หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา งานวิจัยชี้พั...

งานวิจัยชี้พัฒนาคนสมรรถนะสูง เพิ่มทักษะการทำงานแรงงาน 2.5 เท่า แนะระบบการศึกษาปรับวิธีการผลิต

1.03.22 | 10:14 น.

งานวิจัยชี้พัฒนาคนสมรรถนะสูง เพิ่มทักษะการทำงานแรงงาน 2.5 เท่า แนะระบบการศึกษาปรับวิธีการผลิต

นายอรรถพล สังขวาสี เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เปิดเผยว่า สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ได้ศึกษาแนวโน้มความต้องการกำลังคนโดยยึดพื้นที่เป็นฐาน พบว่า ทุกจังหวัดในประเทศไทยเผชิญกับปัญหาสังคมสูงวัย ประกอบกับแนวโน้มอัตราการเกิดของประชากรไทยลดลงต่อเนื่อง ในปี 2564 มีอัตราการเกิดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเกิดประมาณ 540,000 คน อีกทั้ง ผลการสำรวจความต้องการกำลังคนตามศักยภาพของพื้นที่ และช่องว่างของทักษะกำลังคนที่ไม่สามารถทำงานได้ในระดับที่นายจ้างคาดหวังไว้ เกิดภาวะการจ้างมีทักษะไม่ตรงกับความต้องการ ซึ่งสอดคล้องกับผลการวิเคราะห์ด้านผลิตภาพแรงไทยของ Economic Intelligence Center (EIC) ที่พบว่าเศรษฐกิจไทย มีแรงงานที่มีผลิตภาพเป็นส่วนน้อยของกำลังแรงงานทั้งหมด ถือเป็นสถานการณ์ที่ทำให้เห็นชัดเจนว่าไทยจะเผชิญวิกฤตแรงงานอนาคตอันใกล้ ผลการวิจัยชี้ชัดว่า หากต้องการรักษาสภาพเศรษฐกิจให้เหมือนในปัจจุบันไว้ได้ในอีก 20 ปีข้างหน้า ผู้ที่อยู่ในวัยทำงานจะต้องมีความสามารถเพิ่มขึ้นมากกว่าแรงงานในปัจจุบันประมาณ 2-2.2 เท่า

นายอรรถพลกล่าวต่อว่า หากต้องการพัฒนาประเทศให้มีอัตราการเติบโต มีรายได้ต่อหัวของจังหวัดเพิ่มขึ้น ประชากรวัยแรงงานต้องมีความสามารถในการทำงานสูงกว่าแรงงานในปัจจุบันไม่น้อยกว่า 2.5 เท่า ซึ่งการเพิ่มจำนวนวัยแรงงานในอนาคตอันใกล้ เป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ ดังนั้น ระบบการศึกษาจำเป็นต้องเร่งปรับเปลี่ยนการผลิตและพัฒนาคนสมรรถนะสูง เพื่อยกระดับความสามารถให้สูงขึ้น จำเป็นต้องเปลี่ยนรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้จะต้องพัฒนาเชิงพื้นที่ให้เข้มแข็งควบคู่กันไปด้วย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ กระจายความเจริญ กระจายรายได้ และพัฒนาตนเองให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง เพราะเมื่อมีความเหลื่อมล้ำ ปัญหานี้จะถูกส่งต่อรุ่นสู่รุ่น จากรุ่นพ่อแม่ สู่รุ่นลูก และรุ่นหลาน

“ทั้งนี้ ต้องวิเคราะห์ และทำความเข้าใจพื้นที่ เพื่อการพัฒนาคนสมรรถนะสูงที่เชื่อมโยงกัน เช่น คนมักจะเข้าใจว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสร้างรายได้ให้ จ.เชียงใหม่ มากที่สุด ดังนั้น จึงมุ่งพัฒนากำลังคนป้อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว แต่จากการวิเคราะห์ด้วยโมเดลทางเศรษฐศาสตร์พบว่า อุตสาหกรรมที่สร้าง GDP ให้ จ.เชียงใหม่ สูงสุดคือการเกษตร หากเราพัฒนากำลังคนสมรรถะสูงเพื่อป้อนอุตสาหกรรมเกษตรของเชียงใหม่ จะช่วยเพิ่ม GDP ได้ก้าวกระโดดมากกว่า เป็นต้น นี่คือตัวอย่างเพียงพื้นที่ดียว ซึ่ง สกศ.มีผลวิจัยรายจังหวัดครบทุกจังหวัดเรียบร้อยแล้ว ว่าแต่ละจังหวัดมีรายได้จากภาคอุตสาหกรรมใดมากที่สุด” นายอรรถพล กล่าว

นายอรรถพลกล่าวต่อว่า เมื่อเร็วๆนี้ ได้เสนอผลการศึกษาให้ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) รับทราบแล้ว และมอบข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ให้นำข้อมูลนี้ไปศึกษา และวางแผนปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับพื้นที่ต่อไป