ศธ.ยันเปิดเรียนออนไซต์ เทอม1/2565 ตั้งเป้าฉีดบูสเตอร์โดส น.ร.อายุ 12-18 ปีพ.ค.นี้

8.03.22 | 14:15 น.
ศธ.ยันเปิดเรียนออนไซต์ เทอม1/2565 ตั้งเป้าฉีดบูสเตอร์โดส น.ร.อายุ 12-18 ปีพ.ค.นี้

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม นายสุภัทร  จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ตนได้ประชุมร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของศธ. เพื่อติดตามความคืบหน้าการฉีดวัคซีนนักเรียนอายุ 12-18 ปี และนักเรียนอายุ 5-12  ปี ซึ่งในส่วนของนักเรียนอายุ 12-18 ปี ฉีดเข็ม 1 ไปแล้ว 96%  เข็ม 2 จำนวน 75% ซึ่งถือว่าค่อนข้างช้า เพราะตามกำหนดเดือนมีนาคม ควรจะฉีดได้ครบ100% ทั้งนี้ ได้มีการหารือกันว่า อีก 25% จะดำเนินการอย่างไร ซึ่งจากการสอบถามผู้ที่เกี่ยวข้องทราบว่า สาเหตุที่ยังฉีดไม่ครบ เพราะไม่มีการจัดประชาสัมพันธ์เพียงพอ และไม่มีการจัดสถานที่ฉีดที่แน่นอน แต่เป็นการนัดหมายให้เด็กไปฉีด โดยไม่บังคับทำให้เมื่อถึงเวลาเด็กก็ไปฉีดบ้างไม่ไปบ้าง อีกส่วนเป็นเรื่องค่าเดินทาง ที่ต้องหาแนวทางแก้ไข เพราะหลังเปิดเทอมเดือนภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ในเดือนพฤษภาคม จะต้องเริ่มฉีดบูสเตอร์โดสหรือเข็ม 3 แล้ว สำหรับแนวทางแก้ปัญหา เท่าที่หารือ อาจจะต้องมีการจัดมหกกรรม และอาจให้ฉีดเข็ม2 ให้ครบในช่วงที่เด็กไปมอบตัวที่โรงเรียน เพื่อจะได้วางแผนฉีดเข็ม 3 ต่อไป คาดว่าจะได้รับวัคซีนประมาณ 2-3 ล้านโดส ตรงนี้ต้องเร่งดำเนินการเพื่อให้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้เตรียมความพร้อมด้วย

นายสุภัทร กล่าวต่อว่า ส่วนเด็กอายุ 5-12 ปี ขณะนี้ฉีดเข็ม 1 ได้ 4.4 แสนคน ซึ่งก็จะดำเนินการฉีดเรื่อย ๆคาดว่าจะสามารถฉีดได้ครบตามที่ลงทะเบียนในช่วงเปิดภาคเรียน ทั้งนี้เสมาโพลได้ทำการสำรวจความคิดเห็นผู้ปกครอง ส่วนใหญ่กังวลเรื่องผลข้างเคียงของการฉีดวัคซีน ขณะที่กว่า 60% อยากให้ไปฉีดวัคซีนที่โรงเรียน และ 59% ผู้ปกครองต้องการให้เด็กฉีดวัคซีน ส่วนวิธีการตรวจหาเชื้อ75% อยากให้ตรวจด้วยน้ำลาย ส่วนอีก 25% ไม่มีปัญหาที่จะให้แยกจมูก ขณะที่ความเชื่อมั่นในการกลับไปเรียนออนไซต์ที่โรงเรียนหลังฉีดวัคซีนอยู่ที่ 50% ขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจความต้องการของผู้ปกครองอีกครั้งหนึ่ง

“ยืนยัน ณ ตอนนี้ว่าภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 จะยังให้เปิดเรียนออนไซต์ตามปกติ เพราะตามที่สธ. ได้คาดการณ์ไว้ว่า  ประมาณกลางเดือนมีนาคม จำนวนผู้ติดเชื่อจะลดลง และยังเหลือเวลาอีก 2 เดือนกว่าจะเปิดเทอม ก็ไม่น่ามีปัญหา ซึ่งหากเปิดเทอมไปแล้ว มีปัญหาโรงเรียนก็สามารถตัดสินใจปรับวิธีการเรียนการสอนได้ หรืออาจให้เปิดเป็นชั้นเรียน ยกเว้นถ้ามีการติดเชื้อเกินกว่า 1 ห้องเรียน ก็อาจให้มีการปิดทั้งชั้นได้” นายสุภัทร กล่าว