และทำหน้าที่ผู้อำนวยการ สมศ.ด้วย อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานของ สมศ.ในปีที่ผ่านมา เป็นที่ประจักษ์อยู่แล้ว คือไม่ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานน้อยลง แต่ถ้ามีผู้อำนวยการ สมศ.และประธานคณะกรรมการ สมศ.ตัวจริง การทำงานจะลื่นไหล และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” ดร.นันทา กล่าว

