มติชนมติครู : Technology Disruption กับครูในยุคดิจิทัล
“ครูคือผู้เรียนไม่รู้จบ” คำกล่าวนี้คงจะไม่เกินจริง เนื่องจากครูเป็นอาชีพที่ต้องพัฒนาตนเองตลอดเวลาตามพลวัตของความรู้ ความสามารถ และทักษะของผู้เรียนที่ต้องเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย โดยเฉพาะในยุคของ “Technology Disruption” ที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาท และพัฒนาแบบก้าวกระโดด ทำให้ครูต้องปรับตัวตามโลก และผู้เรียนที่เปลี่ยนแปลงไป
โดยหากครูยังยึดถือตำรา หรือวิธีการเก่าๆ ย่อมทำให้สื่อสารกับผู้เรียนในยุคปัจจุบันได้ยาก เนื่องจากผู้เรียนปัจจุบันเป็นผู้พูดภาษาดิจิทัล (Digital natives) ดังนั้น ครูในยุคนี้ก็จำเป็นจะต้องพูดภาษาดิจิทัลด้วยเช่นเดียวกัน เนื่องจากครูคือนักสื่อสาร และนักพัฒนา ที่เป็นความหวังของสังคมในการสร้างพลเมืองที่เข้มแข็งในโลกอนาคต สิ่งที่ครูสามารถมอบให้กับผู้เรียน ไม่ใช่เพียงแค่ความรู้แต่เป็นการพัฒนาทักษะในด้านต่างๆ เพื่อเตรียมคนให้พร้อมกับการรับมือในเรื่องใหม่ๆ ในอนาคตต่อไป
“Technology Disruption” ทำให้โลกปัจจุบันแตกต่างไปจากโลกอดีตอย่างมหาศาล บางสิ่งที่เคยทันสมัยในอดีต ก็ไม่สามารถนำมาใช้ได้ในปัจจุบันอีกต่อไป เนื่องมีสิ่งใหม่มาทดแทนเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น และส่งผลกระทบในด้านต่างๆ มากมาย การเปลี่ยนแปลงในยุค Disruption นั้น ส่งผลให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมากมาย แต่ไม่ว่าอะไรจะเปลี่ยนไป แต่ครูยังคงต้องเป็นคนสำคัญที่จะพัฒนาผู้เรียนตามบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป โดยอาศัยเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ
![]()
โดยครูที่ดีนั้น เขาจะรู้วิธีที่จะสอนเด็กที่อยู่ตรงหน้าอย่างไร ให้เรียนรู้ได้อย่างดีที่สุด และเทคโนโลยีนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้ครูแตกต่าง และสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับเด็กๆ ได้ โดยครูที่สอนดี และมีความสามารถด้านเทคโนโลยี จะช่วยให้เด็กเข้าใจได้ง่ายขึ้น ใช้เวลาน้อยลง สอนเด็กได้จำนวนมากขึ้น หรือแม้แต่สามารถประหยัดทรัพยากรต่างๆ เหล่านี้ ล้วนเป็นผลจากการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการเรียนการสอน โดยเฉพาะการเป็นครูในศตวรรษที่ 21 ซึ่งมีเทคโนโลยีมากมายอยู่รอบๆ ตัว ดังนั้น ครูในยุคปัจจุบัน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดการเรียนการสอน
ในบริบทของประเทศไทยนั้น จะเห็นได้ว่าได้ให้ความสำคัญของการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนในระดับต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนในด้านโครงสร้างพื้นฐานของรัฐให้เข้าถึงคอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เน็ต สื่อ และวัสดุอุปกรณ์ทางด้านเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากรในภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีการศึกษา รวมถึง นโยบายการศึกษาต่างๆ ที่เกิดขึ้น ล้วนส่งเสริมให้มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการจัดการเรียนการสอน โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 ที่มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาแก้ปัญหาทางการศึกษาอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ นอกจากนี้ ในส่วนของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ก็ได้กำหนดรายวิชาใหม่ที่มุ่งเน้นพัฒนาด้านทักษะดิจิทัลให้กับผู้เรียน ได้แก่ รายวิชาวิทยาการคำนวณ โดยเริ่มเปิดสอนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ตั้งแต่ปีการศึกษา 2561

วิทยาการคำนวณ (Computing science) คืออะไร เป็นวิชาใหม่ที่แตกต่างจากวิชาคอมพิวเตอร์เดิม ที่สอนให้นักเรียนเป็นผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ ใช้งานโปรแกรมต่างๆ ในฐานะผู้ใช้งาน (User) แต่วิทยาการคำนวณมีความแตกต่าง ที่เน้นการสอนให้ผู้เรียนเป็นผู้ที่สามารถนำองค์ความรู้ และกระบวนการคิดแบบนักคอมพิวเตอร์ หรือการคิดเชิงคำนวณ ไปสู่การเป็นผู้คิด ผู้เขียน ที่เป็นพื้นฐานของการพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ จนนำไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรม ด้วยความที่เป็นวิชาใหม่ ซึ่งมีความยาก ความท้าทาย และความพร้อมของครูที่จะเป็นผู้สอนในรายวิชานี้
จากการวิจัยเรื่องการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ออนไลน์รายวิชาวิทยาการคำนวณเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร (เอมมิกา วชิระวินท์ และ สินชัยจันทร์เสม, 2563) พบว่า โรงเรียนมีความต้องการสื่อการเรียนรู้ออนไลน์ ประกอบด้วย สื่อการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียน โดยเฉพาะเนื้อหาที่เกี่ยวกับ Coding หรือการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่ช่วยเป็นเครื่องมือให้ครูสามารถนำไปสอนนักเรียนได้อย่างเหมาะสม และนักเรียนสามารถทบทวนเนื้อหาได้ด้วยตนเอง จากงานวิจัยดังกล่าว เห็นได้ว่า ในปัจจุบันนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษา จะต้องเรียนรู้ และพัฒนาทักษะด้านการโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อเตรียมพร้อมไปสู่อนาคตที่จะเป็นผู้สร้างนวัตกรรมในอนาคตต่อไป ดังนี้ ครูจึงเป็นคนสำคัญที่จะช่วยพัฒนานักเรียนเหล่านี้ให้บรรลุเป้าหมาย
เทคโนโลยีดิจิทัลสำคัญกับครูอย่างไร เทคโนโลยีกับครูเป็นสิ่งที่ต้องมาคู่กัน เนื่องจากครูจะต้องใช้เทคโนโลยีต่างๆ ในการสื่อสารกับผู้เรียน เพื่อนำเสนอเนื้อหา จัดกิจกรรมการเรียนการสอน วัด และประเมินผลการเรียนรู้ และกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้อย่างเหมาะสม โดยครูจะต้องเรียนรู้แนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้องการออกแบบการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล ที่เป็นทฤษฎีการเรียนรู้ใหม่ๆ เช่น ทฤษฎีการเรียนรู้ร่วมกันออนไลน์ (Online Collaborative Learning) ทฤษฎีการเชื่อมโยงและเรียนแบบเครือข่าย (Connectivism & Networked Learning) และทฤษฎีการสร้างความรู้ด้วยตนเองโดยการสร้างสรรค์ชิ้นงาน (Constructionism) รวมถึง นวัตกรรมการเรียนรู้ยุคใหม่ เช่น ห้องเรียน 4.0 ห้องเรียนกลับทาง (Flipped classroom) การเรียนการสอนออนไลน์ (Online learning) และรูปแบบการบูรณาการเทคโนโลยีกับการสอนต่างๆ เช่น SAMR, TPACK และ The T3 Framework เป็นต้น นอกจากนี้ ยังต้องคำนึงถึงการใช้สื่อดิจิทัลเพื่อการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาสมรรถนะ และความสามารถของผู้เรียนในด้านต่างๆ อีกด้วย

เทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับครู ไม่ใช่สิ่งที่ครูควรรู้ แต่เป็นสิ่งที่ครูต้องรู้ เพื่อสามารถเท่าทันผู้เรียนยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย โดยหากมองในฐานะผู้ใช้งาน ครูสามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่ในปัจจุบันไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้หลากหลาย และช่วยกระตุ้นความสนใจผู้เรียนได้ดี เช่น การนำมาใช้ในด้านการวัด และประเมินผล ได้แก่ เกม และแบบทดสอบต่างๆ เช่นโปรแกรม Kahoot Quizziz Plicker liveworksheets, Wordwall การนำมาใช้ในการจัดการชั้นเรียน และส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกันออนไลน์ ได้แก่ Google classroom, Padlet, Conceptboard, Classroom screen และหากมองในฐานะผู้สร้างนวัตกรรม ครูควรต้องมีความรู้ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างง่าย เช่น การสร้าง eLearning, eBook, Website และมัลติมีเดียต่างๆ รวมถึง ทักษะการเขียนโปรแกรมอย่างง่าย เพื่อสามารถนำไปต่อยอดพัฒนานวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาทางการศึกษาต่อไป โดยสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ในหนังสือเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับครู (เอมมิกา วชิระวินท์, 2563)
การเป็นครูในยุค Technology Disruption ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากครูจะต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ และปรับตัวในทุกๆ วัน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินไป เนื่องจากนวัตกรรมต่างๆ นั้น อยู่รอบๆ ตัวเรา และเทคโนโลยีต่างๆ ล้วนเกิดขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวก และช่วยให้เราสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ได้อย่างไร้ขีดจำกัด ยังมีความรู้ ความสามารถ และทักษะใหม่ๆ อีกมากมาย รอคอยให้ครูเรียนรู้ พัฒนาตนเอง และพัฒนาเยาวชนของชาติ ให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้นไปในโลกอนาคต ดังคำที่ว่า “ครูคือผู้เรียนไม่รู้จบ”



