‘ตรีนุช’ ลงพื้นที่อุดรฯถกแก้หนี้ครู ดึง ‘เครดิตบูโร’ทำข้อมูลทั้งระบบ

20.02.22 | 14:11 น.
‘ตรีนุช’ ลงพื้นที่อุดรฯถกแก้หนี้ครู ดึง ‘เครดิตบูโร’ทำข้อมูลทั้งระบบ

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ น.ส.ตรีนุช  เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่หารือการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ สหกรณ์ออมทรัพย์ครู จ.อุดรธานี  ว่า สหกรณ์ออมทรัพย์ฯทั้ง 108 แห่งถือเป็นเจ้าหนี้หลักของครูและบุคลากรทางการศึกษา ขณะนี้กว่า 70แห่งมีความประสงค์เข้าร่วมโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ซึ่งหลัก ๆ จะเข้าร่วมในส่วนของการลดดอกเบี้ย ส่วนสหกรณ์อุดรฯ ถือเป็นต้นแบบและลดดอกเบี้ยมากที่สุดคือ 1% และได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูได้สอดคล้องกับแนวทางของศธ. ทั้งนี้

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังได้ย้ำในเรื่องการปล่อยกู้ ครูจะต้องให้ครูมีเงินเหลือสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันไม่น้อยกว่า 30% โดยการปล่อยกู้จะต้องมีขั้นตอนและมาตรการมากยิ่งขึ้นรวมถึงได้ร่วมมือกับเครดิตบูโรทำข้อมูลหนี้สินของครูแต่ละคน เพื่อให้ทราบรายละเอียดและนำมามีส่วนในการพิจารณาปล่อยกู้ ซึ่งจะหักได้ไม่เกิน70% ของเงินเดือน เพื่อให้ครูมีเงินเหลือใช้ไม่ได้รับความเดือดร้อน สำหรับการจัดตั้งสถานีครู จะมีการทำงานร่วมกันระหว่างสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและจังหวัด เพื่อรวบรวมข้อมูลแก้ปัญหาร่วมกัน

“พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูค่อนข้างมาก ทางศธ. ก็เร่งดำเนินการให้เกิดการแก้ปัญหา เริ่มต้นจากการนำเจ้าหนี้มาคุยกับ เพื่อแก้ไขปัญหาทั้งระบบและให้เกิดการผ่อนคลายมากที่สุด รวมถึงจะมีการทำความเข้าใจเรื่องการสร้างหนี้ใหม่ เพื่อเป็นมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาตามมาอีก ส่วนหนี้นอกระบบนั้น ต้องเข้าใจว่าอยู่นอกเหนือกลไกที่ควบคุม แต่ต้องไปดูว่าจะทำให้หนี้เหล่านั้นกลับเข้ามาอยู่ในระบบได้อย่างไร อีกส่วนคือการให้ความรู้ หากไม่ป้องกันก็คงจะสามารถแก้ปัญหาได้ยาก โดยจะรวบรวมข้อมูลและดึงหนี้เหล่านี้กลับเข้ามาในระบบให้ได้มากที่สุด “น.ส.ตรีนุช กล่าว

นายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาของ ศธ. กล่าวว่า ขณะนี้มีครูลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “สร้างโอกาสใหม่ให้ครูไทย” ซึ่งเปิดให้ครูและบุคลากรทางศึกษาเข้ามาลงทะเบียนผ่านออนไลน์เพื่อแจ้งความประสงค์ ในการเข้าสู่ขั้นตอนกระบวนการเพื่อการแก้ไขปัญหาหนี้ รอบแรกลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์-14 มีนาคมแล้ว กว่า 1.3 หมื่นราย เมื่อได้รายชื่อแล้วจะส่งกลับไปที่เขตพื้นที่ฯ เพื่อจัดลำดับข้อมูลความเดือดร้อนต่อไป

 

Advertisement