ครม. อนุมัติ 107 ล.โครงการอาชีวะ ฝีมือชน พัฒนากำลังคนชายแดนใต้ หวังลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสทางการศึกษา
เมื่อวันที่ 9 มีนาคม น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อเร็วๆนี้ ที่ประชุม มีมติเห็นชอบในหลักการการดำเนินโครงการอาชีวะ ฝีมือชน พัฒนากำลังคนชายแดนใต้ ในกรอบวงเงินงบประมาณ 107.6 ล้านบาท มีระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่ปีงบประมาณพ.ศ.2564 – 2568 ตามที่ศธ.เสนอ ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องเพื่อช่วยเหลือนักเรียนด้อยโอกาสในเขตพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ได้เรียนรู้วิชาชีพและสร้างทักษะประกอบอาชีพที่มั่นคง
น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า โครงการอาชีวะฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือนักเรียนด้อยโอกาสและครอบครัวผู้มีรายได้น้อย สร้างโอกาสให้เยาวชนในเขตพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ได้เรียนรู้วิชาชีพอย่างมีคุณภาพ ลดความเหลื่อมล้ำทางด้านการศึกษาและสร้างแรงจูงใจให้เยาวชนได้มีโอกาสสร้างทักษะในการประกอบอาชีพที่มั่นคง โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้ดำเนินโครงการอาชีวะฯ มาตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 – 2563
“การอนุมัติครั้งนี้ เป็นการอนุมัติให้ดำเนินการต่อเนื่อง ตามนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่เน้นย้ำว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งโครงการนี้จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา สร้างโอกาสให้นักเรียนด้อยโอกาสในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ศึกษาต่อด้านวิชาชีพและมีทักษะประกอบอาชีพ โดยนักเรียนและนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการอาชีวะฯ จะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ ครอบครัวมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี เป็นนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และมีภูมิลำเนาในจ.ปัตตานี จ.ยะลา จ.นราธิวาส และจ.สงขลา ใน อ.จะนะ อ.เทพา อ.นาทวี และอ.สะบ้าย้อย” น.ส.ตรีนุช กล่าว
รัฐมนตรีว่าการ ศธ. กล่าวต่อว่า โครงการดังกล่าว สอศ. ได้ดำเนินโครงการอาชีวะฯ ในสถานศึกษา สอศ. 4 แห่ง ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกปัตตานี วิทยาลัยอาชีวศึกษายะลา วิทยาลัยการอาชีพสุไหงโก-ลก และวิทยาลัยเทคนิคจะนะ สำหรับกลุ่มเป้าหมายของโครงการจะเปิดรับนักเรียนและนักศึกษาในระดับระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จำนวน 135 คนต่อชั้นเรียน และระดับ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) จำนวน 247 คนต่อชั้นเรียน ที่ผ่านมามีนักเรียนและนักศึกษาเข้าร่วมโครงการอาชีวะฯ จำนวน 858 คน ประกอบด้วย ผู้เรียนระดับปวช. จำนวน 318 คน และ ผู้เรียนระดับ ปวส. จำนวน 540 คน ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น

