หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา แม่และภรรยาร่...

แม่และภรรยาร่ำไห้ ลูกชายถูกสิบล้อทับดับ กลัวเรื่องเงียบร้องขอความเป็นธรรม

24.02.22 | 17:21 น.
แม่และภรรยาร่ำไห้ ลูกชายถูกสิบล้อทับดับ กลัวเรื่องเงียบร้องขอความเป็นธรรม

เมื่อวันที่  24 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ผู้ใช้เฟสบุ๊ก “ ลูกสาม แร้วงัย ” ได้โพสต์เหตุการณ์ ที่นายจักรกฤษณ์ ศุขเสมอ หรือ ท็อป นั่งยอง ๆ อยู่หน้ารถหกล้อ โดยใส่หูฟังอยู่ ได้มีรถสิบล้อที่อยู่ด้านหลังชายคนดังกล่าวค่อย ๆ ถอยหลังมาชนอัดเข้ากับด้านหน้ารถหกล้อจนถอยหลังออกไป จากนั้นมีชายคนหนึ่งวิ่งไปบอกคนขับให้หยุดรถ ทำให้ท็อปสามารถคลานออกมานอนอยู่ด้านข้างรถได้ ก่อนที่มีช่วยนำส่งโรงพยาบาลแต่สิ้นใจเสียชีวิต ระหว่างทาง โดยเหตุเกิดที่โรงงานแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรสาคร

ต่อมาญาติ ๆ จึงได้นำศพผู้เสียชีวิตมาตั้งสวดบำเพ็ญกุศลที่ศาลาวัดดอนตะโก อ.เมือง จ.ราชบุรี บ้านเกิด เป็นเวลา 5 คืน และจะฌาปนกิจในวันที่  24 ก.พ.

ทั้งนี้ญาติผู้ตายเกรงว่า จะไม่ได้รับความเป็นธรรม และกลัวเรื่องจะเงียบ จึงโพสต์เหตุการณ์ลงสื่อโซเซียล ซึ่งขณะที่เตรียมพิธีฌาปนกิจศพของนายจักรกฤษณ์ ศุขเสมอ ที่วัดดอนตะโก ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับนางสุวรรณ สุขสมบูรณ์ อาย 53 ปี แม่ และนางสาวจุฑาภา อยู่กลัด อายุ 25 ปี ภรรยาของผู้ตาย ทราบว่า แม่มีลูกอยู่ 2 คน คือ ท็อปผู้ตาย และน้องสาวที่ไปทำงานอยู่ที่ จ.สมุทรสงคราม ผู้ตายอาศัยอยู่กับภรรยา มีลูกด้วยกัน 1 คน ผู้ตายเป็นคนเลี้ยงดูอยู่ตลอด เป็นเสาหลักของครอบครัว ช่วยเหลือที่บ้านอยู่ตลอด

น.ส.จุฑาภา ภรรยาผู้เสียชีวิต กล่าวว่า วันเกิดเหตุตนยู่บ้าน พ่อโทรมาบอกว่าให้ทำใจดี ๆ แฟนโดนรถชน ตนก็ตกใจแต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นหนักขนาดนี้ ตนก็พยายามติดต่ออยู่เรื่อย ๆ ก่อนจะมารู้อีกทีก็เสียแล้ว ทำอะไรไม่ถูกก่อนจะโทรหาแม่

นางสุวรรณ แม่ผู้เสียชีวิต กล่าวว่า หลังจากทราบเรื่องก็กลับบ้านมาเอารถไปหาลูกชาย แต่ก็ไม่เจอเพราะส่งร่างน้องไปสมุทรสาครแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาที่สถานีตำรวจก่อน เพื่อมาดูรถ จึงได้พบกับคนขับรถที่ถอยชนมาพร้อมกับแฟนสาว หลังจากนั้นแฟนของคนขับรถก็เดินมาพูดกับตน ซึ่งน่าจะไม่รู้ว่าตนเป็นแม่ ว่าน้องใส่สมอลทอล์คอยู่ ถ้าน้องไม่ใส่ ก็ต้องเห็นหรือได้ยินเสียงตอนถอย ซึ่งน้องก็นั่งอยู่ที่บริเวณหน้ารถไม่ได้ไปเดินเกะกะที่ไหน ไปโทษน้องว่าใส่หูฟัง ต้องโทษที่เขาถอยรถไม่ดู จะไปโทษที่นั่งอยู่ตรงนั้นไม่ได้ ซึ่งการถอยรถนั้นก็ถอยจนไปชนกับรถหกล้อที่ดึงเบรกมืออยู่ถอยหลังไปแรงมาก หลังจากเกิดเรื่องขึ้น ทางคนชนก็ได้มางานฟังพระอยู่ 2 คืน พร้อมเงินใส่ซองอีกประมาณ 2 หมื่นบาท แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรกัน ส่วนที่ออกมาพูด เพราะกลัวเรื่องจะเงียบหายไป ไม่มีใครอยากสูญเสียลูกชาย ที่เป็นหัวหน้าครอบครัว แต่ในเมื่อสูญเสียไปแล้ว ก็ต้องได้เงินมาดูแลลูกชายของเขา ครอบครัวของเขา ต้องดูแลไปเรื่อย ๆ ทางคนชนก็ยอมรับว่าผิดแต่ไม่ได้มีการพูดคุยในส่วนของประกัน พรบ. ค่าเยียวยา หลังเกิดเรื่องขึ้นตนก็รู้สึกไม่อยากทำอะไร เสียลูกไปทั้งคนและเป็นเหตุการณ์แรกที่มีการสูญเสียคนในครอบครัวไป ทางแม่ก็ร้องไห้ด้วยความเศร้าเสียใจ ที่เกิดการสูญเสียผู้เป็นทั้งลูกชาย และเสาหลักของครอบครัวไปอย่างกระทันหัน

Advertisement