‘ปลัด ศธ.’ ชง 5 ชื่อร่วมสรรหาเลขาฯ สกสค. ลุ้นบอร์ดเคาะเกณฑ์เฟ้น ‘บิ๊กคุรุสภา’

9.03.22 | 12:35 น.

นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการจัดทำหลักเกณฑ์การสรรหาเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.) และเลขาธิการคุรุสา แทนนายธนพร สมศรี ที่ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการ สกสค.และนายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ อดีตเลขาธิการคุรุสภา ซึ่งถูกเลิกจ้าง เนื่องจากไม่ผ่านการประเมินผลการปฏิบัติงาน ว่า ขณะนี้ได้เสนอร่างหลักเกณฑ์การสรรหาเลขาธิการคุรุสภาให้ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการ ศธ. เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะกรรมการคุรุสภาเรียบร้อยแล้ว หากคณะกรรมการคุรุสภาให้ความเห็นชอบก็สามารถดำเนินการสรรหาตามกระบวนการได้ทันที

นายสุภัทรกล่าวต่อว่า ส่วนการยกร่างหลักเกณฑ์การสรรหาเลขาธิการ สกสค.นั้น ล่าสุดได้เสนอชื่อคณะกรรมการยกร่างหลักเกณฑ์การสรรหาฯ จำนวน 5 ราย ไปให้นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี ผู้ตรวจราชการ ศธ. ในฐานะรักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. พิจารณา เพื่อเสนอให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ.พิจารณา ซึ่งหากรัฐมนตรีว่าการ ศธ.เห็นชอบคณะกรรมการตามรายชื่อที่เสนอ ก็สามารถดำเนินการยกร่างได้ทันที ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือน จะยกร่างเสร็จเรียบร้อย สำหรับรายชื่อที่เสนอไป มีทั้งคนในและคนนอก ที่เหมาะสมโดยเป็นผู้ที่ตนคิดว่าจะสามารถให้ความเห็นได้เป็นอย่างดี

“การยกร่างหลักเกณฑ์สรรหาเลขาธิการคุรุสภา และเลขาธิการ สกสค. เพื่อให้ได้คนที่เหมาะสมมาดำรงตำแหน่ง มีคุณสมบัติใกล้เคียงสิ่งที่ทางคณะกรรมการทั้ง 2 ชุดต้องการมากที่สุด ส่วนกรณีที่นายอรรถพล ตรึกตรอง อดีตเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ยื่นหนังสือถึง น.ส.ตรีนุช เพื่อขอให้เร่งรัดการเยียวยาตามผลคำพิพากษาศาลปกครอง กรณีการสรรหาเลขาธิการ สกสค.เมื่อปี 2562 นั้น ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับนายอรรถพล ทั้งนี้ การดำเนินการยกร่างหลักเกณฑ์เลขาธิการ สกสค.และคุรุสภา ไม่ถือว่าล่าช้า เพราะผมทำงานไปตามแผนที่วางไว้ โดยพยายามทำทุกอย่างให้เป็นไปตามขั้นตอน ตามกฎหมาย” นายสุภัทรกล่าว

นายพิเชฐกล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากปลัด ศธ. ให้ส่งหนังสือแจ้งทั้ง 5 รายชื่อที่จะเชิญมาเป็นคณะกรรมการยกร่างหลักเกณฑ์การสรรหาเลขาธิการ สกสค. ซึ่งทั้ง 5 รายชื่อ เป็นที่ยอมรับและเป็นผู้ที่มีความน่าเชื่อถือ จากนี้ต้องรอหนังสือตอบรับ ก่อนเสนอให้คณะกรรมการ สกสค.พิจารณาต่อไป