‘สุทธิชัย’ เผยแม่พิมพ์ลงทะเบียนแก้หนี้ 4.1 หมื่นราย ชี้อยากให้ลดดอกเบี้ยมากสุด พบ 5 พันรายจ่อโดนฟ้อง สั่งกรรมการแก้ไขหนี้ฯ เร่งช่วยเหลือเต็มที่
เมื่อวันที่ 8 เมษายน นายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาระดับเขตพื้นที่การศึกษา และหน่วยงานการศึกษา ที่มีน.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการ ศธ. เป็นประธาน ว่า ตามที่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับการแก้ไขปัญหาหนี้สินของประชาชนรายย่อยและมีมติให้ศธ. ดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูร่วมกับกระทรวงการคลัง กรมส่งเสริมสหกรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ โดย ศธ.ได้แต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา และได้จัดทำแผนการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู การขับเคลื่อนแผนการดำเนินงานโดยมีโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยใช้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูต้นแบบเป็นฐาน ได้มีสหกรณ์ออมทรัพย์ครูต้นแบบ จำนวน 37 แห่ง การจัดตั้งสถานีแก้หนี้ระดับจังหวัดและเขตพื้นที่การศึกษา และเปิดให้ครูทั้งประเทศลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “สร้างโอกาสใหม่ให้ครูไทย” ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ – 15 มีนาคม 2565 ขณะนี้มีครูและบุคลากรทางการศึกษาลงทะเบียนแก้หนี้ ตามโครงการดังกล่าวแล้วกว่า 41,000 รายแล้ว
นายสุทธิชัย กล่าวต่อว่า การประชุมครั้งนี้ เป็นการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาระดับเขตพื้นที่การศึกษาและหน่วยงานทางการศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อชี้แจงโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษ พร้อมกับสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาท อำนาจหน้าที่ ของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาระดับเขตพื้นที่การศึกษา และหน่วยงานทางการศึกษา และซักซ้อมความเข้าใจถึง แนวปฏิบัติ การวิเคราะห์และเชื่อมโยงข้อมูล เครื่องมือในการแก้ปัญหา การไกล่เกลี่ย และการพิจารณาให้ความช่วยเหลือ
“ต่อไปคณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินฯ จะส่งรายชื่อครูที่ลงทะเบียนแก้หนี้ จำนวน 41,000 ราย ไปยังคณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาระดับเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อให้เขตพื้นที่ฯ ไปเรียกบุคคลเหล่านี้มาพูดคุยว่าต้องการให้ช่วยเหลือเรื่องใดบ้าง จากการรวบรวมข้อมูลพบว่าครูและบุคลากรทางการศึกษาจำนวน 41,000 ราย มีครูและบุคลากรทางการศึกษามากกว่า 30,000 ราย ต้องการให้ลดดอกเบี้ยมากที่สุด รองลงมาคือ ต้องการให้ปรับโครงสร้างหนี้ หรือได้รับความเดือนร้อนจากการเป็นผู้ค้ำประกัน และมีอีกประมาณ 5,000 รายที่ต้องการให้ช่วยเหลือเพราะกำลังถูกฟ้องร้องดำเนินคดี เป็นต้น เบื้องต้นจะเร่งแก้ไขปัญหาครูเหล่านี้ให้แล้วเสร็จภายใน 1-2 เดือน หลังจากนั้นจะเปิดให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาเข้ามาลงทะเบียนแก้หนี้ ในเฟส 2 ต่อไป”นายสุทธิชัย กล่าว

