หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา โรงเรียนของฉั...

โรงเรียนของฉัน : การแข่งขันคือ..การเรียนรู้

22.02.22 | 13:00 น.

โรงเรียนของฉัน : การแข่งขันคือ..การเรียนรู้

หนูชื่อ น้องป่าน ปานชีวา หรือ ด.ญ.ปานชีวา มนต์สิริ อายุ 13 ปี อยู่ชั้น ม.2 วิทยาลัยนาฏศิลป์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ (ศาลายา) อาศัยอยู่กับแม่ และยาย เพียง 3 คน ที่ จ.นครปฐม ซึ่งเป็นบ้านที่สร้างด้วยน้ำพักน้ำแรง และความสามารถของหนู ซึ่งกว่าจะเป็นแบบทุกวันนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

จากเด็กที่ฐานะทางบ้านค่อนข้างลำบาก ต้องบากบั่น อดทน สู้ทน ช่วยเหลือครอบครัว ด้วยความสามารถพิเศษทางด้านการร้องเพลง โดยเฉพาะเพลงที่พยายามสืบสานต่อจากครูอาจารย์รุ่นคุณปู่คุณย่า สาย ลูกทุ่ง หลายท่าน เพราะสิ่งที่คิดคือ การจรรโลงไว้ซึ่งบทเพลงลูกทุ่งของคนไทย ที่ปัจจุบันได้รับความนิยมน้อยลง แต่เส้นทางลูกทุ่งก็ไม่ใช่ง่ายๆ กว่าจะได้มายืนอยู่ในจุดที่มีการยอมรับ ทำเป็นอาชีพ หาเลี้ยงตนได้กับวัยที่ยังเป็นนักเรียน

หลายครั้งที่รู้สึกท้อ และเหนื่อยจากสิ่งกระทบรอบๆ ตัวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นความเหลื่อมล้ำจากฐานะ จากคำดูถูก จากกิริยาต่างๆ ทั้งของคนรู้จัก หรือคนที่ได้พบเจอ โดยเฉพาะทุกวันนี้ กับคำพูดที่ถูกกระแนะกระแหน เป็นเด็กสายประกวด เด็กครูคนโน้น เด็กครูคนนี้ แต่คนพูดไม่เคยรับรู้ถึงความลำบากที่กว่าจะมาถึงวันนี้ ว่ามันแสนยากขนาดไหน ทุกครั้งที่ร่วมประกวดขับร้องเพลง มักมี feed back เสมอในทางลบ

หนูเคยขาดความมั่นใจในการประกวดร้องเพลงอยู่หลายครั้ง เพราะความคิดที่หลายคนเห็นว่า เรามีงานโชว์ รับงานร้องเพลงเพื่อประกอบอาชีพ เวลาประกวด จะถูกคนอื่นมองว่าเป็นเด็กเส้นบ้าง เป็นนักร้องหลายเวทีแล้วต้องชนะบ้าง

ทั้งๆ ที่ในความคิดของหนู เวทีประกวดคือเวทีฝึกฝน เป็นเสมือนโรงเรียน ไม่ใช่ต้องการลงแข่งขันเพื่อชัยชนะอย่างเดียว แต่การแข่งขันคือการเรียนรู้ ได้รู้ว่าตัวเองมีสิ่งที่ต้องแก้ไขอะไรบ้าง เพื่อไม่ให้หยุดพัฒนา ที่สำคัญคือได้ประสบการณ์ที่แตกต่างกัน บางคนคิดว่าเราต้องการชนะ เหมือนนักล่ารางวัล

Advertisement

แต่ด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตนที่หนูปฏิบัติมาโดยตลอด ย่อมทำให้ผู้ใหญ่ หรือครูบาอาจารย์ ท่านรัก เมตตา ช่วยสนับสนุน อบรมสั่งสอนนั้น กลับทำให้ถูกมองว่าเล่นเส้นเล่นสายบ้าง ทำให้ทำใจลำบาก และยืนสู้บนเวทีประกวดด้วยความไม่สบายใจ ทั้งที่หลายครั้งที่เราแพ้การประกวด

หากจะนับถ้วยรางวัลที่บ้านหนู น้อยกว่าที่คิด ไม่ใช่นักร้องที่มีถ้วยมากมาย ไม่ถึงร้อยด้วยซ้ำ แต่ทุกครั้งที่ลงประกวด เพียงทำเต็มที่เพื่อให้มีผู้จดจำ และนำชื่อเสียงมาหาเลี้ยงตนจากที่มีผู้เมตตาจ้างงาน และทำให้ได้รับแรงเชียร์แรงใจจากคนที่ชื่นชอบ

หนูยืนในจุดที่ลำบาก เพราะไม่สามารถประกวดได้ทุกที่ทุกรายการ และไม่ใช่ศิลปินเต็มตัว ไม่ใช่นักร้องอาชีพ และสิ่งที่อยากดำรงไว้ คงต้องค่อยๆ พัฒนาตนเองไปทางใดดี ใช้ความอดทน และกำลังใจจากคนรอบข้างเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจให้เข้มแข็งเสมอมา