สกศ.ชงปรับเงินรายหัวขั้นบันไดทุกสังกัด ลดภาระพ่อแม่-บริหารคุ้มค่างบฯการศึกษา

23.03.22 | 11:48 น.

สกศ.ชงปรับเงินรายหัวขั้นบันไดทุกสังกัด ลดภาระพ่อแม่-บริหารคุ้มค่างบฯการศึกษา

นายอรรถพล สังขวาสี เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) กล่าวว่า สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ตระหนักถึงสภาพเศรษฐกิจและสังคมของประเทศมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา อัตราเงินเฟ้อและค่าครองชีพมีการปรับเพิ่มขึ้นทุกปี ส่งผลกระทบต่อการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาและการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ ตลอดจนภาระของพ่อแม่ผู้ปกครองที่ต้องดูแลบุตรหลานให้ได้เล่าเรียนอย่างต่อเนื่อง แต่จากผลการศึกษาวิจัยและการสำรวจเงินอุดหนุนรายหัว ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน (โครงการเรียนฟรี) พบว่าอัตราที่สนับสนุนดังกล่าว ไม่สอดคล้องและไม่เพียงพอกับความต้องการจำเป็นของสถานศึกษาและผู้เรียน ตรวจสอบอัตราเงินเฟ้อของประเทศไทยในรอบ 10 ปี พบว่าเพิ่มขึ้นประมาณ 16% ซึ่งการสำรวจข้อมูลค่าใช้จ่ายรายหัว 5 รายการ คือ 1.ค่าเล่าเรียน  2.ค่าหนังสือเรียน 3.ค่าอุปกรณ์การเรียน 4.ค่าเครื่องแบบนักเรียน และ 5.ค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนนั้นทุกรายการใช้มาเป็นระยะเวลา 10 ปีแล้วตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อปี 2552 จึงจำเป็นต้องปรับ เพิ่มงบประมาณให้เกิดความสอดคล้องกับค่าใช้จ่ายราคาสินค้าและบริการปัจจุบัน

นายอรรถพล กล่าวต่อว่า อัตราเงินอุดหนุนรายหัวไม่ได้มีการปรับเพิ่มมากนานกว่า 10 ปี น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการ ศธ. มอบหมายให้ สกศ.ไปวิเคราะห์การเพิ่มอัตราเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนในสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กศน. และ สช. ให้สอดคล้องกับสถานการณ์สภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยการปรับเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวนั้นต้องสอดคล้องกับ GDP ของประเทศด้วย จากการวิเคราะห์พบว่าการเพิ่มเงินอุดหนุนต้องเพิ่มอีกเท่าตัว ซึ่งการเพิ่มงบประมาณอีกเท่าตัวในครั้งเดียวนั้น อาจจะเป็นภาระของประเทศ ฉะนั้น ต้องมีวิธีการดำเนินการปรับเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 และสถานการณวิกฤติของรัสเซียและยูเครนด้วย

นายอรรถพล กล่าวต่อว่า สกศ. ได้สรุปข้อเสนอเชิงนโยบายดังกล่าวรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการ ศธ. โดยเสนอให้มีการปรับอัตราเงินอุดหนุนรายหัวตามความจำเป็นพื้นฐาน จำนวน 4 รายการ ได้แก่ 1.ค่าเล่าเรียน 2.ค่าอุปกรณ์การเรียน 3.ค่าเครื่องแบบนักเรียน และ 4.ค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ส่วนค่าหนังสือเรียนคงอัตราเดิมเนื่องจากมีการปรับทุก 3 ปีอยู่แล้ว ภายใต้หลักการสำคัญ 3 ประการในการพิจารณาข้อเสนอทางเลือก คือ 1.แบ่งเบาภาระรายจ่ายของผู้เรียน/ผู้ปกครอง และเพิ่มโอกาสทางการศึกษาผ่านการเรียนรู้  2.เพิ่มศักยภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา และ 3.สนับสนุนรายการจำเป็นเร่งด่วนก่อนในระยะแรก ซึ่งทาง รัฐมนตรีว่าการ ศธ. เห็นด้วยกับแนวทางปรับปรุงค่าใช้จ่ายรายหัวตามอัตราเงินเฟ้อเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าและบริการ และให้ยึดตามผลการศึกษาค่าใช้จ่ายจริงของ สกศ. ที่เสนอให้  เป็นลักษณะการปรับเพิ่มแบบขั้นบันไดต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 4 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 – 2569  เพื่อเตรียมการรองรับและกระจายภาระงบประมาณที่ต้องสนับสนุนเพิ่มขึ้น ตลอดจนสอดคล้องกับสภาวการณ์การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างกะทันหันในอนาคต ซึ่งขณะนี้ สกศ. อยู่ระหว่างการปรับรายละเอียดข้อเสนอเพื่อดำเนินการตามกระบวนการพิจารณาของที่ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

“สกศ. วิเคราะห์ทางเลือกในการปรับอัตราเงินสนับสนุนค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นพื้นฐาน จึงเลือกโมเดลปรับตามอัตราเงินเฟ้อแบบขั้นบันได เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้เรียนและเพิ่มศักยภาพสถานศึกษาในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยจำแนกตามรายการค่าใช้จ่าย ประเภทการศึกษาให้มีความครอบคลุมทั้งในระบบและนอกระบบ รัฐและเอกชน เข้าถึงทุกระดับการศึกษาทั้งประเภทสามัญศึกษาและอาชีวศึกษา รวมทั้งครอบคลุมการศึกษาที่จัดโดยครอบครัว และสถานประกอบการ” นายอรรถพล กล่าว