‘ตรีนุช’ เร่งของบ 3 พันล้าน จ่ายเงินเดือนครูอัตราจ้าง 6.7 หมื่นราย
เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าที่ประชุมเห็นชอบในหลักการ เรื่องการปรับเพิ่มเงินอุดหนุนรายบุคคลสำหรับนักเรียนพิการในโรงเรียนเอกชนประเภทสามัญศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และโรงเรียนเอกชน ประเภทอาชีวศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เพื่อสมทบเป็นเงินเดือนครู โดยให้ ศธ.ปรับเพิ่มอัตราเงินอุดหนุนรายบุคคลในปีงบประมาณ 2566 เพิ่มเป็นจำนวนเงิน 118,739,045 บาท
น.ส.ตรีนุชกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ครม.พิจารณาเห็นชอบแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ ปี พ.ศ.2564-2580 ตามที่ ศธ.เสนอ โดยแผนปฏิบัติการดังกล่าวสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ในฐานะของฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการดำเนินงานพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้จัดทำร่างแผนเพื่อพัฒนากลุ่มผู้มีความสามารถพิเศษโดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ จากกลุ่มผู้มีความสามารถพิเศษในทุกแขนงของประเทศ ซึ่งมีประมาณ 3% ของจำนวนประชากรวัยเรียน
“ส่วนกรณีครูอัตราจ้าง สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ถูกจ้างตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ปี 2553-2555 ซึ่งมีการจ้างนักศึกษาที่จบการศึกษาแล้วมาเป็นครูอัตราจ้างสัญญา 3 ปี แต่เมื่อครบกำหนด 3 ปีแล้ว สพฐ.ได้ใช้งบของ สพฐ.เองจ้างต่อ จนถึงเวลานี้มีจำนวนครูอัตราจ้างกว่า 67,000 คน ซึ่งก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า สพฐ.ไม่มีงบจ้างแล้ว ทำให้เดือนมีนาคมนี้ครูอัตราจ้างกลุ่มนี้อาจไม่ได้รับเงินเดือนนั้น ศธ.ได้ขอใช้งบกลาง 3,200 ล้านบาท เพื่อมาจ่ายเป็นเงินเดือนครูอัตราจ้างกลุ่มนี้ โดยขณะนี้เรื่องไปถึงสำนักงบประมาณแล้ว ซึ่งดิฉันก็กำลังเร่งติดตามอยู่ คิดว่าไม่น่ามีปัญหา ขอให้ครูไม่ต้องเป็นกังวล เพราะนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับครูและเป็นห่วงครูมาก” น.ส.ตรีนุชกล่าว
ด้านนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. กล่าวว่า ครม.มีมติเห็นชอบในหลักการ แต่มีข้อสังเกตโดยขอให้ ศธ.ไปสำรวจจำนวนนักเรียนที่แน่นอน และให้บูรณาการค่าใช้จ่ายที่จะดูแลจัดการเรียนการสอนเด็กพิการให้มากขึ้น ซึ่งตนจะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทำการสำรวจตัวเลขที่แน่นอนและเสนอ ครม.พิจารณาต่อไป นอกจากจะเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวเพื่อใช้จ่ายเป็นเงินเดือนครูแล้ว แต่ครู 1 คนดูแลเด็กหลายคนไม่ไหว จึงขอ ครม.เพิ่มเงินจ้างผู้ช่วยครูไปด้วย โดยคิดจากเงินเดือน 9,000 บาทต่อเดือน
“ตั้งแต่ที่ดิฉันรับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.รับฟังปัญหาเอกชนมาตั้งแต่ต้น พบว่าโรงเรียนเอกชนลำบากมาก โดยเฉพาะโรงเรียนเอกชนที่ดูแลเด็กพิการ จึงผลักดันเรื่องนี้มาโดยตลอด รู้สึกดีใจที่ ครม.เห็นความสำคัญของเด็กพิการ และการที่ ครม.รับหลักการในวันนี้ จะทำให้เด็กพิการของโรงเรียนเอกชนทั้งสายสามัญและอาชีวะได้รับการดูแลมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะเร่งให้ สช.สำรวจจำนวนนักเรียนพิการเพื่อเป็นข้อมูลเสนอตั้งงบประมาณปี 2566 ต่อไป และจะเร่งผลักดันเพิ่มเงินอุดหนุนรายบุคคลนักเรียนเอกชนต่อไปด้วย” นางกนกวรรณกล่าว

