‘ตรีนุช’ เล็งชง ครม.เพิ่มรายหัว น.ร. นักวิชาการห่วงหวังผล ‘การเมือง-เลือกตั้ง’ หวั่นท่าดีทีเหลว จี้โยกงบซื้ออาวุธสร้างคน
น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า จากที่มอบหมายให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ไปวิจัยและวิเคราะห์เพิ่มอัตราเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียน ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ให้สอดคล้องกับสถานการณ์สภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน เพราะเงินอุดหนุนรายหัวไม่ได้ปรับเพิ่มมานานกว่า 10 ปี ขณะนี้ได้รับรายงานว่า สกศ.ปรับอัตราเงินอุดหนุนรายหัวเสร็จแล้ว โดยจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเร็วๆ นี้ ส่วนการปรับเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัว จะปรับเพิ่มแบบขั้นบันได แทนการปรับขึ้นครั้งเดียว 100% เพราะรัฐบาลมีภาระค่าใช้จ่ายในหลายๆ เรื่อง ซึ่งน่าจะเหมาะสมในสถานการณ์ปัจจุบัน การปรับเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวครั้งนี้ ศธ.หวังว่าจะช่วยเหลือโรงเรียน และผู้ปกครอง ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันได้
ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา กล่าวว่า การเพิ่มค่าใช้จ่ายรายหัวให้ผู้เรียนทุกสังกัดเป็นเรื่องที่ดีมาก และสอดคล้องกับสภาพปัญหาเศรษฐกิจ ความต้องการของประชาชน แต่ขอตั้งข้อสังเกตว่านโยบายนี้อาจจะท่าดีทีเหลว เพราะค่าใช้จ่ายรายหัวไม่ได้ปรับขึ้นมากกว่า 10 ปี แล้วทำไมมาปรับในช่วงเวลานี้ เป็นการปรับเพราะหวังผลทางการเมืองที่จะใกล้เลือกตั้งหรือไม่ เป็นห่วงว่าการปรับเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวแบบขั้นบันได จะประสบความสำเร็จหรือไม่ เพราะอย่าลืมกรณีที่ ศธ.เสนอให้ ครม.พิจารณาปรับเพิ่มเงินอุดหนุนอาหารกลางวันแบบขั้นบันไดเช่นกัน แต่สุดท้ายแล้ว ครม.มีมติปรับเพิ่มค่าอาหารกลางวันของนักเรียน ตั้งแต่ชั้นอนุบาล 1-ป.6 เป็น 21 บาท/คน/วัน คือเพิ่มขึ้นเพียง 1 บาทเท่านั้น จึงไม่มั่นใจว่าการปรับเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวแบบขั้นบันไดจะสำเร็จ เพราะกลัวรัฐบาลจะอ้างว่าเศรษฐกิจไม่ดี งบประมาณไม่เพียงพอ และท้ายที่สุดจะเพิ่มงบอุดหนุนรายหัวในอัตราที่ต่ำมาก อาจจะเพิ่มแค่หลักสิบบาทเท่านั้น แต่ในความจริงจากสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน นักเรียนควรได้รับเงินค่าใช้จ่ายรายหัวเพิ่มตั้งแต่ 200-500 บาท
“ทำไมรัฐบาลถึงคิดช้า ปล่อยเวลามา 10 ปี ไม่เพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวให้นักเรียน รัฐบาลทราบหรือไม่ว่าการปรับเพิ่มเงินอุดหนุนช้าแบบนี้ มีผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษาขนาดไหน เด็กลาออกกลางคันเพิ่มมากขึ้น การศึกษาถดถอย นอกจากนี้ ผมสงสัยว่ารัฐบาลจะหาเงินจากไหนมาเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวให้นักเรียน เป็นไปได้หรือไม่ที่จะนำงบจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพมาเป็นเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียน เพราะยุทโธปกรณ์เหล่านี้ไม่จำเป็นเมื่อเทียบกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ควรนำงบเหล่านี้มาสร้างคนมากกว่า ผมขอว่าการเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวครั้งนี้ อย่าท่าดีทีเหลว อย่าสร้างความหวังให้ประชาชน และท้ายสุดก็ทำประชาชนผิดหวัง อย่างน้อยหากทำสำเร็จ จะทำให้ประชาชนมีความหวังกับการศึกษามากขึ้น” ศ.ดร.สมพงษ์กล่าว

