สิ้นนักปวศ.ดัง ม.ร.ว.รุจยา อาภากร ผู้ก่อตั้งสำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มช. สิริอายุ 77 ปี

10.02.22 | 16:46 น.
ภาพจากสำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ รายงานข่าวแจ้งว่า ดร. ม.ร.ว.รุจยา อาภากร อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ และอดีตคณะกรรมการอำนวยการประจำคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถึงแก่กรรมในวันนี้ สิริอายุได้ 77 ปี เจ้าภาพตั้งบำเพ็ญกุศลศพ ณ วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร ศาลา 2 ถนนราชดำเนินนอก แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

กำหนดการดังนี้

-วันพฤหัสบดีที่ 10 กุมภาพันธ์ 2565
เวลา 16.00 น. พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ
เวลา18.30 น. สวดพระอภิธรรม
-วันศุกร์ที่11-วันศุกร์ที่18 กุมภาพันธ์ 2565
เวลา18:30 น. สวดพระอภิธรรม
(วันพุธที่ 16 กุมภาพันธ์2565 ตรงกับวันมาฆะบูชา งดสวดพระอภิธรรม)
-วันเสาร์ที่19 กุมภาพันธ์ 2565
พระราชทานเพลิงศพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บุคคลในแวดวงวิชาการต่างร่วมโพสต์ข้อความแสดงความอาลัยเป็นจำนวนมาก

ข้อมูลจากสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุว่า ดร. ม.ร.ว. รุจยา อาภากร สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยคอร์แนล ประเทศสหรัฐอเมริกา ใน พ.ศ. 2527 เริ่มทำงานราชการด้วยการเป็นอาจารย์ด้านประวัติศาสตร์ ที่คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จนเกษียณอายุราชการใน พ.ศ. 2547 ด้านงานบริหาร ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้อำนวยการสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ด้านงานบริหารเครือข่ายเป็นประธานข่ายงานห้องสมุดมหาวิทยาลัยส่วนภูมิภาค (PULINET) เป็นคณะกรรมการยูเนสโกว่าด้วยแผนงานความทรงจำแห่งโลก (Memory of the World) รวมถึงผู้อำนวยการศูนย์ภูมิภาคว่าด้วยโบราณคดีและวิจิตรศิลป์ ภายใต้องค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAMEO SPAFA)

Advertisement

จากการเป็นนักวิชาการ ทำให้ได้รับการหล่อหลอมความรู้ความเชี่ยวชาญทางประวัติศาสตร์ ความรู้ด้านโบราณคดี ศิลปวัฒนธรรม และการอนุรักษ์มาบูรณาการกับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ประกอบกับความผูกพันกับท้องถิ่นล้านนา จึงส่งผลให้ท่านได้สร้างสรรค์งานที่เกิดประโยชน์หลายด้าน ที่โดดเด่น คือ การก่อตั้งสำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และผลักดันให้มีการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ล้านนา โดยเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ จีน พม่า ลาว และงานด้านอนุรักษ์คัมภีร์ใบลานล้านนา ซึ่งเป็นสารสนเทศที่ทรงคุณค่าทั้งทางประวัติศาสตร์และการศึกษาค้นคว้าและวิจัย