‘เด็กชนบท’ ความรู้ถดถอยถึง 2 ปี งานวิจัยชี้ขาดอุปกรณ์มากกว่า น.ร.ในเมือง

9.03.22 | 09:54 น.

‘เด็กชนบท’ ความรู้ถดถอยถึง 2 ปี งานวิจัยชี้ขาดอุปกรณ์มากกว่า น.ร.ในเมือง สกศ.ชู 7 มาตรการฟื้นฟู-แก้ปัญหาระยะยาว

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม นายอรรถพล สังขวาสี เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เปิดเผยว่า สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ได้สำรวจ วิจัย สังเคราะห์ข้อมูลของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วประเทศ พบว่า จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ส่งผลให้ผู้เรียนมีภาวะการเรียนรู้ถดถอย (Learning Loss) ซึ่งภาวะการเรียนรู้ถดถอยในแต่ละชั้นปีแตกต่างกัน และผู้เรียนในแต่ละพื้นที่มีภาวะการเรียนรู้ถดถอยที่แตกต่างกัน จากการวิจัยพบว่า ผู้เรียนในเมืองที่มีอุปกรณ์การเรียนครบ จะมีความรู้ถดถอยเล็กน้อย ขณะที่ผู้เรียนในต่างจังหวัด หรือชนบท ที่ขาดแคลนอุปกรณ์ มีความรู้ถดถอยถึง 2 ปี สกศ.จึงได้จัดทำแนวทางแก้ไข และเสนอให้ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พิจารณา ซึ่งจะมีทั้งมาตรการฟื้นฟูภาวะถดถอยการเรียนรู้ และมาตรการแก้ไขปัญหาระยะยาว

“มาตรการฟื้นฟูภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ 7 มาตรการ (RECOVER) คือ 1.Redesign การออกแบบกระบวนการจัดการเรียนรู้ใหม่ที่ตอบสนองบริบทความเปลี่ยนแปลง และความต้องการของผู้เรียน เช่น ปรับหลักสูตรสถานศึกษา ปรับรูปแบบ และวิธีการวัดและประเมินผล 2.Empower เสริมพลังพัฒนาครู และผู้บริหารสถานศึกษา เช่น พัฒนาเทคนิคการสอนครู พัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีของครู 3.Collaborate สร้างการมีส่วนร่วมอย่างมีประสิทธิภาพระหว่างสถานศึกษา ครู ผู้ปกครอง ชุมชน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น สร้างปฏิสัมพันธ์ และสัมพันธภาพที่ดีระหว่างครูผู้สอน และผู้ปกครอง 4.Open resources พัฒนาคลังสื่อดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้แบบเปิด และเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษา 5.Value สร้างทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้ และสุขภาวะที่ดีของผู้เรียน ทั้งสุขภาพ และสุขภาพจิต เช่น จัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้ 6.Elevate ยกระดับการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยีอย่างเป็นระบบ และมีประสิทธิภาพ เช่น จัดหาอุปกรณ์ เครื่องมือ และโปรแกรมที่ทันสมัยแก่สถานศึกษา และครูผู้สอน และ 7.Regard จัดสวัสดิการความปลอดภัย สร้างขวัญ และกำลังใจแก่ครู” นายอรรถพล กล่าว

นายอรรถพลกล่าวอีกว่า ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาว จัดทําข้อเสนอแนวทางการพัฒนารูปแบบ การจัดการเรียนรู้ของผู้เรียนที่หลุดออกนอกระบบการศึกษาในประเทศไทย นําไปสู่การพัฒนา CSC MODEL (Care plan connecting – Supportive networking – Centralink, provincial learning community) เพื่อช่วยเหลือผู้เรียนที่มีภาวะการเรียนรู้ถดถอย ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาผู้เรียนที่หลุดออกนอกระบบการศึกษาอีกทางหนึ่งด้วย โดยแบ่งการดำเนินการ 3 ส่วน คือ 1. C: Care plan connecting โดยเริ่มจากการพัฒนาให้เด็กเยาวชนในทุกระดับ และประเภทการศึกษามี care plan รายบุคคล จากนั้นเชื่อมโยง และพัฒนาให้เกิดขึ้นในทุกระดับ โดยส่งต่อข้อมูลอย่างเป็นระบบ ทั้งระดับบุคคล สถานศึกษา จังหวัด เขตพื้นที่การศึกษา และประเทศ นําไปสู่การสร้าง Education passport ที่รวบรวมข้อมูลการพัฒนาผู้เรียนทั้งหมดไว้ในเล่มเดียว โดยทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึง และพัฒนาผู้เรียนร่วมกันได้

นายอรรถพลกล่าวต่อว่า 2. S: Supportive networking พัฒนาอาสาสมัคร ศธ.และ Digital platform ในการรวบรวมข้อมูลการศึกษาต่อ การฝึกอบรม หรือการเป็นพี่เลี้ยง ที่ปรึกษาในประเด็นต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน และ 3. C: Centralink, Provincial learning community เพื่อแก้ปัญหา และพัฒนาทุกช่วงวัยอย่างครอบคลุม ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต สานต่อ และพัฒนาแนวคิด learning ecosystem ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดย สกศ.จะเร่งทำ CSC MODEL ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำโมเดลนี้ ไปขับเคลื่อนพัฒนาการศึกษาในพื้นที่ของตนในปีการศึกษา 2565