สกู๊ปหน้า 1 : ลุ้นรื้อ กม.กยศ. ไม่ฟ้อง-ไม่ยึด

27.02.22 | 09:30 น.

สกู๊ปหน้า 1 : ลุ้นรื้อ กม.กยศ. ไม่ฟ้อง-ไม่ยึด

ถือเป็นความคืบหน้าที่น่าสนใจสำหรับ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ.2560 ที่มีการปรับปรุงแก้ไขในการเพิ่มขอบเขตในการบริหารให้อำนาจกองทุนฯ เข้าไปช่วยเหลือผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างดำเนินคดี หรือศาลมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดแล้ว หรืออยู่ในระหว่างการบังคับคดี ให้สามารถเข้าร่วมการแก้ไขหนี้ แปลงหนี้ เพื่อกลับมาผ่อนชำระได้อีกครั้ง ที่ได้ผ่านสภาวาระ 1 แล้ว

เป็นการเปิดเผยของ กฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนการกู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ.ที่ยังกล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ทาง กยศ.ไม่ได้ฟ้องลูกหนี้ เพราะต้องการช่วยเหลือลูกหนี้ในภาวะวิกฤต ยกเว้นคดีที่ใกล้หมดอายุความ กยศ.จำเป็นต้องฟ้องร้อง ลูกหนี้ยังคงเข้ามาขอไกล่เกลี่ยการผ่อนชำระหนี้ได้

ส่วนระหว่างที่รอขั้นตอนการปรับปรุง พ.ร.บ.กองทุนฯ อยู่นั้น บรรดาลูกหนี้ รวมทั้งผู้ค้ำประกันที่ถูกฟ้องคดีก็สามารถที่จะเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยได้

ที่น่าสนใจสำหรับกฎหมายฉบับดังกล่าว ถ้าผ่านสภาได้แล้ว เปิดโอกาสให้ลูกหนี้ที่ทำการผ่อนชำระหนี้ได้ในระยะหนึ่ง สามารถปลดล็อกการเป็นผู้ค้ำประกันได้ โดยไม่ต้องรอจนชำระหนี้ครบ ผู้ค้ำประกันสบายใจได้ว่าไม่มีการไปฟ้องร้องยึดทรัพย์ เพราะว่าจะไม่มีการค้ำประกัน แต่จะมีเงื่อนไขที่ผู้กู้ต้องชำระหนี้ด้วยตัวเอง ส่วนผู้ค้ำประกันที่ผ่านมา หากมีปัญหาก็ให้เข้ามาเจรจาไกล่เกลี่ยกับ กยศ.

ปัจจุบัน กยศ. มีลูกหนี้ร่วม 6 แสนราย หนี้เสียประมาณ 40% ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา กยศ. ลดเบี้ยปรับผู้ผิดนัดชำระลงจาก 7.5% ต่อปี เหลือ 0.5% ต่อปี และคิดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 1% นอกจากนี้ ยังลดค่าปรับลง 80% ให้กับผู้ที่ผิดนัดชำระหนี้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และมีการกลับมาเจรจาขอชำระหนี้อีกครั้ง ขณะที่ผู้มีประวัติชำระหนี้ดี ยังลดดอกเบี้ยลงเหลือ 0.01% ด้วย

Advertisement

หากย้อนกลับไปเมื่อ 26 มกราคมที่ผ่านมาในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคประชาชาติกล่าวสรุปการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่…) พ.ศ. … ที่ทางพรรคประชาชาติได้เสนอด้วย มองว่าการศึกษาเป็นสิทธิมนุษยชน การศึกษาเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานและการศึกษาเป็นเรื่องที่รัฐจะต้องดูแลคนในประเทศ

พ.ร.บ.กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ.2560 ได้ทำลายหลักการสำคัญของ พ.ร.บ.กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาปี 2541 คือ การศึกษาในกองทุนฯปี 41 บอกว่า จะคิดดอกเบี้ยก็ได้ แต่ต้องคิดเท่ากับดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารออมสินที่วันนี้ไม่ถึง 50 สตางค์ด้วยซ้ำ แต่ใน พ.ร.บ.ปี 2560 ไปคิดดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี เท่านั้นยังไม่พอ ไปคิดเบี้ยปรับร้อยละ 18 ต่อปี รวมเบี้ยปรับกับดอกเบี้ยเป็นร้อยละ 25.5 ต่อปี ถือว่ากำไรสูงมาก เท่านั้นยังไม่พอยังทำลายหลักการละเมิดสิทธิมนุษยชน คือ การทวงหนี้ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้กู้ได้หมดเลย เปิดเผยข้อมูลได้ ซึ่งปกติต้องไปขออำนาจศาลในการเปิดเผย แต่ กยศ.สามารถบุกเข้าถึงได้

เลขาธิการพรรคประชาชาติ อภิปรายในครั้งนั้นว่า อยากให้เพื่อนสมาชิกทุกคนรับร่าง พ.ร.บ.นี้ มาร่วมกันปลดโซ่ตรวนที่เป็นภาระอันยิ่งใหญ่ การศึกษาเป็นสิทธิขั้นพื้นที่ฐานที่รัฐจะต้องจัดการให้ แต่เมื่อไปดูงบการเงินของ กยศ. ปรากฏว่าเบี้ยปรับ 1.6 หมื่นล้านบาท ดอกเบี้ยรวม 3 หมื่นกว่าล้านบาท

พ.ต.อ.ทวีอภิปรายทิ้งท้ายว่า ถ้าจะดูอดีตสังคมใดให้ไปดูที่พิพิธภัณฑ์ ถ้าจะดูปัจจุบันให้ไปดูที่หน่วยปฏิบัติ ถ้าจะดูอนาคตให้ไปดูที่การศึกษา

ด้าน ชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เผยว่า ในระหว่างที่กระทรวงยุติธรรมจัดมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือน ครั้งที่ 1 เริ่มที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ในวันที่ 25-26 กุมภาพันธ์ ที่ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ และจัดงานต่อให้ครบทั่วประเทศนั้น กยศ.จะเชิญผู้กู้ยืมทั่วประเทศที่อยู่ในเกณฑ์ที่จะถูกดำเนินคดี ประมาณ 180,000 ราย เข้ามาไกล่เกลี่ยข้อพิพาท

ถือเป็นการไกล่เกลี่ยหนี้ครั้งแรกตาม พ.ร.บ.การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ.2562 จะมีแนวทางไกล่เกลี่ยหนี้ ดังนี้ ผู้กู้ยืมที่เข้าร่วมการไกล่เกลี่ยจะไม่ถูกดำเนินคดี มีส่วนลดเบี้ยปรับ ได้รับโอกาสในการขยายระยะเวลาผ่อนชำระได้ถึงอายุ 65 ปี ปลดผู้ค้ำประกันตามกฎหมาย ในส่วนของชั้นบังคับคดี ลดจำนวนเงินผ่อนชำระหนี้ งดยึดทรัพย์ และงดขายทอดตลาด โดยลูกหนี้จะไม่ถูกบังคับคดี

อย่างไรก็ตาม การไกล่เกลี่ยหนี้สินตาม พ.ร.บ.การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ.2562 เป็นการไกล่เกลี่ยหนี้สินก่อนที่จะถูกฟ้อง ส่วนผู้ที่ถูก กยศ.ฟ้องร้องแล้ว ขณะนี้ กยศ.อยู่ระหว่างแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่…) พ.ศ. … ซึ่งขณะนี้ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรวาระแรกแล้ว และอยู่ระหว่างพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่…) พ.ศ. … หากแก้ไขกฎหมายสำเร็จ ผู้ที่ถูกฟ้องสามารถมาแปลงหนี้ใหม่ได้

เมื่อกล่าวถึงภาพรวมการกู้ยืมในปีการศึกษา 2564 กยศ.ตั้งงบประมาณไว้กว่า 4 หมื่นล้านบาท มีผู้ขอกู้ยืมแล้วกว่า 3.8 หมื่นล้านบาท เป็นปีที่มีผู้กู้ยืมมากที่สุดเท่าที่ กยศ.เคยมีมา

เหตุที่มีคนเข้ามากู้ยืมจำนวนมากจนใกล้แตะเงินที่ตั้งไว้ เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้ผู้ปกครองมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น กระทบถึงรายรับรายจ่ายในครอบครัว จึงต้องหาหนทางในการแบ่งเบาภาระที่เกิดขึ้นด้วยการกู้ยืมจาก กยศ.

ชัยณรงค์ กัจฉปานันท์

ชัยณรงค์ ยังกล่าวด้วยว่า กองทุนเป็นหน่วยงานของรัฐในกำกับของกระทรวงการคลังดำเนินการในลักษณะเงินทุนหมุนเวียน ตั้งแต่ปี 2539 จนถึงปัจจุบัน มีผู้ได้รับโอกาสทางการศึกษาไปแล้ว 6,206,983 ราย เป็นเงินให้กู้ยืมกว่า 680,103 ล้านบาท โดยให้กู้ยืมเฉลี่ยปีละ 26,157 ล้านบาท ที่ผ่านมากองทุนได้ใช้งบประมาณแผ่นดินไปแล้วประมาณ 468,673 ล้านบาท ปัจจุบันกองทุนได้นำเงินที่ผู้กู้ยืมรุ่นพี่ชำระคืนกองทุนกลับมาหมุนเวียนในการปล่อยกู้ให้แก่นักเรียน นักศึกษารุ่นน้อง โดยไม่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา

กองทุนขอยืนยันว่า กองทุนจะเป็นหลักประกันให้ทุกครอบครัวว่าน้องๆ ที่ขาดแคลนสามารถกู้เงินได้ทุกคนโดยไม่มีข้อจำกัด เพื่อให้โอกาสทุกคนอย่างเท่าเทียมในการเข้าถึงการศึกษา ผู้จัดการกองทุนฯ กล่าวทิ้งท้าย