คาดปี’65 น.ร.เอกชนลดฮวบแสนคน แนะรัฐเพิ่มอุดหนุนรายหัว 100% แทนขั้นบันได

5.04.22 | 10:50 น.

คาดปี’65 น.ร.เอกชนลดฮวบแสนคน แนะรัฐเพิ่มอุดหนุนรายหัว 100% แทนขั้นบันได ชี้ร้องผ่าน ‘3นายกฯ-6รมต.-9เลขากช.’ แต่ไร้ผล

ดร.ศุภเสฏฐ์ คณากูล นายกสมาคมคณะกรรมการประสานงานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน (ส.ปส.กช.) เปิดเผยว่า กรณีที่ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มอบหมายให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) วิจัย วิเคราะห์เพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวของผู้เรียนทุกสังกัดใน ศธ.โดยมีแนวทางเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวในรูปแบบขั้นบันได คาดว่าจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเร็วๆ นี้ เป็นเรื่องที่ดี แต่ไม่เห็นด้วยกับการขึ้นในรูปแบบขั้นบันได ควรอนุมัติครั้งเดียว 100% ซึ่งจะทำให้นักเรียน และผู้ปกครอง มีเงินใช้จ่ายซื้ออุปกรณ์การเรียน ชุดนักเรียน และหนังสือเรียนเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ อยากให้รัฐบาลเพิ่มเงินอุดหนุนอาหารกลางวันด้วย แม้ในปีที่ผ่านมา ครม.มีมติปรับเพิ่มตั้งแต่ชั้นอนุบาล 1-ป.6 เป็น 21 บาท/คน/วัน แต่ไม่เพียงพอในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน เพราะค่าวัตถุดิบขึ้นราคาทุกอย่าง อยากให้รัฐบาลพิจารณาเพิ่มเงินอุดหนุนอาหารกลางวันเป็น 25 บาท/คน/วัน ด้วย

“ขณะนี้โรงเรียนเอกชนทั่วประเทศกำลังรอฟังข่าวดีจากรัฐบาล ผมไม่คิดว่าเรื่องนี้จะเป็นการหาเสียง แต่มองว่ารัฐบาลอยากช่วยเหลือผู้ปกครอง และนักเรียน ทั้งนี้ ถ้าอนุมัติเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัว ก่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 จะช่วยเหลือนักเรียน และผู้ปกครองอย่างมาก จึงอยากให้รัฐบาลเดินหน้าเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวให้นักเรียนทุกสังกัด ทั้งรัฐ และเอกชน” ดร.ศุภเสฏฐ์ กล่าว

ดร.ศุภเสฏฐ์กล่าวต่อว่า สำหรับภาพรวมการรับนักเรียนของโรงเรียนเอกชน ในปีการศึกษา 2565 หลังจากโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทาง ส.ปส.กช.ได้สำรวจการรับนักเรียนของโรงเรียนเอกชน จากข้อมูลคาดว่าจำนวนเด็กที่เข้าเรียนอาจลดลงเกือบ 100,000 คน โดยมีสาเหตุจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ทำให้ผู้ปกครองประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจไม่ดี ผู้ปกครองจึงให้บุตรหลานไปเรียนโรงเรียนรัฐบาล ที่ฟรีค่าใช้จ่ายหมดทุกอย่าง

“นอกจากนี้ ยังมีผู้ปกครองบางคนค้างจ่ายค่าธรรมเนียมการเรียนกับโรงเรียนเอกชน เมื่อขึ้นปีการศึกษาใหม่ จึงตัดสินใจให้ลูกออกจากโรงเรียนเอกชน และไปเรียนในโรงเรียนใกล้บ้าน เป็นต้น หากเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ว่านักเรียนลดลง 100,000 คน จะทำให้โรงเรียนเอกชนประสบปัญหา และต้องเลิกจ้างครูผู้สอนไปด้วย” ดร.ศุภเสฏฐ์ กล่าว

ด้านนายบัณฑิต ครุฑางคะ ผู้จัดการ และผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนกุลดิศวิทยานุสรณ์ จ.เพชรบูรณ์ ในฐานะอุปนายก ส.ปส.กช.กล่าวว่า เราต่อสู้ให้รัฐบาลเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวของนักเรียนมากว่า 10 ปี ผ่านมา 3 นายกรัฐมนตรี 6 รัฐมนตรีว่าการ ศธ.และ 9 เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ยังไม่มีการปรับเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนเลย อีกทั้ง เมื่อโรงเรียนเอกชนเรียกร้องขอเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัว สังคมกลับมองว่าโรงเรียนเอกชนมาขอเงินเท่านั้น แต่ในความจริง โรงเรียนเอกชนมาขอความเป็นธรรมให้นักเรียนทุกคนได้รับเท่าเทียมกันเท่านั้น ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา โรงเรียนย่ำแย่มาก เพราะเจอสถานการณ์การแพร่ระบาด ใน จ.เพชรบูรณ์ มีโรงเรียนปิดตัวไป 2 แห่ง เพราะสู้ต่อไม่ไหว ถ้านับทั้งประเทศ อาจพบโรงเรียนเอกชนปิดตัวไปจำนวนมาก

Advertisement

“ที่ผ่านมา นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ทราบถึงปัญหา และหาทางช่วยเหลือโรงเรียนเอกชนอยู่ตลอดเวลา ผมจึงมีความหวัง ว่ารัฐบาลจะเพิ่มเงินอุดหนุนให้โรงเรียนเอกชน ทั้งนี้อยากให้รัฐบาลพิจารณาเพิ่มเงินอุดหนุนอาการกลางวันของเอกชน” นายบัณฑิต กล่าว