กมธ.วิสามัญฯ แนะใช้ชื่อ ‘สนง.ส่งเสริมการเรียนรู้’ แทน ‘กรม’ สอดรับสพฐ.-สอศ. ‘ครูโอ๊ะ’ เร่งเลขาฯกศน. สานงานต่อ
นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ในฐานะที่ตนกำกับดูเลสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ตนเน้นย้ำให้นายวัลลพ สงวนนาม เลขาธิการ กศน.คนใหม่ ผลักดันงานหลายเรื่อง เช่น ให้ดำเนินการตาม 12 นโยบาย และ 7 วาระเร่งด่วน ของน.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการ ศธ. พร้อมกับผลักดันนโยบายของตน ไม่ว่าจะเป็น กศน.WOW (6G) และงานเดิมที่นายสุรศักดิ์ อินศรีไกร ผู้ตรวจราชการ ศธ. อดีตเลขาธิการ กศน.ได้ทำไว้ก็ขอให้สานต่อ ซึ่งนายวัลลพ ขอเวลาศึกษางาน 1 สัปดาห์ เพื่อที่จะขับเคลื่อนงานได้อย่างเต็มที่
“ดิฉันคาดหวังว่านายวัลลพ จะสามารถทำให้ กศน.เดินหน้าทำงานต่อไปได้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน ทั้งนี้ดิฉันได้มอบหมายให้นายวัลลพ เร่งผลักดันการสอบผู้อำนวยการ กศน.จังหวัด และ ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอ ที่ว่างอยู่หลายตำแหน่ง โดยย้ำว่า ต้องให้โอกาสคน กศน.แข่งขันกันเองก่อน แล้วค่อยรับโอนจากหน่วยงานอื่นเข้ามา เพราะขวัญกำลังใจคนใน กศน.ต้องมาก่อน เชื่อว่านายวัลลพ จะสามารถขับเคลื่อนงานที่ได้รับมอบหมายอย่างรวดเร็ว เพราะเคยดูแลด้านงานบุคคลมาก่อน” นางกนกวรรณ กล่าว
นางกนกวรรณ กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้า พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. … ขณะนี้ทางคณะกรรมมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. … ได้พิจารณาหลายมาตราแล้ว ขณะนี้พิจารณาถึงบทบาทหน้าที่กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ขณะเดียวกัน ตนมอบหมายให้ นายกลม รอดคล้าย ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. และ นายพะโยม ชิณวงศ์ ประธานคณะทำงาน รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. ไปประชุมร่วมกับคณะกรรมการขับเคลื่อน กศน. ที่มีนายสุภัทร จำปาทอง ปลัด ศธ. เป็นประธาน เพื่อขับเคลื่อนงานต่างๆ ให้สอดรับกับกฎหมายฉบับนี้ และให้สอดรับกับกฎหมายลูก รวมถึงการปรับโครงสร้าง กศน.ที่ต่อไปจะถูกยกเป็นกรมส่งเสริมการเรียนรู้ด้วย หากได้ข้อสรุปแล้วจะนำเสนอให้ กมธ.วิสามัญฯ พิจารณาต่อไป
“ทั้งนี้ กมธ.วิสามัญฯ หารือกันอย่างกว้างขวางว่า ตามกฎหมายใหม่ กศน.จะถูกยกเป็น กรมส่งเสริมการเรียนรู้ แต่กรรมาธิการบางคนเสนอว่าไม่อยากให้ใช้ชื่อนี้ เพราะหากใช้ชื่อกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ก็จะเป็นกรมอยู่แห่งเดียวให้ ศธ. จะสามารถเปลี่ยนเป็นสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ ให้มีชื่อคล้ายกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้หรือไม่ ซึ่งเราจะรับเรื่องไว้พิจารณาต่อไป ทั้งนี้ในอนาคตอาจจะเปลี่ยนก็ได้ แต่หลักของกฎหมายที่ร่างไว้ให้ใช้เป็นกรมนั้น ก็ขึ้นอยู่กับเวลาลงมติ กมธ.วิสามัญฯ จะเห็นชอบให้คงชื่อเดิม หรือเปลี่ยนชื่อ” นางกนกวรรณ กล่าว
นางกนกวรรณ กล่าวต่อว่า ตนจะผลักดันร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ให้ไปไกลมากที่สุด และจะทำให้ดีที่สุด เพราะเป็นกฎหมายสำคัญที่มีประโยชน์ต่อการจัดการศึกษาในอนาคต คาดว่าภายในกลางปี 2565 พ.ร.บ.ฉบับนี้จะผ่านการพิจารณาในวาระ 2 และ 3

